อังคาร. ก.ย. 21st, 2021

บอนไซญี่ปุ่น – ภาพถ่ายต้นไม้ ตกแต่งในการตกแต่งภายใน

ที่เที่ยวเกี่ยวกับบอนไซในญี่ปุ่น - Omiya Bonsai Museum
การ ตกแต่งในการตกแต่งภายใน สไตล์ญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์ที่ถูก จำกัด และสงบที่สุด ที่เรียบง่าย ออกแบบตกแต่งภายใน และในวันนี้การตกแต่งภายในแบบตะวันออกนี้ได้สร้างความประทับใจให้กับชาวตะวันตก ลวดลายของญี่ปุ่นในการตกแต่งภายในนั้นไม่ได้บ่งบอกถึงโบราณวัตถุใด ๆ แต่ถึงแม้ในทางกลับกันมันเป็นภาษาญี่ปุ่นในปัจจุบันที่ก้าวไปข้างหน้าด้วยความก้าวหน้าและในขณะเดียวกันก็รักษาความเป็นต้นฉบับและความลึกลับ

หนึ่งในส่วนประกอบสำคัญของสีญี่ปุ่นคือบอนไซ ในเกือบทุกรูปแบบของการตกแต่งภายในมีการใช้พืชในร่มเป็นของตกแต่งและบทความนี้จะเน้นที่บอนไซญี่ปุ่น ในยุโรปต้นไม้ตกแต่งนี้ปรากฏในช่วงต้นศตวรรษที่ผ่านมาและในเวลาอันสั้นกลายเป็นหนึ่งใน houseplants ที่ชื่นชอบของแม่บ้านหลายคน ทุกวันนี้บอนไซของญี่ปุ่นได้กลายเป็นหนึ่งในสาขาดอกไม้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

การปลูกบอนไซญี่ปุ่นสามารถนำมาประกอบกับวิทยาศาสตร์เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสร้างต้นไม้ขนาดเล็กด้วยตัวคุณเองที่บ้าน ไม่เพียง แต่เป็นไปได้ทีเดียว

เพื่อจุดประสงค์นี้พืชเมืองร้อนหรือเรือนกระจกจึงเหมาะอย่างยิ่งซึ่งสามารถหยั่งรากในสภาพแวดล้อมภายในบ้านได้อย่างง่ายดาย ในการสร้างต้นไม้ด้วยมือของคุณเองคุณจะต้องปฏิบัติตามกฎหลายข้อ

1. ประการแรก ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษกับทางเลือกของพืช ในห้องที่อบอุ่นจะดีกว่าถ้าชอบต้นไม้และพุ่มไม้ผลัดใบ แต่พระเยซูเจ้าสามารถหยั่งรากในห้องด้วยปากน้ำเย็น
2. ควรให้ความใส่ ใจเป็นพิเศษกับการรดน้ำและความชื้นสำหรับแต่ละโรงงานนั้นต้องเคารพในบรรยากาศของตัวเอง
3. บังคับ ให้ปลูกถ่าย ทุกสองปี เมื่อสิ้นสุดฤดูหนาวจนกระทั่งพืชผลัดใบเริ่มไหลของน้ำนม ในเวลาเดียวกันรากของพืชจะถูกตัดแต่งเล็กน้อยลบเคล็ดลับการสลายตัวทั้งหมด
4. การก่อตัวของมงกุฎคงที่ เพื่อให้ต้นไม้หรือไม้พุ่มมีรูปทรงของบอนไซญี่ปุ่นมันควรจะสัมผัสกับอิทธิพลภายนอกบนมงกุฎ เมื่อต้องการทำเช่นนี้คุณสามารถใช้ลวดทองแดงหรืออลูมิเนียมและหากพืชไม่ให้ยืมตัวเองกับการก่อตัวดังกล่าวแล้วใช้การตัดแต่งกิ่ง การตัดแต่งกิ่งสามารถเป็นพืชขึ้นรูปโครงกระดูกที่ช่วยกระตุ้นและลดขนาด
5. สำหรับผล ของต้นไม้เก่าใช้กิ่งแยกและเปลือกเล็ก ๆ ถูกปอกเปลือกออกเพื่อให้เกิดรอยแผลเป็นที่เหมาะสม ควรดำเนินการตามขั้นตอนเหล่านี้ด้วยความระมัดระวังเนื่องจากการกระทำดังกล่าวอาจส่งผลเสียต่อพืช

บอนไซในการตกแต่งภายใน
ไม่ว่าต้นไม้ญี่ปุ่นที่ตกแต่งจะพอดีกับห้องใดก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้นมันไม่จำเป็นที่จะต้องตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นทั้งหมด ไม้ประดับดังกล่าวสามารถติดตั้งในห้องนั่งเล่นคลาสสิกหรือห้องครัวแบบใหม่ เฉลียงที่มีเรือนกระจกทั้งหมดจะมีลักษณะดั้งเดิมซึ่งมีการรวบรวมไม้ประดับหลากสีสันจำนวนมาก

เพื่อให้องค์ประกอบตกแต่งนี้ดูไม่โดดเดี่ยวนอกจากนั้นคุณสามารถวางต้นไม้อื่น ๆ ไว้ในห้องหรือ แขวนบนผนังของภาพวาดด้วยภาพของธรรมชาติ

บอนไซจะดูดีในห้องที่มีการใช้วัสดุธรรมชาติจำนวนมากในการตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์

หากพืชมีสีพิเศษของตัวเองก็สามารถสนับสนุนองค์ประกอบตกแต่งอื่น ๆ เช่น เบาะโซฟา หรือตกแต่งผนัง

มันมีความสำคัญพอสำหรับการรับรู้ทั่วไปของภาพไม่เพียง แต่ตัวพืชเอง แต่ยังเป็นหม้อที่มันเติบโตบ่อยครั้งที่เขาเป็นผู้เชื่อมโยงที่ยอดเยี่ยมระหว่างโรงงานและสไตล์ทั่วไปของห้อง

บอนไซของญี่ปุ่นจะดูเป็นต้นฉบับพร้อมกับโคมระย้าที่ทำขึ้นภายใต้กิ่งไม้ ธีมดอกไม้นี้สามารถดำเนินการต่อด้วยการตกแต่งผนัง

ไม่ต้องสงสัยบอนไซที่กลมกลืนกันที่สุดจะพอดีกับห้องด้วยการตกแต่งภายในในสไตล์ญี่ปุ่น ในกรณีนี้ธีมพืชสามารถดำเนินการต่อบนหน้าจอโดยธรรมชาติในทิศทางนี้

คำแนะนำการตกแต่งภายใน
เนื่องจากสไตล์ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในพื้นที่แห่งความเรียบง่ายโรงงานตกแต่งนี้จึงได้เปรียบในรูปแบบมินิมัลลิสต์ แต่ไม่เต็มไปด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ มากมายโดยที่ต้นไม้ขนาดเล็กจะกลายเป็นองค์ประกอบหลักของการตกแต่ง

สหายอีกคนหนึ่งของบอนไซญี่ปุ่นคือความแตกต่าง มันสามารถเป็นชุดที่หลากหลายเช่นเฟอร์นิเจอร์สีเข้มและผนังเบาหรือในทางกลับกันเช่นเดียวกับพื้นสีเข้มและพรมสีขาว นอกเหนือจากการรวมความมืดและความสว่างเข้าด้วยกันคุณยังสามารถใช้สีสันที่สดใสและอุดมไปด้วย บอนไซจะดูปลอดโปร่งในบรรยากาศแบบนี้ด้วยเหตุผลง่ายๆที่สไตล์การตกแต่งภายในของญี่ปุ่นนั้นมีพื้นฐานมาจากสีโทนนั้นอย่างแม่นยำ หากมีการตัดสินใจว่าพืชบอนไซญี่ปุ่นตกแต่งจะตั้งอยู่ในห้องแล้วความสนใจเป็นพิเศษควรจะจ่ายให้กับทางเลือกของเฟอร์นิเจอร์ ความเรียบง่ายและความเป็นธรรมชาติสูงสุดคือกฎหลักในการสร้างการตกแต่งภายในที่กลมกลืนกันโดยใช้บอนไซญี่ปุ่นเป็นองค์ประกอบในการตกแต่ง

รู้รอบเรื่องบอนไซญี่ปุ่น

บอนไซคืออะไร
บอนไซคือศิลปะในญี่ปุ่นแขนงหนึ่งที่พัฒนาขึ้นให้มีลักษณะเฉพาะไม่เหมือนใคร เป็นการเพาะต้นไม้ลงในกระถางขนาดเล็กแล้วดูแลอย่างทะนุถนอม โดยเน้นย่อส่วนต้นไม้ใหญ่ในป่าธรรมชาติให้มาอยู่ในกระถางต้นไม้(การจำลอง) เพื่อที่จะทำให้เหมือนกับต้นไม้ใหญ่ในป่าจึงมีการดัดกิ่งก้านให้โค้งงอโดยใช้ลวดยึดไว้ให้อยู่กับที่ หรือให้รากไต่กิ่งก้านบนโขดหิน เนื่องจากเป็นศิลปะใช้เทคนิคที่หลากหลายในการปรับเปลี่ยนดัดแปลงให้เหมาะสม การปลูกบอนไซจึงถูกจัดให้เป็นความเพลิดเพลินอย่างหนึ่ง

วิธีการดูบอนไซ
สิ่งสำคัญคือภาพลักษณ์ของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ที่ถูกย่อลงมาอยู่ในกระถางให้ชื่นชมได้ บอนไซไม่ดูเพียงแค่รูปทรงทั้งหมดอย่างเดียว แต่ยังดูถึงจุดอื่นๆด้วยทั้งราก ลำต้น กิ่ง ก้านและใบ

ราก
เมื่อชื่นชมบอนไซให้ดูการแผ่ขยายของรากก่อน รูปทรงของรากซ้อนทับกันผ่านกาลเวลาและเกาะกับดินจนแน่น แสดงให้เห็นถึงพลังชีวิตอันแรงกล้าของต้นไม้ หากรากแผ่ขยายไปทุกทางจะเรียกว่าเป็น “การขยายรากแบบ 8 ทิศ (Happo)” ซึ่งเป็นรากแบบที่ทุกคนต้องการ

ลำต้น
ลำต้นที่หนุนต้นไม้ไว้เป็นอีกหนึ่งจุดในการดูบอนไซ ลำต้นจากรากจนถึงกิ่งแรกสุดจะเรียกว่า “การตั้งลำต้น” การแผ่ขยายออกจากส่วนนี้ไปสู่ด้านบนจะแสดงออกถึงพลังแบบต้นไม้ใหญ่

กิ่งก้าน
การสร้างลำต้นของบอนไซเกิดจากการแตกกิ่งก้านจากลำต้น สิ่งที่บอนไซที่ดีพึงมีคือ ความสมดุลที่ดีของลำต้นขนาดใหญ่กับกิ่งที่แตกขยายออกมา อีกทั้งต้นไม้ที่ใบร่วงหล่นก็จะมองเห็นกิ่งก้านที่แตกสาขาออกไปได้อย่างละเอียด

ใบไม้
ไม่ใช่แค่ลำต้น แต่ใบไม้ก็มีอิทธิพลต่อบอนไซเป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้จะเป็นต้นไม้ชนิดเดียวกัน ต้นไม้ที่มีใบสั้นและความมันเงาจะถือว่าเป็นบอนไซที่ดี

ความหมายของบอนไซ

ความหมายของบอนไซ
คำว่าบอนไซ 盆栽 เป็นการนำคำว่า盆ซึ่งแปลว่ากระถาง และคำว่า栽ซึ่งแปลว่าการปลูก มาประกอบเข้าด้วยกัน
ความหมายของบอนไซ ไม่ใช่แค่ตัวต้นไม้อย่างเดียว แต่ยังรวมถึง การปลูก การชื่นชม การพินิจพิจารณาความงามของต้นบอนไซ ที่ปลูกลงในกระถางสำหรับบอนไซโดยเฉพาะ (盆栽鉢) การเฝ้าดูความเจริญเติบโตของกิ่งก้าน รูปทรงของใบไม้ของต้นบอนไซ รวมไปถึงรากที่ชอนไช รวมถึงรูปทรงกระถางด้วย คำว่าบอนไซนั้นรวมถึงทุกอย่างที่กล่าวมานี้ เป็นงานอดิเรกกึ่งงานศิลปะชนิดหนึ่งของชาวญี่ปุ่น พบเห็นได้ทั่วไปตามบ้านหรือสวนของคนญี่ปุ่น

ประวัติของบอนไซญี่ปุ่น
วัฒนธรรมบอนไซของญี่ปุ่นเริ่มขึ้นในยุคเฮอัน โดยนำเข้ามาจากจีนในยุคราชวงศ์ถัง และเริ่มได้รับความนิยมในหมู่ชนชั้นสูงและซามูไร โดยทำกันเป็นงานอดิเรกในยุคคามาคุระ

พอเข้าสู่ช่วงยุคเอโดะ บอนไซ ศิลปะการแต่งสวนต่างๆ ก็เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นยุคเฟื่องฟูของบอนไซเลยก็ว่าได้ แม้ว่างานปลูกบอนไซจะเป็นงานอดิเรกทั่วไปของชาวญี่ปุ่น แต่การดูแล จัดแต่งทรง คอยให้น้ำ การเฝ้ามองต้นไม้ 1 ต้นเติบโตขึ้นมานั้นจำเป็นต้องใช้เวลายาวนานพอสมควร ทำให้ในยุคเมจิบุคคลที่เล่นบอนไซจึงเหลือแต่พวกที่ใจรักมากจริงๆเท่านั้น และส่วนใหญ่จะเป็นคนในช่วงอายุสูงวัยที่พอจะมีเวลาเหลือ ทำให้หลังจากนั้นค่านิยมการปลูกบอนไซกลายเป็นค่านิยมที่ดูแก่และไม่ทันสมัย แต่ในขณะเดียวกันในช่วงยุคปี 1990 เป็นต้นมา บอนไซก็เริ่มเป็นที่นิยมในหมู่ชาวต่างชาติและทั่วโลกมากยิ่งขึ้น ทำให้ความสนใจในหมู่คนญี่ปุ่นเองค่อยๆฟื้นกลับมาอีกครั้ง

การปลูกบอนไซแบบญี่ปุ่น
หลายคนอาจจะคิดว่าบอนไซเป็นชื่อต้นไม้ชนิดหนึ่ง แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ มีต้นไม้หลากหลายชนิด หลากหลายสายพันธุ์ที่เราสามารถนำมาปลูกเป็นบอนไซได้ ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ดอก สายพันธุ์ใบ สายพันธุ์กิ่ง แม้กระทั่งสายพันธุ์ที่ให้ผลก็นำมาปลูกได้

สำหรับคนญี่ปุ่นต้นไม้ที่นิยมนำมาปลูกบอนไซได้แก่ไม้พันธุ์ต้นสนต่างๆ ต้นสนเกี๊ยะ ต้นสนดำ ไม้พุ่มเตี้ยตระกูลเดียวกับต้น Holly ต้นพลับ ต้นซากุระ ต้นไผ่ เป็นต้น

โดยเมื่อเราได้ต้นไม้ที่ต้องการนำมาปลูกบอนไซแล้ว ขั้นแรกคือการย้ายมาที่กระถางสำหรับปลูกบอนไซโดยเฉพาะ โดยการเลือกกระถางให้เหมาะสมกับต้นไม้ที่นำมาปลูกก็เป็นสิ่งสำคัญ ขนาดของกระถางควรจะอยู่ที่ 1 ใน 3 ของขนาดต้นไม้ นอกจากนี้แล้วภายในกระถางควรจะเป็นเนื้อดินเผา ไม่มีการเคลือบอะไรใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนรูปทรงและสีสันก็ให้ขึ้นอยู่กับต้นไม้ที่จะนำมาปลูก

การวางบอนไซควรจะวางในที่ที่แสงแดดส่องถึงได้ดี กล่าวกันว่าสิ่งที่ยากที่สุดในการปลูกบอนไซคือการให้น้ำ ถ้าให้น้ำน้อยไปบอนไซก็จะเหี่ยวแห้ง ให้น้ำมากไปก็จะเน่าตาย โดยปกติแล้วคนญี่ปุ่นจะกำหนดการให้น้ำบอนไซโดยขึ้นอยู่กับช่วงฤดู ที่สำคัญคืออย่าให้ดินแห้ง ในทางกลับกันก็อย่าให้น้ำจนท่วม ไม่ควรจะใช้กระถางรองใส่น้ำไว้ตลอด เพราะจะทำให้รากเน่าได้ โดยแต่ละครั้งให้รดน้ำที่รากจนชุ่มเต็มกระถาง ไม่ควรรดไปที่ด้านบนอย่างกิ่งหรือใบหรือดอก

หัวใจของการปลูกบอนไซคือ การตัดราก ตกแต่งกิ่ง และจำกัดการให้น้ำ หากทำได้ครบและดีจะทำให้ต้นบอนไซที่ได้รับการเลี้ยงดูแข็งแรงและไม่มีขนาดใหญ่ขึ้น ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็มีขนาดที่เล็กกะทัดรัด แต่ดูแข็งแรง สวยงามอยู่เสมอ

ที่เที่ยวเกี่ยวกับบอนไซในญี่ปุ่น – Omiya Bonsai Museum
แรกเริ่มเดิมที โอมิยะ เมืองใหญ่ทางเหนือของโตเกียว เป็นแหล่งรวมสวนบอนไซมากกว่าสิบที่ ซึ่งเจ้าของสวนและรัฐบาลท้องถิ่นได้รวมตัวกันและตั้งฉายาให้บริเวณนี้มีชื่อว่า Bonsai-cho (盆栽町) หรือถ้าแปลเป็นภาษาไทยก็คือ “ตำบลบอนไซ” นั่นเอง โดยไม่ใช่แค่ฉายาแต่เป็นชื่อตำบลจริงๆ บ้านเรือนที่ตั้งอยู่แถวนั้นก็จะมีคำว่า “ตำบลบอนไซ” ในที่อยู่จริงๆด้วยนะ

ที่ญี่ปุ่นเราสามารถหาชมบอนไซได้ทั่วไป ไม่ว่าจะไปตามโรงแรมหรู สวนสาธารณะแบบเสียเงิน เรียวกังตามต่างจังหวัด ที่ไหนๆ ก็อาจมีบอนไซวางไว้เป็นของประดับได้ แต่หากใครมีความสนใจในด้านนี้เป็นพิเศษ เราขอแนะนำพิพิธภัณฑ์ศิลปะบอนไซ Omiya Bonsai Museum ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดไซตามะใกล้ กับโตเกียวเมืองหลวงนี่เอง

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดตัวขึ้นเมี่อปี 2010 เรียกได้ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะบอนไซที่จัดตั้งโดยรัฐเป็นแห่งแรกของโลก ภายในสวนจะมีการจัดตั้งบอนไซประมาณ 60 ต้น โดยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปตามแต่ละฤดูกาล นอกจากนี้ภายในบริเวณอาคารพิพิธภัณฑ์ยังมีการจัดแสดงวิธีการปลูกบอนไซ คอลเลคชั่นกระถางบอนไซต่างๆ อีกด้วย

Omiya Bonsai Museum
2-24-3 Toro-cho, Kita Ward, Saitama City, Saitama 331-0804 (จากที่อยู่จะสังเกตุได้ว่าพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ที่ Toro-cho ไม่ได้ตั้งอยู่ที่ Bonsai-cho หรือแขวงบอนไซ นั่นก็เพราะตัวพิพิธภัณฑ์นั้นสร้างตามมาทีหลังนั่นเอง แต่ก็ใกล้กันนิดเดียว)

ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ 300เยน
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย นักศึกษา ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 150เยน
นักเรียนประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น 100เยน

เปิดทำการ 9.00 น. ถึง 16.30 น. (เดือนมีนาคมถึงเดือนตุลาคม)
9.00 น. ถึง 16.00 น. (เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์)
หยุดทุกวันพฤหัสบดี และวันที่ 29 ธันวาคม ถึง 3 มกราคม

การเดินทาง สามารถใช้รถไฟ JR Utsunomiya Line (宇都宮線) ลงสถานี Toro (土呂駅) ทางออกฝั่งทิศตะวันออกแล้วเดินต่ออีกประมาณ 5 นาที
หรือรถไฟ Tobu Noda Line (東武野田線) ลงสถานี Omiya Koen (大宮公園駅) แล้วเดินต่ออีก 10 นาที โดยห่างจากสถานี Ikebukuro สถานีใหญ่ในโตเกียวไม่เกิน30-40 นาที ออกแบบบ้าน

By Chloe

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *