อาหาร ของหวาน และเครื่องดื่ม

ขั้นตอนการให้บริการวิชาชีพของสถาปนิก สถาปนิกจะทำการบริการวิชาชีพ

ขั้นตอนการให้บริการวิชาชีพของสถาปนิก
ขั้นตอนการให้บริการวิชาชีพของสถาปนิก

ขั้นตอนการให้บริการวิชาชีพของสถาปนิก สถาปนิกจะทำการบริการวิชาชีพ โดยการทำสัญญาโดยตรงนี้ จะเรียกว่า เป็นการบริการแบบ ดีไซน์บิลด์

1. ออกแบบเบื้องต้น (Schematic Design)
2. ออกแบบรายละเอียด (Design Development หรือ DD)
3. ทำแบบก่อสร้าง (Construction Document)
4. การประมูลและเจรจาต่อรอง (Bidding and Negotiation)
5. บริหารงานก่อสร้าง (Construction Administration)

ในบางโครงการ อาจจะมีการเข้าไปรับงานเป็นทีม โดยเจ้าของทำสัญญากับทีมก่อสร้างเพียงสัญญาเดียว ซึ่งประกอบไปด้วย ผู้รับเหมาก่อสร้าง สถาปนิก และที่ปรึกษาอื่นๆ รวมตัวกันเป็นหนึ่ง โดยการทำสัญญาโดยตรงนี้ จะเรียกว่า เป็นการบริการแบบ ดีไซน์บิลด์ (Design Build)

ขอบเขตงานของสถาปนิก 
ในปัจจุบันได้มีการขยายขอบเขตการประกอบวิชาชีพไปในหลายๆ ด้านที่เป็นแนวทางเฉพาะ เช่น
1. งานด้านออกแบบ (Design)
2. งานด้านการบริหารโครงการ (Construction Management)
3. งานด้านการบริหารการใช้พลังงานในอาคาร (Building Energy Management)
4. งานด้านการออกแบบการให้แสง (Lighting Design)
5. งานด้านบริหารจัดการอาคาร (Facility Management)
6. งานด้านอนุรักษ์ (Preservation)
7. งานตรวจสอบมาตรฐานและความปลอดภัยของอาคาร (Building Inspection) สถาปนิก

5 ขั้นตอนการให้บริการวิชาชีพของสถาปนิก บริษัทรับเหมาก่อสร้างครบวงจร

5 ขั้นตอนการให้บริการวิชาชีพของสถาปนิก
5 ขั้นตอนการให้บริการวิชาชีพของสถาปนิก

5 ขั้นตอนการให้บริการวิชาชีพของสถาปนิก บริษัทรับเหมาก่อสร้างครบวงจร วันนี้เราเลยนำขั้นตอนการให้บริการส่วนหนึ่งในกระบวนการทำงาน

  1. การออกแบบร่างขั้นต้น

    สถาปนิกจะนำแนวความคิดในการออกแบบ และผังพื้นที่ในการใช้สอย ที่ได้ผ่านการอนุมัติพูดคุยกับลูกค้าแล้ว มาพัฒนาเป็นแบบร่างง่ายๆ เพี่อให้ลุกค้าเกิดจินตภาพ หรือนึกภาพตามได้ว่างานออกแบบทั้งหมดจะออกมาเป็นอย่างไร โดยสถาปนิกจะนำเสนอเป็นภาพ Sketch, Perspective หรือ Model  ตามความเหมาะสมของแต่ละงาน

  2. Design Development

    คือการพัฒนาแบบร่าง ไปสู่ขั้นตอนการออกแบบรายละเอียด หลังจากจบงานส่วนที่เป็นช่วงนำเสนอ Concept Design เราจะได้แบบร่างออกมาในส่วนของ Production ซึ่งโดยปกติแล้วจะประกอบไปด้วย La-out plan และ Floor Plan คือผังแบบแปลนที่เห็นฟังค์ชั่นการใช้งานต่างๆ รวมไปถึงระยะ และวัสดุของบ้าน และงานระบบเบื้องต้น, Section รูปตัดของบ้านที่จะแสดงให้เห็นถึงระยะในแนวดิ่งของบ้าน,  Elevation รูปด้านที่แสดงให้เห็นถึงรูปทรงหน้าตาของอาคาร ทั้งระยะและวัสดุ รวมไปถึงการเกิดแสงเงาของอาคาร Perspective เป็นภาพ 3 มิติ ที่ใช้อธิภายแบบในมุมมองต่างๆ

  3. การทำแบบก่อสร้าง

    หลังจากสรุปแบบร่างกันไปแล้วนั้น ผู้ออกแบบก็จะนำรายละเอียดของแบบในช่วง Design Develop มาทำให้เป็นแบบขออนุญาตก่อสร้าง  โดยเนื้อหาของแบบขออนุญาตก่อสร้างนั้น  จดทำเพื่อแจ้งให้กับทางหน่วยงานราชการเข้าใจว่า บ้านหลังนี้มีโครงสร้างที่แข็งแรงปลอดภัย โดยคำนึงถึงความปลอดภัยต่อละแวกข้างเคียง และ ความปลอดภัยต่อผู้ใช้งานเอง  รวมถึงไม่เป็นที่รบกวน หรือลิดรอนสิทธิของผู้อื่น และสาธารณะประโยชน์

  4. Bidding and Negotiation การประมูลและเจรจาต่อรอง

    เป็นขั้นตอนจัดทำแบบเพื่อการประมูลงานก่อสร้าง หรือชี้แจงราคาการก่อสร้าง  ข้อนี้สำคัญมาก!  เพราะเป็นประโยชนสำหรับเจ้าของบ้านที่จะใช้ประเมินภาพรวมการทำงานของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง   โดยมีเอกสารที่เกี่ยวข้อง คือ

    1. TOR (Term of reference) ข้อกำหนด และข้อตกลงสำหรับผู้รับเหมาที่จะบอกขอบเขตการทำงาน ระยะเวลาการทำงาน ขั้นตอนและสัญญาต่างๆ
    2. แบบก่อสร้างพร้อมรายการประกอบแบบ แบบก่อสร้างทั้งหมด ที่ประกอบในการทำสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างอาคาร   “รายการประกอบ หมายถึง ข้อความและรายละเอียดที่กำหนด เพื่อควบคุมคุณภาพของวัสดุ อุปกรณ์
    3. BOQ ประเมินราคาจากผู้ออกแบบ เป็นใบแสดงรายการวัสดุและค่าใช้จ่าย ซึ่งออกโดยผู้ออกแบบบ้านหรือผู้รับเหมาก่อสร้าง โดยจะแสดงรายละเอียดหมวดหมู่งานที่ต้องทำในโครงการก่อสร้างว่าจะใช้วัสดุอะไร ปริมาณเท่าไรราคากี่บาท และค่าแรงในการจัดการวัสดุนั้น ๆ มีราคาเท่าไร
  5. การบริหารงานก่อสร้าง

    ในช่วงงานก่อสร้างเรากำหนดไว้ชัดเจนใน TOR  ตั้งแต่แรกว่ากระบวน การก่อสร้างต่างๆต้องเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ มาตรฐานความปลอดภัยในงานก่อสร้าง แผนงานการเบิกจ่ายงวด และส่วนของ bank guarantee ผู้รับเหมาต้องดำเนินตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด   สิ่งสำคัญที่ผู้รับเหมาต้องทำก็คือ เอกสารรายงานการก่อสร้างต่างๆ มีวาระการประชุม รายงานการประชุม เอกสารอนุมัติวัสดุ ทั้งหมดนี้ต้องทำเป็น Daily report – weekly report – monthly report    ซึ่งในช่วงนี้สถาปนิกจะเข้าไปตรวจสอบ  ประชุม และประสานงานตามความซับซ่อนของงาน เพื่อให้งานก่อสร้างเป็นไปตามแบบ

     

    จากที่เล่ามาทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการให้บริการของ Q-Con Home เราเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า และดำเนินกิจการมาครบรอบ 10 ปี โดยสร้างสรรค์ผลงานทั้งการออกแบบและก่อสร้างในโซนพื้นที่ เพชรบุรี หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ และโซนภาคใต้มากว่า 50 หลัง บนพื้นฐานความพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าของเรา เรานิยามผลงานของเราว่าเป็นบ้าน “CUSTOM DESIGN” คือบ้านที่ออกแบบมาอย่างเฉพาะเจาะจงเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละท่าน สถาปนิก

สาขาสถาปัตย์ หลักสูตรอินเตอร์ มีที่ไหนบ้าง? ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกน่าสนใจสำหรับน้องๆ

สาขาสถาปัตย์
สาขาสถาปัตย์

สาขาสถาปัตย์ หลักสูตรอินเตอร์ มีที่ไหนบ้าง? ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกน่าสนใจ คนไหนที่กำลังมองหาอนาคตการเรียนต่อและทำงานที่เปิดกว้าง ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกน่าสนใจสำหรับน้องๆ คนไหนที่กำลังมองหาอนาคตการเรียนต่อและทำงานที่เปิดกว้าง เพราะการเรียนหลักสูตรอินเตอร์โดยเฉพาะสาขานี้ จะช่วยพัฒนาทักษะทางภาษาอังกฤษ และเปิดโอกาสให้น้องๆ ได้เจอกับสภาพแวดล้อมการเรียนที่หลากหลาย เป็นสากล และส่งผลดีต่อการทำงานในอนาคตได้

สำหรับใครที่ต้องการเรียนสถาปัตยกรรมศาสตร์ ที่ใช้หลักสูตรนานาชาติ บทความนี้เรามีรายชื่อมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนที่เปิดสอนหลักสูตรดังกล่าวมาฝากน้องๆ ให้นำไปใช้เลือกสอบเข้า ดังนี้

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
www.arc.cmu.ac.th
คณะสถาปัตยกรรมศสาตร์ หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (วทบ.) สาขาวิชาการออกแบบเชิงบูรณาการสถาปัตยกรรมแนวใหม่ เรียน  4 ปี

มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี
www.arch.kmutt.ac.th
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ของมหาวิทนยาลัยนี้ เปิดสอนมาตั้งแต่ปี 2534 โดยเป็นหลักสูตรนานาชาติทั้งคณะ มีทั้งหมด 4 หลักสูตร ดังนี้
• สถาปัตยกรรม หลักสูตร 5 ปี
• สถาปัตยกรรมภายใน หลักสูตร 5 ปี
• ออกแบบอุตสาหกรรม หลักสูตร 4 ปี
• การออกแบบนิเทศศิลป์ หลักสูตร 4 ปี

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
www.cuinda.com
สำหรับหลักสูตรนานาชาติ ได้เปิดสอนรุ่นแรกเมื่อปี 2549 (2006) โดยมีหลักสูตร ดังนี้
• สถาปัตยกรรม INDA เรียน 4 ปี วุฒิที่ได้คือ วท.บ (วิทยาศาสตร์บัณฑิต)

• ออกแบบนิเทศศิลป์ COMMDE เรียน 4 ปี วุฒิที่ได้คือ ศ.ศบ. (ศิลปกรรมศาสตร์บัณฑิต)

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
www.tds.tu.ac.th
มี 2 หลักสูตรที่น่าสนใจซึ่งเน้นทางด้านการบริหารจัดการ คือ
– Urban Design and Development (International Program) หลักสูตร 5 ปี
– Design, Business & Technology Management (English program) หลักสูตร 3.5 ปี

เรียนสถาปัตย์ฯ อินเตอร์ ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง
1. เตรียมผลสอบภาษาอังกฤษ
2. เตรียมผลสอบด้านคณิตศาสตร์ มีเพียงจุฬาฯที่เดียวที่ใช้
3. เตรียมความสามารถทางด้านการออกแบบและวาดภาพ อันนี้ก็คือการสอบ CU-TAD ถ้าจะเข้าจุฬาฯ และความสามารถในการออกแบบเฉพาะด้าน
4. เตรียมแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) แนะนำให้เริ่มคัดเลือกงาน PORT ประมาณ 4-6 เดือนก่อนส่งจริง เนื่องจากฝีมือได้พัฒนาเต็มที่ (ตั้งแต่ ม.5 เทอม 2 ปลายๆ ต้องเริ่มเก็บผลงานกันแล้ว แต่ถ้ามีงานเก่าที่ดีๆ ได้รางวัล ก็เอาเข้าแฟ้มได้เลย)
5. เตรียมทักษะ Conversation และไหวพริบ ที่เราจำเป็นต้องมี เพราะใช้ในการสัมภาษณ์

สำหรับน้องๆ ที่กำลังเรียนโรงเรียนไทยหลักสูตร EP หรือ หลักสูตรธรรมดา แน่นอนเลยว่า สิ่งที่จำเป็นต้องเรียน และทำคะแนนให้ดี อย่างแรกคือ ภาษาอังกฤษ ทั้งไวยกรณ์ และการพูด ส่วนน้องๆที่เรียนหลักสูตรอินเตอร์มาบ้าง ก็ไม่น่าเป็นห่วง เพราะน้องๆ ได้เรียนทุกวัน อีกทั้งหลายๆ โรงเรียนต้องสอบ SAT IELTS TOEFL อยู่แล้ว สถาปนิก

สถาปนิกคือใคร เพราะเหตุไรคุณควรจะว่าจ้างคนเขียนแบบวางแบบ บ้านด้วย

สถาปนิกคือใคร
สถาปนิกคือใคร

สถาปนิกคือใคร เพราะเหตุไรคุณควรจะว่าจ้างคนเขียนแบบวางแบบ บ้านด้วย เพื่อนพ้องๆ คนไม่ใช่น้อย เลือกที่จะดีไซน์ตกแต่งบ้านด้วยตัวเอง

สถาปนิกคือใคร เพราะเหตุไรคุณควรจะว่าจ้างคนเขียนแบบวางแบบ บ้านด้วย มาฝากกัน จ้ะ

เพื่อนพ้องๆ คนไม่ใช่น้อย เลือกที่จะดีไซน์ตกแต่งบ้านด้วยตัวเอง เนื่องจากว่า

อยากได้อดออมค่าครองชีพ ไม่ต้องการที่จะอยาก ความอลหม่าน สำหรับในการ

ปฏิบัติงาน ร่วมกับ คนเขียนแบบ แล้วก็ คิดว่า การ ออกแบบ ด้วย ตัวเอง ทั้งผอง นั้น

จะก่อให้กำเนิด ความภูมิใจ อย่างเต็มเปี่ยม เมื่อ ได้รับ คำชื่นชม จากผู้มายอด

เยี่ยม บ้าน แต่ว่า หาก เป็น แบบงั้น จริง เพราะเหตุใด บางบุคคล ถึง เลือก ที่จะว่า

จ้าง นักออกแบบ สำหรับในการ ตกแต่ง บ้าน เพราะเหตุใด ถึงไม่ ตกแต่ง บ้าน ด้วย

ตัวเอง สถาปนิก หรือ มัณฑนากร เป็น คนที่ มีความสามารถ ที่ ถูก แล้วก็ ถูก หลัก ใน งาน

ดีไซน์ ในงานตกแต่ง และก็ ในที่สุด ก็คือ การก่อสร้าง เว้นแต่ นักออกแบบ เป็น ผู้

ออกแบบ แล้ว ยังเป็นตัว กึ่งกลาง ระหว่าง เจ้าของบ้าน กับ ช่าง ทำ บ้าน อีกด้วย

นักออกแบบ มา ดีไซน์ บ้าน รวมทั้งจะต้อง ชำระเงินค่าวางแบบให้เขา แม้

กระนั้น เพื่อนพ้องๆ ทดลอง คิดตาม มอง นะคะ บ้าน เป็น ที่พักที่อาศัย ไว้ พัก ภาย

หลัง ดำเนินงาน มา เหน็ดเหนื่อยๆ คนจำนวนไม่น้อย กว่า จะมี บ้าน สัก ข้างหลังจะ

ต้อง ใช้เวลา ยาวนานหลายปี กว่า จะ ได้มา บ้าน จึงต้องควรเป็นที่ ที่อยู่ แล้ว

เพลิดเพลินใจ เป็น ที่ ที่อยู่ แล้วตอบสนองในสิ่งที่ต้องการ ของ พวกเรา ได้ คน

จำนวนไม่น้อย มีความคิดว่า การออก แบบ เอง จะตอบ ปัญหา แต่ว่า ถ้าเกิดเอ่ย

ถึง เรื่องเกี่ยวกับการดีไซน์ การออก แบบ ไม่ใช่แค่ เรื่องความพอใจ แต่ว่าคือ

เรื่องของ การนำ เอา ความรู้สึก มาแปล ค่า ให้เป็น สั่งที่เป็นรูปธรรม หรือ ที่ เรียก

กล้วยๆ เป็น นำ จิต นาการ ที่ สร้าง ใน ความนึกคิด ออกมาให้เป็น รูปร่าง จริง ใน

บ้าน ของ พวกเรา แล้วก็ ที่ สำคัญ ไป กว่านั้ นกา รอคอย อก แบบ ต่างจังหวัด จาก

ความสวย แล้ว ยังมีเรื่องมีราว ของ ฟังก์ชั่น การใช้แรงงานอีกด้วย แม้กระนั้น ถ้า

เกิดเจ้าของบ้าน ที่ไม่มีความรู้ หัวข้อการดีไซน์ ก็ จะดีไซน์ บ้าน ให้ได้อีกทั้ง

งาม ใน สไตล์ ที่ อยากได้ และก็ครบ ทุก ฟังก์ชั่น ก็ คง เกิดเรื่อง ที่ ยาก มากมาย สถาปนิก

คุณสมบัติ 10 อย่าง อาชีพที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ เชื่อหรือไม่ว่าจริง

คุณสมบัติ
คุณสมบัติ

คุณสมบัติ 10 อย่าง อาชีพที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ เชื่อหรือไม่ว่าจริง วันนี้จะมาแนะนำทริคง่ายๆ ที่ทุกคนต้องพลาดไม่ได้ เกี่ยวกับสถาปนิก

1.เป็นคนฉลาด
จริงๆแล้วสถาปนิกจะต้องเป็นคนฉลาด มีความเข้าใจในเรื่องของการก่อสร้างและโครงสร้างความปลอดภัย หากมีกึ๋นก็จะดียิ่งขึ้นไปอีก

2.ชื่นชอบงานที่ท้าทายความสามารถ
หากคุณเป็นคนที่ทุ่มเทให้กับงาน อาชีพสถาปนิกเหมาะกับคุณแล้วล่ะ เพราะอาชีพนี้คุณจะต้องอุทิศเวลาหลายชั่วโมงเพื่อจะทำให้บ้านหลังหนึ่งสมบูรณ์แบบ เชื่อหรือไม่คะว่าบางครั้งสถาปนิกก็จะต้องทำงานจนถึงตีสองเลยทีเดียวเพื่อให้ผลงานออกมาดีและทำให้ลูกค้าประทับใจ
3.เป็นนักแก้ปัญหา
ปกติแล้วอาชีพสถาปนิกเป็นอาชีพที่จะต้องแก้ปัญหาอยู่เป็นประจำ เพราะฉะนั้นหากคุณอยากเป็นสถาปนิกก็จะต้องมีทักษะในการแก้ปัญหานั่นเอง เนื่องจากว่าบางครั้ง สิ่งที่ลูกค้าต้องการอาจจะส่งผลกระทบกับความปลอดภัยของอาคารและโครงสร้างความปลอดภัย คุณก็จะต้องแก้ปัญหาเหล่านี้ให้ได้
4.มีทักษะในการเจรจา
สถาปนิกจะต้องเป็นคนที่เจรจาต่อรองเก่ง เพราะคุณจะต้องสื่อสารกับลูกค้า วิศวกร นักออกแบบตกแต่งภายใน และพนักงานของคุณ ซึ่งงานจะออกมาดีได้ก็จะต้องใช้การต่อรองเจรจาที่เก่งกาจนั่นเอง
5. สนุกในการเรียนรู้
การเป็นสถาปนิกไม่ง่ายอย่างที่คิด แถมยังต้องมีเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อพัฒนาตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการเรียนในระดับปริญญาตรี และต้องสอบเพื่อให้ได้ใบรับรองในอาชีพสถาปนิก
6.เป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์
สถาปนิกจะต้องมีความคิดสร้างสรรค์ ต้องใช้สมองทางด้านการออกแบบและนำเอาหลักทางคณิตศาสตร์มาประยุกต์ใช้รวมกัน ชอบจินตนาการและรักการวาดรูป ถ้าคุณมีลักษณะนิสัยเช่นนี้..สถาปนิกคืออาชีพที่เหมาะกับคุณมากที่สุด
7.มีใจรักวิชาคณิตศาสตร์
เพราะว่าสถาปัตยกรรมคือการผสมผสานระหว่างสองศาสตร์นั่นก็คือคณิตศาสตร์และศิลปะศาสตร์ ซึ่งการจะออกแบบอาคารให้สวยงามและปลอดภัยนั้นก็จำเป็นที่จะต้องเก่งทั้งสองอย่างนี้นั่นเอง
8.ชอบเล่นต่อบล็อกอาคาร
ความจริงแล้วสถาปนิกก็มีบางมุมที่คล้ายๆกับเด็ก นั่นก็คือการหมกมุ่นอยู่กับเรื่องออกแบบและสร้างอาคาร และถ้าคุณชอบเล่นต่ออาคารหรือวาดรูปล่ะก็ สถาปนิกคืออาชีพที่เหมาะกับคุณ
9. มีความรู้รอบตัว
สถาปนิกจะต้องมีทักษะในหลายๆด้านไม่ว่าจะเป็น ความเข้าใจของการเมือง ความรู้ของธุรกิจ, การตลาด, อสังหาริมทรัพย์ แถมยังต้องพูดในที่สาธารณะเก่งอีกด้วยนะคะ
10.รักธรรมชาติ
สถาปนิกที่ดีจะต้องรักธรรมชาติ ซึ่งสถาปนิกที่มีชื่อเสียงอย่าง Frank Lloyd Wright ได้บอกว่าสถาปนิกไม่ควรออกแบบอาคารให้ขัดกับธรรมชาติแต่ควรจะเน้นให้ความงามของธรรมชาติโดดเด่นมากขึ้น สถาปนิก

สถาปนิก บุคคลที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ออกแบบบ้าน เงินเดือนเท่าไร

สถาปนิก
สถาปนิก

สถาปนิก บุคคลที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเหมือน แพทย์ ทนาย ครู และวิศวกร มีทั้งสถาปนิกอิสระ (Freelance) และบริษัทสถาปนิก หน้าที่หลักคือ ออกแบบบ้านตามโจทย์ที่ได้รับจากเจ้าของบ้านผนวกกับพื้นฐานการออกแบบสถาปัตยกรรม โดยคำนึงถึงฟังก์ชั่นการใช้งานควบคู่ไปกับความสวยงาม นอกจากนี้ยังต้องติดต่อประสานงานกับฝ่ายต่างๆ ทั้งวิศวกร มัณฑนากร ช่างเขียนแบบ จัดทำแบบก่อสร้างและเอกสาร BOQ สำหรับนำไปประกวดราคาคัดเลือกผู้รับเหมา และอาจรวมถึงดำเนินการขออนุญาตก่อสร้างให้เรียบร้อย

และถ้าจะถามว่า อาชีพ สถาปนิก ได้เงินเดือนเท่าไหร่? รุ่นพี่และสถาปนิกมืออาชีพที่ทำงานแล้วต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ต้องดูที่ประสบการณ์การทำงานเหมือนกับตำแหน่งงานอื่นๆ เพราะงานด้านนี้เป็นลักษณะงานศิลป์ คิดจิตนาการ ด้านโครงสร้าง และสถาปัตยกรรมของอาคารรูปแบบต่างๆ เกี่ยวข้องกับชีวิตและสิ่งแวดล้อม สถาปนิกจึงเป็นอีกอาชีพที่ต้องมีความรับผิดชอบสูงมากและใช้ประสบการณ์ในการทำงานพอสมควร

งานสถาปนิก
สถาปนิกออกแบบบ้านโดยทั่วไป มี 2 ลักษณะ คือ สถาปนิกออกแบบโครงสร้าง และ สถาปนิกออกแบบภายใน architect interior เป็นลักษณะงานออกแบบ และ วางแผน ในการก่อสร้าง คิดริเริ่ม พัฒนาต่อยอด ต้องสะสมประสบการณ์ ไม่ง่ายนักที่ทุกคนจบสถาปนิกมาแล้วจะสามารถทำได้ ผลงานขายออกได้เลย ถ้าไม่มีหัวไปทางด้านศิลป์ และคิดนอกกรอบ การทำงานเป็นสถาปนิกก็ถือเป็นงานท่ี่ยาก แน่นอนสถาปนิกออกแบบต้องคู่กับการเขียนแบบบางคนบางบริษัทต้องทำทั้ง 2 อย่างในคนๆ เดียวเพื่อปิดโปรเจ็คนั้น

สถาปนิกบางคนถนัดอย่างใดอย่างหนึ่ง บางคนถนัดออกแบบอย่างเดียวไม่ชอบการเขียนแบบ แต่ถ้าออกแบบผลงานยังไม่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ก็ต้องฝึกหาประสบการณ์ไปเรื่อยๆ บางคนต้องไปทำงานเขียนแบบไปก่อน เพราะงานเส้นสาย Draw เห็นงานที่ต่อยอดจากการออกแบบมาแล้ว แต่ก็ต้องใช้ประสบการณ์เกี่ยวกับเขียนแบบโดยส่วนมากนักศึกษาจบใหม่สามารถทำได้เกือบทุกคน  เพราะฉนั้นอาชีพสถาปนิก เงินเดือน ก็แตกต่างกันไปตามผลงาน หน้าที่รับผิดชอบ

เงินเดือนสำหรับงานสถาปนิกออกแบบบ้านอาคาร
– สถาปนิกจบใหม่ ส่วนมากเริ่ม 15,000+ (จบใหม่เริ่มทำงานจริงผู้ประเมิณงานก็จะรู้ว่าผู้ประเมิณถนัดด้านไหนกว่ากัน ถ้าผลงานเข้าตาก็อาจจะมีการปรับเงินเดือนตามโครงสร้างหน่วนงานนั้น)
– สถาปนิก มีประสบการณ์ 1 ปี 18,000-25,000
– สถาปนิก มีประสบการณ์ 2-3 ปี 25,000-30,000 มีหน้าที่รับผิดชอบมากขึ้น
– สถาปนิก มีประสบการณ์ 3 ปีขึ้นไป 30,000-50,000 มีหน้าที่รับผิดชอบงานโปรเจ็ค ผู้จัดการ (เมื่อมีผลงานที่น่าสนใจถ้าสามารถอยู่บริษัทใหญ่ มีหน้าที่รับผิดชอบบริหารจัดการ เงินเดือน 100,000++)

คุณสมบัติสถาปนิก ต้องการปรับเงินเดือน
– ออกแบบได้ตามบริษัทและลูกค้าต้องการ
– ออกแบบตามต้องการ เขียนแบบได้
– ออกแบบตามต้องการ เขียนแบบ พรีเซ็นงานได้ มีความรอบรู้เรื่องวัสดุ
– ออกแบบตามต้องการ เขียนแบบ พรีเซ็นงานได้ ตรวจดูงานลงพื้นที่ เรื่องเอกสาร
– หัวหน้าทีมออกแบบ (ออกแบบตามต้องการ เขียนแบบ พรีเซ็นงานได้ ตรวจดูงานลงพื้นที่ เรื่องเอกสาร )
– ผู้จัดการออกแบบ (ออกแบบตามต้องการ เขียนแบบ พรีเซ็นงานได้ ตรวจดูงานลงพื้นที่ เรื่องเอกสาร ) รับออกแบบบ้าน

Scroll To Top