อาหาร ของหวาน และเครื่องดื่ม

รีวิว Captain America ที่จะทำให้คุณอยากชมอีกครั้ง ห้ามพลาด

รีวิว Captain America ที่จะทำให้คุณอยากชมอีกครั้ง ห้ามพลาด

Captain America: The Winter Soldier (2014) - IMDb

รีวิว Captain America : The Winter Soldier
ตัวกัปตันอเมริกานีผมว่าเป็นตัวละครที่ผมคิดว่าน่าจะปั้นยากที่สุดในแก๊ง The Avengers แล้ว ทั้งความสามารถที่ไม่ได้เหนือมนุษย์มนา แถมทั้งชุด ทั้งชื่อ ยังเหมือนของตกรุ่น ที่ไม่น่าจะเป็นหัวหน้าทีม The Avengers ได้เลย แถมหนังภาคแรก รวมถึง The Avengers เราก็ยังไม่เห็นว่ากัปตันจะมีความโดดเด่นโดดเด้งอะไร

ด้วยเหตุข้างต้นผมจึงขอชื่นชมคารวะผู้สร้าง Captain America : The Winter Soldier สุดๆ ที่สร้างออกมาเหมือนกับเป็นการละลายภาพลักษณ์ดังกล่าวทั้งหมดจนหมดสิ้น

หนังภาคนี้เน้นการดำเนินแนวหนังสายลับ หนังสืบสวน จารกรรม ทฤษฎีสมคบคิด และการหักหลังกันภายในหน่วยชีลด์ ข้อดีประการแรกที่หนังมาเล่าเรื่องแนวนี้คือมันทำให้ภาพของหนังจาก Marvel หลุดจากความแฟนตาซีที่เริ่มจะมากขึ้นเรื่อยๆให้กลับมาอยู่ในสมดุลที่มีความสมจริงสมจังซะบ้าง ตั้งแต่หลุดโลกไปแอสการ์ดใน Thor แถมเร็วๆนี้ก็จะหลุดไปอวกาศกับ the guardian of the galaxy ซึ่งมันสามารถดึงคนดูที่คิดว่าเบื่อหนังที่มันการ์ตู๊นนน การ์ตูน เข้ามาเพลิดเพลินไปกับหนังจาก Marvel ได้

และที่เจ๋งคือการดำเนินเรื่องด้วยการหักหลัง การหลอกลวงกันภายในหน่วยชิลด์ มันเหมือนกับเป็นการปรับพฤติกรรมและความคิดของกัปตันแบบเร่งด่วนหลังจากที่โดนแช่แข็งไปเป็นศตวรรษ ว่าโลกยุคสงครามโลกที่ภาพฮีโรและเหล่าร้ายแยกกันอยู่อย่างชัดเจนมันผสานหลอมรวมกันในโลกยุคนี้ปัจจุบันนี้ซะแล้ว มันไม่สามารถเชื่อใจใครได้ เพราะแม้กระทั่งตัวกัปตันที่โคตรจะอเมริกันฮีโร่ยังต้องกลายมาเป็นผู้ร้ายในสายตามวลชนไปซะได้ ซึ่งจุดนี้มันปรับให้กัปตันทันโลก ทันคนมากขึ้น จากที่โก๊ะๆดูตกรุ่น แถมสถานการณ์ที่บีบบังคับทำให้กัปตันต้องกลายเป็นคนเลือก คนตัดสินใจ และในที่สุดหนังก็สามารถทำให้เราเห็นความเป็นผู้นำของกัปตัน จนเราสามารถเชื่อได้สนิทใจแล้วว่า กัปตันอเมริกานี่แหละ เป็นหัวหน้าแก๊ง The Avengers ได้

ถึงแม้ความสามารถที่ไม่ได้โดดเด่น โดดเด้งเหนือกว่าคนอื่นไม่ว่าจะทางใดก็ตาม แถมอาวุธก็มีแค่โล่ ก็กลับกลายเป็นจุดแข็งทางด้านแอ๊คชั่น เพราะเราจะได้เห็นแอ๊คชั่นหนักๆ เท่ๆ หมัดลุ่นๆ ประมาณเห็นเจสันบอร์นเวอร์ชั่นซุปเปอร์แมน แถมวิธีการใช้โล่ห์ของกัปตันก็เท่เวอร์ คือดูไปก็งงไป นั่นโล่ห์หรือบูมเมอแรง

แต่ยังไงก็ต้องขอแอบบ่นนิดๆหน่อยๆ กับหนัง Marvel ช่วงหลังๆคือผมรู้สึกว่าครึ่งเรื่องแรกมักจะมาสวยเลย ทั้งเนื้อเรื่อง ทั้งแอ๊คชั่น แต่สุดท้ายมักจะจบเหมือนๆกันคือแอ๊คชั่นตูมตามแบบที่ดูซ้ำกันไปหมด จนฉากแอ๊คชั่นใหญ่ๆท้ายเรื่องที่ควรจะเป็นจุดขายมันแอบน่าเบื่อไปนิด ส่วนเนื้อเรื่องภาคนี้ที่บอกว่าเป็นหนังแนวสายลับ หักหลัง ทรยศ บทมันดูง่ายไปมาก ปกติถ้าหนังจะมาแนวนี้มันต้องให้คนดูสงสัยไปตลอดทั้งเรื่อง ก่อนจะมาหักมุมแหล่มๆตอนท้าย แต่นี่แค่ยี่สิบนาทีแรกก็พอรู้แล้วว่าใครเป็นใคร จะดำเนินเรื่องแบบไหน แต่ก็ไม่ใช่ขอเสียมากครับ เพราะวิธีการเล่าเรื่องมันก็สนุกพอตัว แต่เสียนิดเดียวตรงที่มันดูง่ายไปหน่อยตั้งแต่แรกๆทำให้หมดความลุ้นไปบ้าง

และที่รู้สึกเสียดายทำให้ผมไม่เซอร์ไพรซ์กับหนังเท่าที่ควรจะเป็นคือการที่ไปอ่านประวัติมาก่อนมันทำให้จุดหักมุมที่น่าสนใจหายไปเลย แถมตัวอย่างหนังเองยังสปอยชะตากรรมของตัวละครสำคัญตัวหนึ่ง จนทำให้หมดลุ้นหมดสนุกตอนดูหนังจริงไปเลย

แต่เอาน่ะ นี่ก็ถือว่าเป็นหนังจาก Marvel ที่แหวกแนวพวกซุปเปอร์ฮีโร่จ๋าได้ดีทีเดียว ดูแปลกใหม่มีสีสัน แถมทำให้เรารู้สึกชอบ รัก และเชื่อตัวละครกัปตันอเมริกาในฐานะหัวหน้าแก๊ง The Avengers ได้ดีมากๆ

แต่ก็น่ากังวลใจแทน Marvel กับ Disney มากๆ เมื่อทั้งคริส อีแวนท์ ที่รับบทกัปตัน กับ โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร ที่รับบท Iron Man ที่คนแรกก็จะไม่เล่นหนังแล้ว อีกคนก็จะไม่รับบท Iron Man แล้ว แล้วทางสตูดิโอจะทำไง เพราะภาพสองคนนี้มันโคตรจะติดตาไปเรียบร้อย ดูหนังออนไลน์ 

คนเดียวก็ดูหนังได้) Captain America: The Winter Soldier (2014) - Pantip

Captain America: The Winter Soldier (2014)
เหมันต์อหังการ
กัปตันอเมริกาถือได้ว่าเป็นซูเปอร์ฮีโร่ยุคบุกเบิกของคอมมิคส์ค่ายมาร์เวลเลยทีเดียว เริ่มถือกำเนิดตั้งแต่ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ตั้งแต่มาร์เวลยังใช้ชื่อไทม์ลี่ เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปกัปตันอเมริกาก็ล้มหายไปตามกาลเวลา แต่เพราะรูปลักษณ์ที่มีความเป็นอเมริกันฮีโร่ทำให้กัปตันอเมริกาได้กลับมาโลดแล่นในโลกคอมมิคส์อีกครั้ง ก่อนที่จะเข้าร่วมกลุ่ม The Avengers และทำให้กัปตันอเมริกาเป็นหนึ่งในซูเปอร์ฮีโร่ระดับหัวแถวของมาร์เวลมาจนถึงทุกวันนี้

เมื่อกัปตันอเมริกาถูกนำขึ้นจอภาพยนตร์แบบหนังทุนใหญ่เพื่อเตรียมร่วมทีม The Avengers ที่กำลังจะสร้างออกมา Captain America: The First Avenger (2011) จึงต้องปูพื้นเรื่องราวของกัปตันอเมริกาให้เข้ากับยุคสมัยด้วยการให้จุดกำเนิดและชีวิตของสตีฟ โรเจอร์ส ผู้เป็นกัปตันอเมริกานั้นอยู่ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนที่จะถูกแช่แข็งให้ฟื้นคืนชีพมาใหม่ในปัจจุบัน หนังในภาคแรกจึงเป็นซูเปอร์ฮีโร่ในแบบอุดมคติ เนื้อหาเป็นผจญภัยแบบบริสุทธิ์แฝงอารมณ์ถวิลหาไว้เล็กน้อยเพื่อตอกย้ำถึงความคิดของอเมริกันชนที่ชื่นชมในความกล้าหาญและเสียสละ แต่อารมณ์ในแบบของภาคแรกคงนำกลับมาใช้ไม่ได้อีกเพราะครั้งนี้กัปตันอเมริกาได้มาอยู่ในยุคของเทคโนโลยีและความโลกที่โหดร้ายในภาคล่าสุ
Captain America: The Winter Soldier (2014) จึงแบ่งหนังเป็นสองส่วนใหญ่ ๆ ส่วนแรกของหนังกินระยะเวลาไม่นานนัก เป็นเรื่องราวการปรับตัวกับชีวิตในโลกใหม่ของ สตีฟ โรเจอร์ส เพียงสั้น ๆ แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความเศร้าลึก ๆ ในใจของเขา สตีฟ ไม่มีเพื่อนเหลือแม้แต่คนเดียวจะมีคนที่พอคุยได้ก็คือคนแปลกหน้าที่รู้จักกันในขณะวิ่งจ็อกกิ้ง ผู้หญิงที่เคยรักก็กลายเป็นหญิงชราที่ต้องนอนอยู่บนเตียง คนในหน่วยชีลด์ที่ทำงานร่วมกันก็ไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กันฐานะเพื่อน ไม่มีความไว้ใจกัน แม้กระทั่งคนอย่าง นิค ฟิวรี่ ผู้เป็นหัวหน้าหน่วย เพื่อนร่วมกลุ่ม The Avengers ที่เหลือพอให้เห็นหน้าค่าตาก็มีแค่ แบล็ค วิโดว์ เพียงคนเดียว และทุกคนคงเป็นได้แค่สหายศึกไม่ใช่เพื่อน
ความโดดเดี่ยวไร้เพื่อนของ สตีฟ โรเจอร์ส หรือกัปตันอเมริกา คงมีผลไม่น้อยต่อการตัดสินใจของเขาเมื่อได้รู้ว่าศัตรูร้ายของเขาในภาคนี้คือ เดอะวินเทอรโซลเจอร์ แท้จริงแล้วเป็นใคร ภายใต้หน้ากากของเพชฌฆาตคือคนที่สตีฟรู้จักดีและคือเพื่อนแท้เพียงคนเดียวของเขา หนังแสดงให้เห็นถึงเพื่อนร่วมงานใหม่ในโลกใหม่ของเขานั้นต่างไม่น่าไว้วางใจ และหนังยังสะท้อนถึงความซ่อนเร้นในหน่วยงานที่ไม่เคยมีคำว่ามิตรแท้ ที่หน่วยงานความมั่นคงอย่างชีลด์คำว่าไม่ใช่มิตรแท้นั้นมักจะต้องลงเอยด้วยคำว่าความตายกันเลยทีเดียว
เพราะความเป็นหนังแอ๊คชั่นและหนังซูเปอร์ฮีโร่ ทำให้หนังไม่สามารถขยายความเรื่องของมิตรแท้ได้มากเท่าที่ควร แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะด้วยหนังจากค่ายมาร์เวลในระยะหลังโดยเฉพาะหนังในสาย The Avengers ที่หนังให้ความสำคัญกับการดำเนินเรื่องและแจกแจงบุคลิกของตัวละคร แม้หนังจะมีฉากแอ๊คชั่นใหญ่ ๆ เพื่อผลทางการตลาด แต่ก็ไม่ได้ละเลยความเข้มข้นของเนื้อหา Captain America: The Winter Soldier (2014) ก็เช่นกันที่เกือบตลอดเรื่องมีความพลิกผันอยู่ตลอดเวลา เนื้อหาของหนังจึงเดินหน้าไปอย่างน่าสนใจ ฉากแอ๊คชั่นที่มีก็ช่วยเสริมให้ความพลิกผันนั้นน่าสนใจมากขึ้นอีกด้วย
สตีฟ โรเจอร์ส อาจจะเป็นตัวละครที่แบนที่สุดในบรรดาสหายศึกจากทีม The Avengers คงเป็นเพราะเขาเป็นซูเปอร์ฮีโร่ในอุดมคตินั่นเองในขณะที่ซูเปอร์ฮีโร่คนอื่น ๆ ต่างมีความเป็นมนุษย์มากกว่า โทนี่ สตาร์ค นั้นยโสและอวดดี ดร.บรูซ แบนเนอร์ ก็หมกมุ่นและขี้กังวล ส่วนธอร์ก็บ้าบิ่นและทะนงตนจนเกินไป สำหรับแบล็ควิโดว์ก็ดูลึกลับด้วยภูมิหลังบางอย่างเช่นเดียวกับฮอว์คอาย และสตีฟ โรเจอร์สในครั้งนี้ก็ยังเป็นเช่นเดิม แต่นั่นก็ไม่สำคัญเพราะความกล้าหาญเสียสละนั้นคือเสน่ห์ของกัปตันอเมริกาอยู่แล้ว

Captain America: The Winter Soldier (2014) มีการพัฒนาขึ้นมาจากภาคที่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องราวที่มีความซับซ้อนมากขึ้นทำให้หนังน่าสนใจขึ้นมาก ถึงแม้ตัวละครหลักอย่าง สตีฟ โรเจอร์ส จะยังคงความเป็นกัปตันอเมริกาเช่นเดิม และจากเรื่องราวที่ทิ้งท้ายไว้ ภาคต่อไปของหนังชุดนี้รวมทั้งภาคต่อของ The Avengers (2012) คงยิ่งทวีความเข้มข้นมากขึ้นกว่าเดิม

รีวิว Captain america 2 | ReMovie
Review : Captain America : The Winter Soldier
กัปตันอเมริกา 2 มัจจุราชอหังการ
คือต้องเข้าใจก่อนว่า กับตันฮีเป็นอเวนเจอร์ที่ไม่ใช่นักประดิษฐ์ของไฮเทคและไม่ได้เป็นเทพ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงไม่ได้เน้นแฟนตาซีหรือเหาะเหินเดินอากาศ ใครที่คาดหวังว่าจะเจออะไรแฟนตาซีช่วงแรกอาจงงๆ ง่วงๆได้ แต่ครึ่งหลังพอเครื่องติดเท่านั้นแหล่ะ สนุกเลยจร้า

หนังออกแนวสายลับประมาณเจสัน บอร์น + 007 + Mission: Impossible แต่บู้กว่า เน้นเตะต่อย ดิบกว่าหนังมาร์เวลเรื่องอื่นๆ บทหนังดูมีมิติให้คิดตามมากกว่าเรื่องก่อนๆ แต่ก็ยังเป็นสไตล์การ์ตูนมาร์เวลอยู่
เหมาะกะแฟนมาร์เวลมากกว่าขาจรเพราะ Easter Eggs เยอะมาก แอบได้ยินคนในโรงครางฮือตื่นเต้นกะ Easter Eggs ด้วย คืออิจฉาที่เค้าสนุก เพราะเราไม่ได้อ่านการ์ตูนเลยไม่รู้ว่าเค้าครางอะไร 5555 ( Easter Eggs คือไอเท็มลับที่ซ่อนไว้ในหนัง คนที่เป็น FC อเวเจอร์หรือ FC มาร์เวลจะสังเกตุเจอ )
คือไม่ได้บอกว่าไม่เคยดูภาคแรกจะดูไม่รู้เรื่อง แต่ถ้าอยากดูให้สนุกมากขึ้น…ควรรู้เรื่องราวภาคแรกและหนังเรื่องอื่นในตระกูลมาร์เวลมาก่อนจะยิ่งแซบมาก
ถ้าเรื่องนี้ต้องสร้างเป็นหนังไทย คนแรกที่แอดแมวจะนึกถึงให้มากำกับก็คือ อาหลองฮะ เพราะแอคชั่นเตะต่อยเยอะดี ถ้ามีฉากกับตันปิ้งไก่อยู่ในป่านะ….คือแม่งใช่เลย 5555

“พระเอกหล่อ” คนอะไรก็ไม่รู้จะหล่อไปไหน แม้แขนจะใหญ่กล้ามเนื้อโตจนแทบจะยืนหนีบแขนตัวเองไม่ได้แล้วก็ตาม แต่ก็ยังหล่ออยู่ดี
ชอบฉากทำลายล้างตอนท้ายมากๆ มันอลังการงานเริ่ด คือแค่ฉากนี้ฉากเดียวก็ควรค่าแก่การดูจอใหญ่ๆมาก แต่ส่วนตัวรู้สึก 3D ไม่ค่อยพุ่งเท่าไหร่ ใส่มาเพื่อให้ภาพมันดูมีมิติมากกว่า
ชอบบทหนัง มันมีการสืบสวน มีหักมุม มีเหลี่ยมซ้อนเหลี่ยมกัน สนุกดี
ชอบเซอร์ไพร์ตรงช่วง end credit เรื่องนี้มี end credit 2 รอบนะฮะ ตอนแรกจบแล้วฉายเลย รอบที่ 2 รอประมาณ 6 นาทีฮะ #เห็นคนไม่รู้ออกไปก่อนแล้วเสียดายมากก

หนังถ่ายสไตล์ Hand-Held คือการถ่ายแบบถือกล้องแล้ววิ่งตาม ภาพมันจะสั่นๆ ข้อดีคือได้อารมณ์ดิบๆไปอีกแบบ แต่ถ้าใครที่สุขภาพตาไม่ค่อยแข็งแรง แล้วดูแบบ 3D อาจจะมีปวดตาบ้างอะไรบ้างนะฮะ
แอบ tie in รถเชพโรเล็ตนะฮะ ยี่ห้อเดียวกันทั้งถนน #ก็ยังดีกว่าไทยประกันชีวิตเนอะอันนั้นเห็นบ่อยแล้ว 5555
สงสัยแบล็ค วิโดว์ นางใช้แชมพูยี่ห้ออะไร บู้กี่ที ตีลังกาหนีระเบิด หน้าเปื้อนแต่ผมกลับสลวยสวยเก๋มีสปริง เหมือนช่างผมมืออาชีพ โทมัส ทอร์คอยวิ่งตามมาดูแลหนังศรีษะตลอดเวลา 5555

หนังมาร์เวลตระกูลสายลับที่สนุกมากเรื่องนึง ศูนย์รวมความบันเทิงทั้งในด้านพระเอกหล่อและความมันส์ โดยเฉพาะตอนท้ายๆ คือพีคมาก ขอบอกว่า “อลังการงานเริ่ด” งานนี้แฟนมาร์เวลมีเซอร์ไพร์ อย่าลืมดู end credit มีสองรอบเน่อ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll To Top