อาหาร ของหวาน และเครื่องดื่ม

สรุปเนื้อเรื่องซีรีส์ Mouse (2021) นักล่ามนุษย์ ซีรี่ย์ดี ต้องดู

สรุปเนื้อเรื่องซีรีส์ Mouse (2021) นักล่ามนุษย์ ซีรี่ย์ดี ต้องดู

เรื่องย่อซีรีส์ : Mouse (2021) | Korseries

สรุปเนื้อเรื่องซีรีส์ เมื่อ 25 ปีที่แล้ว มีฆาตกรรมต่อเนื่องที่สร้างความสะเทือนขวัญให้กับประชาชนคนเกาหลีเป็นอย่างมาก มีเหยื่อที่ถูกฆ่าตายไปแล้วอย่างน้อย 18 ศพ โดยทุกรายจะอยู่ในสภาพที่ไร้ศีรษะ และมีเด็กผู้บริสุทธิ์หลายรายตกเป็นเหยื่อของมัน ฆาตกรรายนี้จึงถูกตั้งฉายาว่า “นักล่าหัว”

สังคมไร้อาชญากรรม
คดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้น ทำให้ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ต้องมาเยือนสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยตัวเอง ท่านได้กล่าวโทษระบบการสืบสวนของตำรวจที่ไร้ประสิทธิภาพ ทำให้มีความยากลำบากในการสืบหาตัวคนร้าย ท่านประธานาธิบดีจึงประกาศว่าจะดูแลการสืบสวนคดีนี้ด้วยตัวเอง พร้อมทั้งรับปากว่าจะทำให้สังคมเกาหลีเป็นสังคมที่ไร้อาชญากรรม

สังคมไร้อาชญากรรมคืออะไร ? ทางรัฐบาลเตรียมจะออกกฎหมายที่จะให้อำนาจการตรวจสอบ DNA ของตัวอ่อนทารก เพื่อหาพันธุกรรมของตัวอ่อนที่มีแนวโน้มการเป็นจิตเภท โดยอ้างอิงผลงานวิจัยของศาสตราจารย์ ดร. แดเนียล อี. กล่าวคือ คนที่มีอาการจิตเภทเป็นผลมาจากพันธุกรรมที่กลายพันธุ์ ซึ่งเกิดขึ้นในสังคมที่กำลังพัฒนา คนพวกนี้เกิดมาพร้อมกับพันธุกรรม MAOA ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์ของมนุษย์ และคนที่อาจกลายเป็นฆาตกรต่อเนื่อง พวกเขาจะไม่มีพันธุกรรม MAOA หรืออะไรทำนองนั้นเลย

การศึกษาล่าสุดพบว่า สามารถตรวจสอบพันธุกรรมจิตเภทได้ด้วยการตรวจดีเอ็นเอ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ สามารถตรวจคนที่มีอาการจิตเภท อย่างเช่น พวกบ้าสงคราม หรือฆาตกรต่อเนื่องได้ก่อนพวกเขาจะเกิด

ร่างกฎหมายที่ทางรัฐบาลพยายามผลักดัน จะทำให้รัฐมีอำนาจตามกฎหมายบังคับทำแท้งทารกในครรภ์ได้ โดยไม่ต้องรับความยินยอมจากแม่หรือผู้ปกครอง ในกรณีตรวจเจอ DNA และยืนยันว่าเด็กในครรภ์จะเกิดมาพร้อมกับพันธุกรรมจิตเภท

ในที่ประชุมเพื่อพิจารณากฎหมาย ศาสตราจารย์ ดร. แดเนียล อี. ระบุว่าการตรวจดีเอ็นเอคนที่มีอาการจิตเภทมีความแม่นยำ 99% ที่เหลืออีก 1% เรียกว่าพันธุกรรมอัจฉริยะ ซึ่งหมายความว่า DNA ของคนที่มีอาการจิตเภทกับคนอัจฉริยะมีความคล้ายกันมากจนแยกไม่ออก

ยกตัวอย่างว่า สงครามโลกครั้งที่ 2 อาจจะไม่เกิดขึ้นถ้าสามารถยับยั้งการเกิดของฮิตเลอร์ได้ ในทางกลับกัน คนอัจฉริยะอย่างโมซาร์ทก็จะไม่ได้เกิด เพราะดีเอ็นเอบอกว่าเขาอาจกลายเป็นฮิตเลอร์ หรือโลกอาจจะไม่มีคนอย่างไอน์สไตน์ เพราะดีเอ็นเอบอกว่าเขาอาจจะกลายเป็นฆาตกรต่อเนื่อง เป็นต้น

ยังไม่นับเรื่องสิทธิมนุษยชนซึ่งยังเป็นที่ถกเถียงกันไม่จบ ว่าตัวอ่อนทารกถือว่ามีสิทธิมนุษยชนหรือเปล่า ? อีกอย่างการทำแท้งในเกาหลีก็เป็นเรื่องผิดกฎหมาย เพราะในทางกฎหมายของเกาหลีถือว่าตัวอ่อนทารกเป็นมนุษย์ ดังนั้นการทำแท้งก็ถือว่าเป็นการฆาตกรรม ซึ่งเป็นที่มาของกฎหมายห้ามทำแท้ง

แต่ด้วยข้อถกเถียงที่หาข้อสรุปที่แน่ชัดไม่ได้ ทำให้สุดท้ายกฎหมายฉบับนี้จึงถูกตีตกไปด้วยคะแนนเสียง 5-4

นักล่าหัว
ศาสตราจารย์อีเป็นคนเกาหลีที่ย้ายไปอยู่อังกฤษมานานหลายปี การกลับมาคราวนี้เขาจึงได้เดินทางมาเยี่ยมเพื่อนเก่าอย่างคุณหมอฮันซอจุน ศัลยแพทย์มือทอง ที่ตอนนี้ภรรยาของเขาท้องแก่ใกล้คลอดแล้ว

ในเวลาใกล้เคียงกันนั้นก็เกิดคดีฆาตกรรมสุดโหดขึ้น ณ แถบภูเขากูรยอง เหยื่อเป็นครอบครัวที่มาแคมปิ้ง พ่อแม่ถูกฆ่าซึ่งศพได้หายไปจากที่เกิดเหตุ ส่วนลูกชายคนโตบาดเจ็บสาหัส แต่น้องคนเล็กรอดชีวิตมาได้ เพราะหลบอยู่ในกระเป๋าเดินทางและเห็นใบหน้าของฆาตกรรมอย่างชัดเจน

ตำรวจนายหนึ่งซึ่งพยายามเกาะติดคดีนี้ เพราะลูกสาวของเขาก็หายตัวไปอย่างมีปริศนาเช่นกัน เขาไปสอบถามเด็กน้อยผู้รอดชีวิต ด้วยความบังเอิญเขาเกิดไปเห็นโปสเตอร์รูปภาพของคุณหมอฮันซอจุนที่ติดอยู่ที่โรงพยาบาล เด็กน้อยร้องตะโกนออกมาด้วยความแค้นว่าคนนี้แหละคือฆาตกรใจโหดที่ฆ่าพ่อแม่ของเขา ตำรวจจึงขอหมายค้นบ้านของซอจุนในทันที

ตำรวจระดมคนค้นทั่วบ้านแต่ไม่พบอะไร แต่บังเอิญว่าตุ๊กตาหิมะสโนว์แมนที่อยู่ด้านนอกบ้านเกิดล้มลงมา แล้วเผยให้เห็นหัวมนุษย์ถูกเก็บซ่อนอยู่ในนั้น ซอจุนจึงโดนจับในทันที โดยที่ต่อมาภรรยาของเขาเป็นพยานให้ด้วยว่าสามีของเธอคือฆาตกรเจ้าของฉายานักล่าหัว

ซอจุนพูดกับภรรยาว่า ที่เขาแต่งงานและมีลูกกับเธอเพราะว่าเจตจำนงของการสืบพันธุ์ นั่นหมายความว่าลูกของเขาเกิดมาก็ต้องเป็นเหมือนเขา !

ซอจุนถูกตัดสินประหารชีวิต ข้อหาฆาตกรรมและทำลายศพจำนวน 20 ราย (*ผู้เขียนเข้าใจว่า เมื่อประมาณช่วงปี 2000 เกาหลใต้มีการโฮลด์โทษประหารชีวิต ทำให้ผู้ที่ต้องโทษประหารชีวิตติดคุกอยู่ในสถานะรอการประหาร ซอจุนจึงยังไม่ถูกประหารจนถึงปัจจุบัน)

10 ปีต่อมา … แจฮุนได้เกิดมาพร้อมกับดีเอ็นเอจิตเภทที่มีไอคิวสูงเกิน 160 เขามีความฝันว่าโตขึ้นอยากเป็นหมอ แต่ด้วยความที่เขาเป็นเด็กที่มีพฤติกรรมอันแปลกประหลาด ทำให้เขามีปัญหาในการเข้าสังคม เช่น ฆ่าและผ่าท้องกระต่ายเพียงเพราะสงสัยว่ามันท้องหรือมันอ้วน หรือเมื่อเขารู้สึกรำคาญคนรอบข้างแล้วทำอะไรไม่ได้ เขาก็มักจะเกาแขนตัวเองจนเลือดออก

จากเหตุดังกล่าวทำให้ครูเรียกผู้ปกครองมาพบ พ่อเลี้ยงของแจฮุนตบหน้าเขาเพราะทำเรื่องที่น่าอับอาย หลังจากนั้นดีเอ็นเอปีศาจของเขาจึงเปิดเผยตัว เริ่มต้นด้วยการฆ่าสัตว์เลี้ยงในบ้าน และสุดท้ายก็ฆ่าพ่อเลี้ยงของเขา !

แจฮุนโดนตำรวจจับในข้อหาฆาตกรรมพ่อเลี้ยง แม้เขาจะถูกสอบปากคำอย่างหนัก แต่เขาก็ยังปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาด้วยท่าทีที่เรียบเฉยไร้ความรู้สึก หรือแม้แต่ตำรวจนำเขาเข้าเครื่องจับเท็จ แต่เมื่อผลออกมาปรากฏว่าเขาพูดความจริง !

หลังจากนั้น แจฮุนก็ไปอ้อนวอนขอต่อพระเจ้าให้เอาปีศาจออกไปจากตัวเขา แต่ดูเหมือนว่าคำขอของเขาจะไม่ถูกตอบรับ

เวลาผ่านไป 25 ปี … แจฮุนกลายเป็นฆาตกรนักล่ามนุษย์ ดีเอ็นเอจิตเภทปรากฏขึ้นมาอย่างชัดเจน เวลานี้ในสายตาของเขาเห็นมนุษย์คนอื่น ๆ เป็นแค่เหยื่อเท่านั้น

มูจี (เด็กที่รอดชีวิต และนำไปสู่การจับตัวฮันซอจุนเมื่อ EP.1) เป็นตำรวจสายสืบประเภทหัวร้อนง่าย ความอดทนต่ำ ตั้งแต่ตอนเด็กจนถึงปัจจุบัน เขามักจะไปหาฮันซอจุน ฆาตกรต่อเนื่องเจ้าของฉายานักล่าหัวที่คุกอยู่เสมอ เพื่อย้ำเตือนความแค้นของเขาที่จะ ทำให้ลูกชายของซอจุนต้องเจ็บปวดเหมือนอย่างที่เขาเคยเป็น ด้วยการฆ่าซอจุนต่อหน้าลูกของเขา

ต่อมาซอจุนเพิ่งได้รู้ว่า จีอึน (อดีตภรรยาของเขา) เก็บลูกเอาไว้ แม้ว่าเธอจะรู้ว่าลูกของเธอมีพันธุกรรมจิตเภทที่ได้รับการสืบทอดมาจากซอจุน และมันทำให้เขารู้สึกดีใจเป็นอย่างมากเมื่อรู้ว่าลูกชายของเขายังมีชีวิตอยู่

ชีวิตในคุกของซอจุนเป็นที่เกรงกลัวต่อนักโทษคนอื่น ๆ อีกทั้งเขายังมีอิทธิพลในระดับที่ผู้คุมยังต้องเกรง แต่ชีกุก ผู้คุมคนใหม่ไม่ยอมก้มหัวให้ซอจุน เขาได้รู้ว่าผู้คุมคนเก่าต้องออกจากหน้าที่เพราะโดนทำร้ายจนพิการ เป็นเพราะอิทธิพลของซอจุนที่ตอนนี้เขากลายเป็นขาใหญ่ในคุกไปเสียแล้ว

บารึม, ดงกู และชีกุก เป็นเพื่อนรักกัน บารึมเป็นผู้แสดงมายากลซึ่งจัดในเรือนจำ ส่วนดงกูเป็นคนเขียนบท ขณะนั้นเป็นเวลาออกกำลังกายของนักโทษในสนามพอดี บารึมบังเอิญได้เห็นซอจุน ซึ่งดูแล้วก็เหมือนคนธรรมดาทั่วไป

โปรดิวเซอร์ชเวฮงจูไปขอข้อมูลการฆาตกรรมเทรนเนอร์มวยซงซูโฮกับมูจี เพราะเขาสามารถเชื่อมโยงได้ว่าฆาตกรที่ฆ่าบยอนซุนยอง (เหยื่อรายล่าสุด) เป็นคนเดียวกัน

หลังจากนั้น มูจีพาฮงจูไปดูสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรมบยอนซุนยอง ซึ่งเขาได้บอกว่าสภาพศพเหมือนกันอย่างหนึ่งคือนิ้วถูกหักและชี้ไปที่ไม้กางเขนของโบสถ์ เขาได้ตั้งสมมติฐานว่าฆาตกรรายนี้ต้องการที่จะเย้ยหยันพระเจ้า อีกอย่างคือฆาตกรรายนี้รู้เรื่องกายวิภาคของมนุษย์เป็นอย่างดี จึงรู้วิธีการฆ่าที่ทำให้เหยื่อจบชีวิตในทันทีหรือการฆ่าโดยวิธีทรมาน

ตัดภาพมาในเรือนจำ ขณะที่บารึมกำลังแสดงมายากลให้นักโทษดู ชีกุกโดนทำร้ายสาหัสและถูกตัดนิ้ว ซอจุนซึ่งเป็นอดีตศัลยแพทย์มือทองเข้ามาช่วยเย็บแผลให้ชีกุก ก่อนที่จะนำตัวชีกุกส่งโรงพยาบาล เมื่อมาถึงโรงพยาบาล แพทย์ผู้ให้การรักษารู้สึกแปลกใจการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ทำมาเป็นอย่างดี ผู้คุมคนหนึ่งจึงบอกว่าเป็นฝีมือของซอจุน

ต่อมา บารึมและดงกูได้รู้รู้ว่าคนที่ทำร้ายชีกุกก็คือนักโทษคนหนึ่งที่เป็นคนสนิทของซอจุน ชีกุกโดนทำร้ายเพราะเขาไม่ยอมก้มหัวให้ซอจุน

ข่าวเหยื่อที่ถูกฆาตกรโรคจิตฆ่ามีมาอย่างต่อเนื่อง แต่ตำรวจยังไม่สามารถหาตัวคนร้ายได้ และในคืนนี้เอง ตัวฆาตกรรู้สึกว่าร่างกายไม่พร้อม จึงจะหาเหยื่อที่ตัวเล็กและอ่อนแอ ในที่สุดเขาก็เจอเหยื่อที่ต้องการ !

เมื่อได้รับแจ้งเหตุ มูจีจึงรีบไปที่เกิดเหตุในทันที เขาพบหญิงสาวถูกแขวนคอ โดยมีนวมของซงซูโฮและแหวนของบยอนซุนยองแขวนไว้กับศพ มูจีแปลกใจที่ไม่มีการเคลื่อนย้ายศพหรือไม้กางเขน แต่ฆาตกรกลับสักรูปไม้กางเขนเอาไว้ที่ลิ้นของเหยื่อ และยัดนิ้วมือของเธอเข้าไว้ในปาก

บารึมยืนดูข่าวโรงพยาบาล คุณหมอซองโยฮันมองไปที่บารึม และนึกถึงเด็กคนที่มีพันธุกรรมจิตเภท และสิ่งที่เขาสงสัยมาตลอด เด็กคนนั้นกลายเป็นฆาตกรหรือเป็นคนปกติ ?

EP.3 ไอ้ไซโคปาธ
ข่าวรายงานว่าประชาชนคนเกาหลีต่างพากันอกสั่นขวัญแขวน จากฆาตกรรมต่อเนื่องที่สังหารเหยื่ออย่างโหดเหี้ยมไปแล้ว 20 ราย แต่ตำรวจยังจับตัวฆาตกรไม่ได้ เป็นเหมือนภาพซ้อนเดจาวูที่กลับมาเกิดขึ้นอีกครั้ง หลังผ่านไป 25 ปี พวกเขาเรียกมันว่า ‘ไอ้ไซโคปาธ’

ศาสตราจารย์แดเนียล อี. กลับมาเกาหลีอีกครั้ง และได้พบกับภรรยาของนักล่าหัวซอจุน หลังไม่ได้พบกันมานานถึง 25 ปี เธอพยายามบอกกับศาสตราจารย์อีว่า เขาเข้าใจผิดเรื่องที่ลูกของเธอมีดีเอ็นเอจิตเภท เพราะจริง ๆ แล้วลูกชายของเธอเป็นคนมีจิตใจดี … ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่จริง !

ศาสตราจารย์อีแอบตามดูพฤติกรรมของหมอซองโยฮัน (ลูกชายของนักล่าหัวซอจุน) เขาสังเกตเห็นลักษณะที่ดูผิดแปลกไปจากคนเป็นหมอ ศาตราจารย์รับรู้ได้ถึงความเหี้ยมที่ซ่อนอยู่ จากนั้นเขาจึงโทร. นัดเจอกับหมอซองโยฮันที่สวนสนุกในเวลาปิดให้บริการแห่งหนึ่ง ณ ที่นั้น ชื่อของศาสตราจารย์อีก็กลายเป็นอดีตด้วยมือของหมอซองโยฮัน … จากนั้นศพของศาสตราจารย์อีก็ถูกเอาไปถ่วงน้ำ

หลังจากนั้น หมอซองโยฮันได้มารอโปรดิวเซอร์ชเวที่บ้านของเธอ ทันทีที่เจอเขาเข้าไปสวมกอดทันที แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “ผมกลัว ๆ ๆ”

ทางเบื้องบนให้ตามสืบการหายตัวไปของศาสตราจารย์อีอย่างลับ ๆ ตำรวจสืบหาจนมาถึงสวนสนุก แต่ยังหาศพไม่พบ และสงสัยว่าศาสตราจารย์นัดเจอกับใครที่นี่

มูจีสืบไปจนพบว่าก่อนศาสตราจารย์อีจะหายตัวไป เขาได้โทร. คุยกับหมอซองโยฮัน ด้วยเซนส์ความเป็นตำรวจนักสืบ เมื่อได้พบและพูดคุยกันในเวลาสั้น ๆ มูจีก็รู้ได้ในทันทีว่าหมอซองโยฮันคือผู้ต้องสงสัย

ในระหว่างนั้น บาอีไปก่อเรื่องใช้ความรุนแรงกับเพื่อนที่โรงเรียน คุณยายเลยต้องไปเคลียร์ สรุปคือคุณยายต้องหาเงินมาจ่ายค่าชดเชย เพื่อแลกกับการที่บาอีไม่ถูกไล่ออก คุณยายก็เลยต้องหารายได้พิเศษโดยการไปเป็นแม่บ้านทำความสะอาด แล้วก็ให้บังเอิญว่าบ้านหลังนั้นเป็นบ้านของหมอซองโยฮัน

ขณะที่คุณยายทำความสะอาด หมอซองโยฮันมีธุระต้องออกไปข้างนอก แต่เขาลืมกุญแจคาไว้ที่ประตูห้องที่เอาไว้เก็บรวบรวมภาพถ่ายและหลักฐานต่าง ๆ ของเหยื่อ คุณยายจึงเปิดเข้าไปในห้องนั้นเพื่อทำความสะอาด แต่สิ่งที่เห็นทำเอาคุณยายเข่าอ่อนทรุดลงไปกองบนพื้น

แต่สิ่งที่คุณยายเลือกทำหลังจากนั้นก็คือ หยิบเอารูปเหยื่อคนหนึ่งที่ตำรวจประกาศตามหาในทีวีติดมือมาด้วย เพราะคุณยายตั้งใจจะเอาหลักฐานภาพถ่ายชิ้นนี้ไปให้กับบารึม เพื่อให้เขาจะได้สร้างผลงาน แต่สุดท้ายหมอโยฮันก็รู้ว่าคุณยายเอารูปภาพเหยื่อไป เขาจึงออกตามล่าคุณยายไปถึงที่บ้าน

บารึมเห็นข้อความจากคุณยายแต่ไม่สามารถโทร. ติดต่อได้ เขาจึงรีบออกไปดูว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว น้ำฝนตกลงมากระทบร่างของคุณยายที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น บารึมเห็นชายต้องสงสัยจึงรีบวิ่งตามไป ทันใดนั้นเอง ขณะที่วิ่งข้ามถนนไล่ตามไป รถยนต์คันหนึ่งเกิดขับพุ่งเข้ามาชนร่างของบารึมจนลอยตกลงมากระทบกับพื้น

ก่อนที่เขาจะหมดสติไป สายตาเขาเหลือบไปเห็นหน้าชายคนนั้น แต่มันพร่ามัวเกินกว่าที่เขาจะรู้ว่า มันคือใคร !

EP.4 แค่คิดก็น่ากลัวแล้ว
ระหว่างที่บงอีกำลังเดินทางกลับบ้าน ขณะนั้นฝนได้เทกระหน่ำตกลงมาอย่างหนัก บงอีนั่งขุดค้องอเข่าอยู่ที่ข้างถนนบริเวณตีนสะพานอยู่อย่างนั้น เธอโทร. หายาย ยายก็ไม่รับโทรศัพท์ เมื่อมีรถตำรวจผ่านมา บงอีจึงขอติดรถตำรวจไปด้วย ซึ่งมูจีก็อยู่ในรถคันนั้น เมื่อถึงปากทางเข้าบ้านบงอีจึงขอลง

มูจีไปที่เกิดเหตุ ในมือของร่างคุณยายที่ไร้วิญญาณนอนแน่นิ่งกำเศษรูปที่คนร้ายเผาทิ้งไว้ บารึมบอกกับมูจีว่าเขาไม่เห็นหน้าคนร้าย แต่คนร้ายมีกลิ่นมิ้นต์ติดตัว

ก่อนคุณยายจะถูกฆาตกรรม ได้ส่งข้อความหาบารึมมีใจความว่า เห็นหน้าฆาตกรที่ฆ่านักศึกษารายล่าสุดและได้มีรูปเหยื่อติดตัวมาด้วย

จีอึน แม่ของหมอซองโยฮันมาหาที่บ้าน เธอเห็นคราบเลือดติดอยู่ที่เสื้อก็รู้ว่าลูกเธอไปทำอะไรมา แต่ก็ยังตีมึนหลอกตัวเองว่าเป็นเลือดของผู้ป่วย ทำให้เรารู้ว่าจีอึนรู้ว่าลูกชายตัวเองเป็นฆาตกร ‘ไอ้ไซโคปาธ’ ??? (เรื่องราวพยายามชี้นำอย่างชัดเจนให้เราเชื่อว่าหมอซองโยฮันคือฆาตกร แต่มันจะใช่หรือเปล่า หรือฆาตกรไม่ได้มีคนเดียว ?)

จากนั้นจีอึนก็บอกหมอซองโยฮันให้รีบมีหลาน แต่เขากลับตอบว่า … “เพียงแค่คิดก็น่ากลัวแล้ว หากเด็กที่เกิดมาเป็นหลานของฮันซอจุน”

หมอซองโยฮันไปที่โรงพยาบาล ตอนนี้บารึมนอนพักรักษาตัวอยู่ที่ห้องเตียงพิเศษเตียงเดี่ยว เมื่อหมอซองโยฮันรู้ จึงแอบเข้าไปเพื่อจะใส่ยาพิษเข้าไปในน้ำเกลือของบารึม ขณะที่เขากำลังหลับอยู่ เดชะบุญแผนไม่สำเร็จ เมื่อบงอีเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน แล้วก็โทษบารึมที่ไม่รับสายของคุณยาย จนทำให้ท่านถูกคนร้ายฆ่าตาย

มูจีเอาหลักฐานมาประมวล เขาจึงสรุปได้เบื้องต้นว่าฆาตกรจะถ่ายรูปเหยื่อเก็บไว้หลังก่อเหตุ แต่เขายังคิดไม่ออกว่าคุณยายไปเอารูปนั้นมาจากไหน ?

คืนนี้ บารึมอยู่เป็นเพื่อนบงอีตลอดคืน เมื่อเธอตื่นขึ้นมาและเห็นบารึมหลับอยู่ บงอีจึงบอกกับคุณยายผู้ล่วงลับว่าต่อไปนี้ขอให้คุณยายไปสู่สุคติ เพราะมีคนคอยปกป้องเธอแล้ว

ด้วยสกิลการสืบคดีที่เต็มไปด้วยแพสชั่นของมูจี ทำให้เขาพบว่าเบาะแสทุกระแสล้วนแล้วแต่ชี้ไปที่หมอซองโยฮัน แม้จะยังไม่มีหลักฐานที่ชี้ชัดได้ก็ตาม โดยเฉพาะเบาะแสในคดีของคุณยาย เมื่อตามไปจนสุดทางก็ไปหยุดอยู่ที่หน้าบ้านของหมอซองโยฮัน !

ต่อมา มูจีให้สัมภาษณ์รายการสดเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้น หมอซองโยฮันดูรายการที่มูจีให้สัมภาษณ์ เขาโทร. หามูจีเพื่อท้าให้บอกเหตุผลในการเลือกเหยื่อผ่านรายการสด ที่ออกอากาศในคืนวันศุกร์ 23.30 น. ถ้าไม่เช่นนั้น เวลานั้นจะเป็นเวลาตายของหนูน้อยคิมฮันกุกที่ถูกลักพาตัวไป และจะเป็นการฆ่าแบบไลฟ์สด สตรีมต่อหน้าคนทั่วโลก !

มูจีรู้ดีว่านิสัยของพวกไอ้ไซโคปาธมักจะชอบโชว์ออฟ คิดว่าตัวเองเหนือชั้นจนลืมตัว และสุดท้ายก็จะเกิดข้อผิดพลาด ที่เรียกว่าตายน้ำตื้น (เหมือนกรณีของนักล่าหัวฮันซอจุน ที่โดนจับได้การที่กระทำอันแสนจะโง่เขลาของตัวเอง) จากนั้นมูจีก็ยื่นหนังสือลาออก และดูเหมือนว่าเขาจะมีแผนการอะไรบางอย่าง

ระหว่างนั้น มูจีได้ออกรายการพร้อมกับยื่นข้อต่อรองกับฆาตกรว่า เขาจะทำตามก็ต่อเมื่อฆาตกรพิสูจน์ได้ว่า หนูน้อยคิมฮันกุกยังมีชีวิตอยู่

ภาพตัดมาที่ห้องที่ขังหนูน้อยคิมฮันกุก สภาพห้องนั้นมืดมิด เด็กน้อยถูกจับมัดกับเก้าอี้ ใบหน้าของเขาถูกปกปิดด้วยหน้ากาก ทันใดนั้นเอง จองบารึมก็ปรากฏตัวขึ้นในห้องนั้น !!!

EP.5 ตรงข้ามกับพระผู้สร้าง !
ซีรีส์ Mouse นักล่ามนุษย์ EP.5 จะเป็นตอนที่เล่าเรื่องราวในรายการเชอร์ล็อกฮงจู ระหว่างนั้นจะมีการชิงไหวชิงพริบกันระหว่างนักสืบโกมูจีกับตัวฆาตกร ซึ่งมีรายละเอียดและวางแผนอย่างสลับซับซ้อนสุด ๆ …

จองบารึมโทร. เข้ามาในรายการเชอร์ล็อกฮงจูซึ่งเป็นรายการสด โดยใช้เครื่องเปลี่ยนเสียงแล้วอ้างตัวว่าเป็นฆาตกร เขายังได้ส่งคลิปเพื่อยืนยันว่าเด็กน้อยฮันกุกยังมีชีวิตอยู่จริง

ในรายการจองบารึม (ที่อ้างตัวว่าเป็นฆาตกร) ยังได้ถามนักสืบโกมูจีด้วยว่า “คุณคือเด็กที่เคยเห็นแม่โดนนักล่าหัวตัวคอใช่หรือไม่ ? ถ้าเป็นเช่นนั้นคงสะเทือนใจน่าดูสินะ แล้วที่มาออกรายการนี้เพื่อหวังที่จะล้างแค้นให้ตัวเองหรือว่าช่วยเด็กน้อยฮันกุกกันแน่ ?”

หลังบารึมวางสาย มูจีได้ยอมรับผ่านทางรายการว่าพ่อแม่ของเขาถูกฆ่าโดย ‘นักล่าหัว’ เมื่อ 25 ปีก่อนจริง แต่การที่มาออกรายการวันนี้ก็เพื่อพาเด็กน้อยฮันกุกกลับบ้านเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับความแค้นส่วนตัว จากนั้นเขาก็เปิดคลิปที่บารึมส่งมาให้ ในคลิปวิดีโอจะเห็นภาพเด็กที่สวมหน้ากาก ซึ่งคุณแม่ของเด็กน้อยฮันกุกก็ยืนยันออกรายการว่าเป็นลูกชายของเธอจริง … แต่ทันใดนั้นเอง เมสเซนเจอร์อีกคนก็มาส่งเอกสารจากฆาตกรเช่นกัน !!?

ความจริงแล้วทั้งหมดเป็นแผนยั่วฆาตกรตัวจริงของมูจี โดยให้บารึมปลอมเป็นฆาตกรเพื่อที่จะแอบอ้างผลงาน ดูหนังออนไลน์ 

ใส่ความเห็น