พุธ. ก.ย. 22nd, 2021

บ้านสวยด้วยฝ้าเพดาน เลือกอย่างไรให้ลงตัว การเลือกองค์ประกอบ

บ้านสวยด้วยฝ้าเพดาน โดยเฉพาะฝ้าเพดานในบ้านที่คุณรัก ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มความสวยงามให้บรรยากาศภายในบ้านน่าอยู่แล้ว ยังช่วยเสริมชีวิตความเป็นอยู่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน ดังนั้น การตัดสินใจเพื่อเลือกฝ้าเพดานมาใช้ในการตกแต่งบ้านจึงต้องพิจารณาให้เหมาะสม เนื่องจากในปัจจุบันมีฝ้าเพดานมากมายหลายรูปแบบที่มีความแตกต่างกัน หากมีการเลือกสรรฝ้าเพดานที่มีคุณภาพก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานและสามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้เกือบตลอดอายุการใช้งาน ลองมาดูกันว่าควรเลือกฝ้าเพดานอย่างไรให้เหมาะสมกับบ้านมากที่สุด

เลือก ฝ้าเพดาน ที่มี คุณสมบัติ เหมาะสม กับ พื้นที่ใช้สอย
บ้านแต่ละหลังจะประกอบไปด้วยพื้นที่ใช้สอยหลากหลายรูปแบบที่มีการใช้งานแตกต่างกันไป ในการเลือกฝ้าเพดานที่มาใช้ตกแต่งบ้านในแต่ละส่วนจึงต้องมีการคัดเลือกวัสดุให้เหมาะสมกับพื้นที่ในบริเวณนั้น อาทิเช่น
– พื้นที่มีความชื้นสูง หรือบริเวณที่เสี่ยงต่อการสัมผัสน้ำสม่ำเสมอ อย่างห้องน้ำหรือห้องครัว แนะนำให้เลือกใช้ฝ้าเพดานที่เป็นวัสดุทนความชื้นได้สูง เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อราสะสม และการเกิดปัญหาฝ้าแอ่นตัวในอนาคต
– พื้นที่สะสมความร้อน ในบริเวณที่ต้องเผชิญกับแสงแดดเป็นประจำ หรือเป็นพื้นที่สะสมความร้อนภายในบ้าน อย่าง โถงบันได พื้นที่ห้องชั้นบน หรือห้องใต้หลังคา แนะนำให้เลือกใช้ฝ้าเพดานที่สามารถกันความร้อนได้ดี เพื่อป้องกันความร้อนส่งผ่านฝ้าเพดานเข้าสู่พื้นที่อยู่อาศัยจนความร้อนสะสมภายในบ้าน หรือหากมีการติดตั้งฉนวนกันความร้อนเพิ่มเติมในบริเวณนี้ ก็จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านได้มากยิ่งขึ้น

ประเภทของวัสดุฝ้าเพดานที่นิยมใช้ตกแต่งบ้าน
-ฝ้าเพดาน ที่ใช้สำหรับ ตกแต่งบ้านใ นปัจจุบันมีหลากหลายวัสดุให้เลือกสรร ได้แก่
ฝ้าเพดานยิปซัม เป็นวัสดุที่ผลิตขึ้นจากผงแร่ยิปซัมอัดแน่นและประกบด้วยกระดาศแข็ง
ซึ่งมีให้เลือกทั้งชนิดที่สามารถทาสีทับได้ทั่วไปเพื่อตกแต่งให้สวยงาม บางชนิดอาจมีการทำสีสำเร็จมาจากโรงงานโดยตรง
หรือบางครั้งอาจมีการทำลวดลายเพิ่มความสวยงาม เป็นต้น รวมทั้งยังมีฝ้ายิปซัมแบบเฉพาะที่ถูกดีไซน์มาเพื่อใช้ในงานตกแต่งฝ้าเพดานหลุมแบบเล่นระดับ หรือการดีไซน์ฝ้าแบบพิเศษที่มีลูกเล่นต่าง ๆ ส่วนใหญ่ก็จะนิยมใช้ฝ้ายิปซัมสำเร็จรูปประเภทนี้ในงานตกแต่งบ้าน
อีกทั้งยังสามารถติดตั้งฝ้ายิปซัมได้ทั้งแบบฝ้าทีบาร์และฝ้าฉาบเรียบ
โดยสามารถฉาบตามรอยต่อของฝ้าแต่ละแผ่นให้เรียบเนียนสวยงามได้ง่ายดาย และยังมีน้ำหนักเบา สามารถกรีดตัดเพื่อการตกแต่งได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก แต่หากเป็นฝ้ายิปซัมแบบทั่วไปจะไม่เหมาะกับพื้นที่มีความชื้นสูง แนะนำให้เลือกใช้ฝ้ายิปซัมที่สามารถป้องกันการดูดซับความชื้นได้ดี
ก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานของฝ้าเพดานให้ยาวนานมากกว่าเดิม
– ฝ้าเพดาน ไฟเบอร์ซีเมนต์ เป็น แผ่นฝ้า เพดาน ที่ได้รับการผลิตขึ้นจากเส้นใยเซลลูโลสผสมกับปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ซึ่งในปัจจุบันมีการดีไซน์ให้สวยงามด้วยรูปลักษณ์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น แบบผิวเรียบ แบบเซาะร่อง ผิวลายไม้ ตลอดจนถึงแบบเซาะร่องลายไม้
โดยสามารถทาสีทับเพื่อตกแต่งเพิ่มความสวยงามได้ทันทีก็มีมาให้เลือกสรรมากมาย สำหรับฝ้าเพดานประเภทนี้เหมาะสำหรับการติดตั้งภายในบ้าน ด้วยการติดตั้งแบบระบบทีบาร์และการติดตั้งแบบเว้นร่อง ซึ่งจะช่วยทำให้เกิดลวดลายที่สวยงามภายในบ้านไปพร้อมกัน
นอกจากนี้วัสดุประเภทไฟเบอร์ซีเมนต์ยังสามารถทนความชื้นได้ดีมากกว่าแผ่นยิปซัมโดยทั่วไป อาจนำมาใช้ติดตั้งภายในห้องครัวหรือบริเวณห้องน้ำก็ได้ตามต้องการ
– ฝ้าเพดาน ไม้จริง หากต้องการเติมเต็มความเป็นธรรมชาติให้พื้นที่ภายในบ้านอบอุ่น
ฝ้าเพดานไม้ก็นับเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้ดี แต่การเลือกใช้วัสดุประเภทไม้ธรรมชาติมาใช้ในการตกแต่งเป็นฝ้าเพดานของบ้านจำเป็นต้องผ่านกระบวนการอย่างพิถีพิถันที่ได้มาตรฐาน เพื่อป้องกันไม่ให้ไม้เกิดการยืดหรือหดตัว และถูกปลวกกัดกินในภายหลัง

– ฝ้าเพดานไม้เทียม ได้รับการผลิตขึ้นจากกระบวนการเดียวกับวัสดุแผ่นเรียบ แต่พิเศษกว่าด้วยการนำมาทำลวดลายและดีไซน์ขนาดให้เหมือนกับไม้จริงให้มากที่สุด เพื่อลดการเกิดปัญหาฝ้าเพดานที่ติดตั้งด้วยวัสดุไม้จริงบิดงอ ยืดหดตัว ถูกปลวกกัดกิน หรือติดไฟง่าย อีกทั้งยังเป็นวัสดุที่มีราคาถูกกว่าไม้จริงค่อนข้างมาก จึงได้รับความนิยมนำมาใช้ตกแต่งฝ้าเพดานภายในบ้านเพื่อทดแทนการใช้ไม้จริงที่มีราคาแพงและหาได้ยากในปัจจุบัน
– ฝ้าเพดานไวนิล เป็นวัสดุที่ได้รับการพัฒนามาจากพีวีซีคุณภาพสูง โดยนำมาขึ้นรูปเป็นแผ่น นิยมใช้เป็นฝ้าระแนงในบริเวณชายคาบ้าน เนื่องจากมีความทนทานสูง สีไม่ซีดจาง ไม่เกิดการบิดงอในระหว่างการใช้งาน

การออกแบบดีไซน์ที่ เหมาะสม
ไม่ว่าจะออกแบบ ตกแต่งบ้านด้วยฝ้าหลุม หรือฝ้าเรียบ ก็นับเป็นองค์ประกอบที่สามารถเสริมภาพลักษณ์ภายในบ้านให้สวยงามและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งในการเลือกวัสดุมาตกแต่งฝ้าเพดานแต่ละแบบล้วนขึ้นอยู่กับสไตล์ของบ้านด้วยเช่นกัน สำหรับบ้านในปัจจุบันที่ออกแบบมาในสไตล์โมเดิร์นจะนิยมตกแต่งด้วยฝ้าเพดานฉาบเรียบที่มีความทันสมัย ไร้รอยต่อ เพื่อเสริมให้พื้นที่ในบ้านดูโล่งกว้าง และมีเส้นสายเรียบน้อยตามสไตล์บ้านโมเดิร์น ส่วนบ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่ที่มีความร่วมสมัย รวมทั้งบ้านที่เน้นความหรูหรา อาจตกแต่งด้วยฝ้าเพดานหลุมที่มีดีไซน์ชวนสะดุดตา ผสานกับลูกเล่นการซ่อนไฟ ก็จะช่วยเสริมความสวยงามให้พื้นที่ในบ้านลงตัวมากยิ่งขึ้น
เพียงแค่เลือกฝ้าเพดานให้เหมาะสมกับพื้นที่ภายในบ้านทั้งการใช้งานและสไตล์ที่ลงตัว ก็สามารถเติมเต็มบรรยากาศแห่งการอยู่อาศัยให้สมบูรณ์แบบทุกเวลา

เริ่มตั้งแต่งานติดตั้งโครงคร่าวฝ้าเพดาน
โครงคร่าวฝ้าเพดาน เป็นจุดเริ่มต้นที่จะเป็นคำตอบได้ว่า ฝ้าเพดานภายในบ้านของเราจะดูสวยเรียบเนียนตาหรือไม่ จุดสำคัญของการติดตั้งงานโครงคร่าวคือวัสดุที่ใช้ทำโครงคร่าวต้องมีความแข็งแรง ทนทาน มีระยะความถี่เพียงพอที่จะไม่ส่งผลให้เกิดการแอ่นตัว และหากเป็นฝ้าเพดานชั้นบนสุดของบ้าน โดยปกติเจ้าของบ้านจะต้องการติดตั้งฉนวนกันความร้อนบนฝ้าเพดานร่วมด้วย การเลือกวัสดุทั้งโครงคร่าวและอุปกรณ์ยึดจึงจำเป็นต้องออกแบบเผื่อไว้ให้รองรับกับน้ำหนักของฉนวนกันร้อน

จุดต่อมาคือระยะดิ่ง ระยะความสูงของฝ้าเพดานจะต้องมีความสูงในระดับเท่ากันทั้งห้อง ไม่เอนเอียงไปทางใดทางหนึ่งเว้นแต่จะเอียงโดยความตั้งใจในงานออกแบบ ขั้นตอนนี้เจ้าของบ้านสามารถตรวจเช็คได้ด้วยตนเองตั้งแต่งานติดตั้งโครงคร่าว เช็คสุ่มตรวจวัดระดับความสูงจากพื้นห้องถึงโครงคร่าวในด้านต่าง ๆ หากมีจุดไม่สมดุลจะสามารถแก้ปัญหาได้ทันท่วงที

หัวสกรูต้องจมลงไปในแผ่นฝ้า
วิธีติดตั้งฝ้าเพดานภายใน เจ้าของบ้านมักต้องการให้ผืนเพดานดูเรียบไม่มีร่องหรือปุ่ม จึงไม่ควรใช้การยิงรีเวท (Rivet) เป็นตัวยึดฝ้าเพราะลูกรีเวทจะไม่ยุบลงไป เวลาเก็บงานต้องทำหลายขั้นตอน เช่น การฉาบด้วยปูนยิปซัม ปิดด้วยเทปปิดรอย แล้วฉาบทับอีกหลาย ๆ ชั้นจนกว่าจะหนาปิดลูกรีเวทแต่งานก็ไม่ค่อยเรียบร้อยอยู่ดี จึงควรใช้สกรูยิงยึด เพราะสามารถยิงให้หัวสกรูจมลึกลงไปในแผ่นฝ้าโดยไม่มีหัวสกรูโผล่ขึ้นมาได้ แผ่นฝ้าจะเรียบเสมอกันและยังง่ายต่อการเก็บงานฉาบรอยต่อและทาสีด้วย

โป๊วปิดรอยสกรูให้เรียบ
หลังจากขั้นตอนการยิงหัวสกรูยึดฝ้าติดกับโครงแล้ว หัวสกรูที่จมลงไปจะทำให้เกิดหลุม ตรงจุดนี้ถ้าอุดโป๊วไม่ดีจะทำให้เห็นหลุมเป็นจุด ๆ และอาจเกิดรอยร้าวเป็นวงรอบรูสกรูได้ วิธีการเก็บรูหัวสกรูให้เรียบร้อย สามารถใช้ปูนฉาบสกิมโค้ทที่มีคุณสมบัติขัดเก็บงานได้ง่ายหลังแห้ง หรือวัสดุอุดโป๊วชนิดอื่น ๆ ที่เนื้อผิวไม่ยุบตัว ไม่แตกหรือหลุดล่อน ขัดง่ายและทาสีทับได้

ใช้ผ้าเทปปิดรอยต่อระหว่างแผ่นฝ้าเพดาน
วัสดุที่ใช้กรุฝ้าเพดานโดยทั่วไปจะมีขนาดความกว้างยาวที่จำกัด การติดตั้งจึงต้องทำการต่อแผ่นฝ้าไปเรื่อย ๆ ส่งผลให้เกิดรอยต่อระหว่างแผ่นฝ้าเพดาน ช่างจะแก้ไขด้วยวิธีฉาบโป๊วปิดรอยต่อระหว่างแผ่นและปิดรอยหัวสกรู ก็สามารถช่วยให้ฝ้าดูเรียบเนียนได้แล้วครับ แต่การฉาบโป๊วรอยต่อเพียงอย่างเดียวจะได้ผลดีในระยะสั้นเท่านั้น เมื่อผ่านการใช้งานไปนานวัน รอยโป๊วระหว่างรอยต่อจะเกิดการแตกตัว ส่งผลให้ฝ้าเพดานเกิดเส้นรอยต่อขึ้นภายหลัง

วิธีการที่ถูกต้อง จึงควรปิดรอยต่อระหว่างแผ่นด้วย “ผ้าเทป” หรือภาษาช่างเรียกว่า “เทปโป๊วแนว” ในทุกแนว จากนั้นฉาบรอยต่อแผ่นด้วยปูนฉาบเป็นรอบที่ 2 หากยังเห็นเทปอยู่ก็ฉาบทับรอบที่ 3 วิธีนี้เป็นหนึ่งเคล็ดลับที่ช่วยปกปิดรอยต่อได้เรียบสนิท สำหรับการเลือกผ้าเทปควรใช้แบบที่กาวยึดติดแน่น ไม่หลุดล่อน และไม่ฉีกขาดง่าย

ใช้สีสำหรับฝ้าเพดาน
เจ้าของบ้านหลายคนอาจจะไม่ทราบว่า สีทาฝ้าเพดานมีแยกเฉพาะต่างหาก หากสังเกตที่กระป๋องสีจะระบุว่าเป็นสีสำหรับทาฝ้าเพดาน หรือมีภาษาอังกฤษคำว่า Ceiling เขียนอยู่ เนื้อสีสำหรับทาฝ้าเป็นคนละชนิดกับที่ใช้ทาผนัง สีทาฝ้าจะเป็นฟิล์มสีชนิดด้านพิเศษ (super matt) ค่าความมันเงาอยู่ที่ 0% มีคุณสมบัติลดการสะท้อนของแสงจึงไม่รบกวนดวงตาด้วย ช่วยพรางตาปกปิดรอยต่อของฝ้าเพดานได้ดี ทําให้ฝ้าเพดานดูเรียบเนียนเป็นผืนเดียวกัน ไม่เห็นเป็นคลื่น หากใช้สีที่มีความเงาทาเพดาน เมื่อมีแสงส่องสะท้อนไปที่พื้นผิวฝ้าเพดานจะเห็นร่องรอยความไม่เนี๊ยบได้ชัดเจนกว่ามาก และหากเน้นความเรียบเนียนเป็นพิเศษ การพ่นจะช่วยให้แผ่นฝ้าเรียบเนียนกว่าการทาครับ

ฉาบให้เรียบขัดให้เนี๊ยบ
ในบ้านบางหลังพอติดตั้งฝ้าเรียบร้อยแล้วทาสีทับ จะมองเห็นฝ้านูน ๆ เป็นคลื่นเหมือนแผลเป็นคีลอยด์บนผิวหนัง สาเหตุมาจากการเก็บงานที่ไม่เรียบร้อยในขั้นตอนการฉาบอุดรอยต่อระหว่างแผ่นฝ้า ปกติช่างทำฝ้าก็จะใช้ปูนยิปซัมฉาบปิดรอยต่อฝ้าทุกแนวรวมทั้งรอยหัวสกรูที่ยิงยึดฝ้า หลังจากฉาบเสร็จต้องปล่อยให้แห้งอย่างน้อย 1 วัน แล้วจึงใช้กระดาษทรายขัดแต่งรอยปูนยิปซัมให้เรียบเนียนที่สุดก่อนที่จะทาสีทับฝ้าเพดาน หากช่างไม่ชำนาญ ฉาบไม่เรียบ ทำให้ปูนหนาขัดเก็บงานยาก ยิ่งขัดแบบไม่ละเอียดพื้นผิวก็จะนูนเป็นจุด ๆ ไม่สวยงามต้องมานั่งแก้ไขกันใหม่

ปิดขอบฝ้าด้วยการออกแบบหรือบัวฝ้าเพดาน
การทำให้ขอบฝ้าเพดานสวยเรียบเป็นเส้นตรงเป๊ะ ๆ เป็นเรื่องที่ไม่ใช่ช่างทุกคนจะสามารถทำได้ สำหรับงานติดตั้งฝ้าเพดานที่พลาดไปแล้ว ขอบฝ้าดูเป็นคลื่น ไม่สวยงาม อีกวิธีที่จะทำให้ฝ้าดูสวยเรียบเฉียบคมขึ้นได้ด้วยการออกแบบฝ้าให้ไร้ขอบ เช่น ออกแบบขอบฝ้าให้มีร่องรางม่าน ร่องดังกล่าวจะช่วยบดบังรอยต่อที่ยากต่อการทำให้เรียบตรงได้ หรือวิธีทั่วไปอย่างการติดตั้งบัวฝ้าเพดานบริเวณขอบฝ้าอีกชั้น นอกจากจะช่วยให้เส้นสายฝ้าเรียบสวยขึ้นแล้ว ยังช่วยให้การปัดกวาดทำความสะอาดภายหลังง่ายขึ้นอีกด้วยครับ

นอกจาก 7 ข้อที่กล่าวมาแล้ว วัสดุฝ้าที่นำมาใช้ก็ต้องมองหาแบรนด์ที่ผลิตได้มาตรฐานอุตสาหกรรม ขนาดแผ่นเท่ากัน แข็งแรงไม่เปราะแตกหักง่าย อย่างเช่น ฝ้าเพดานใยแก้ว Plaster boards โลลิโก้ (ตราปลาหมึก) ที่เป็นนวัตกรรมใหม่จากประเทศญี่ปุ่น ไม่มีส่วนผสมของกระดาษ ขนาด 1.22 x 1.83 เมตร หนา 9 มล. ออกแบบมาให้ติดตั้งง่ายเหมือนฝ้าแผ่นเรียบทั่วไป เพียงใช้ปูนฉาบรอยต่ออย่างเดียวก็เรียบสนิท ไร้รอยต่อ สวยงามโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการทำงานมาก มาพร้อมคุณสมบัติทนความร้อน ทนไฟ ทนความชื้น ไม่ขึ้นรา เป็นนวัตกรรมแผ่นฝ้าทนไฟมาตรฐานสูงที่ออกแบบมาเพื่อคนรักบ้านอย่างแท้จริง

การสร้างบ้าน ขั้นตอนการทำฝ้าภายในโดยการเลือกใช้ชนิดฝ้าแบบนี้ เทคนิคช่างมีอะไรบ้างลองมาดูครับ…
* ช่างฯติดตั้งฝ้าฉาบเรียบจะตีฉากยึดริมฝ้ารอบห้องก่อน (ตามเส้นบอกระดับที่ตีเป็นแนวไว้ก่อนหน้า) เสร็จแล้วก็ตัดโครง C-Line วางพาดจากฉากริมห้องด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง โดยวางห่างกันประมาณ 40 ซ.ม. โดยยิงสกรูยึดหัวท้ายเข้ากับฉากริม วางไปจนสุดห้อง (โครง C-Line ตัวนี้จะวางทางแบนหรือทางหน้ากว้าง เพราะว่าจะได้มีพื้นที่พอให้ยิงสกรูได้เมื่อแผ่นฝ้าสองแผ่นมาชนกันที่ตรงกลางโครง C-Line ตัวนี้)

**หลังจากนั้นจะติดตั้งโครง C-Line ชั้นที่ 2 โดยตัวนี้จะเอาสันโครง C-Line ตั้งขึ้น เพื่อความแข็งแรง และตัวนี้จะเป็นตัวที่เกี่ยวลวดเพื่อยึดเอาโครง C-Line ตัวแรกและ(โครงชั้นที่1จะเกี่ยวยึดกับชั้นที่2ด้วยกิ๊บยึดโครง C-Line ) แผ่นฝ้าเพดานไว้ โดยจะวางเป็นแนวไปจนสุดห้อง วางระยะห่างกันประมาณ 80 ซ.ม (โดยยึดปลาย ทั้ง2 ด้านของโครง C-Line ตัวนี้ เข้ากับผนังปูน สาเหตุที่ต้องยึดเข้ากับผนังปูนก็เพราะว่า เมื่อวางแถวแรกไปแล้วพอวางแถวที่2โครง C-Line ตัวนี้ ก็จะอยู่เหนือฉากริมจึงต้องตีด้วยตะปูขนาดเล็ก **เทคนิคการติดตั้งฝ้าฉาบเรียบตรงนี้ก็คือช่างจะวัดความยาวของโครง C-Line ชั้นที่2 นี้ ให้เกินจากผนังข้างละประมาณ 5 ซ.ม. เพื่อที่จะงอพับเป็นฉากแล้วแบะตัวโครง C-Line ออกให้แบนๆ แล้วตอกด้วยตะปูยึดเข้ากับผนังบ้าน

***ขั้นตอนการติดตั้งฝ้าฉาบเรียบ หลังจากนั้นก็ใส่กิ๊บล็อคบริเวณที่โครง C-Line ชั้นที่1กับ ชั้นที่2 พาดกันให้หมด แล้วเกี่ยวด้วยตะขอยึดโครง C-Line ปรับระดับให้เรียบร้อย ส่วนปลายลวดตะขอที่เหลือก็หักพับขึ้นไปไว้ด้านบน

****ตะขอยึดโครง C-Line นี้ถ้าเป็นการติดตั้งฝ้าใต้พื้นชั้นที่ 2 ก็จะถูกยึดแขวนเข้ากับพุกเหล็กที่ฝังอยู่ในคอนกรีตใต้พื้นชั้น2 (ท้องพื้นหรือท้องคาน)โดยช่างฝ้าจะเจาะรูเพื่อฝังพุกไว้สำหรับเกี่ยวโครงฝ้า (ดูรูปที่อยู่บนสุดของบทความประกอบนะครับ)

foremanblog
Home
สารบัญบทความ
ติดต่อ
เกี่ยวกับผู้เขียน
Home / งานฝ้าเพดาน / เผยเทคนิควิธีติดตั้งฝ้าฉาบเรียบ ! (ต่อ)
เผยเทคนิควิธีติดตั้งฝ้าฉาบเรียบ ! (ต่อ)
foreman งานฝ้าเพดาน 9 Comments
วิธีทำฝ้าฉาบเรียบ

การสร้างบ้าน ขั้นตอนการทำฝ้าภายในโดยการเลือกใช้ชนิดฝ้าแบบนี้ เทคนิคช่างมีอะไรบ้างลองมาดูครับ…
* ช่างฯติดตั้งฝ้าฉาบเรียบจะตีฉากยึดริมฝ้ารอบห้องก่อน (ตามเส้นบอกระดับที่ตีเป็นแนวไว้ก่อนหน้า) เสร็จแล้วก็ตัดโครง C-Line วางพาดจากฉากริมห้องด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง โดยวางห่างกันประมาณ 40 ซ.ม. โดยยิงสกรูยึดหัวท้ายเข้ากับฉากริม วางไปจนสุดห้อง (โครง C-Line ตัวนี้จะวางทางแบนหรือทางหน้ากว้าง เพราะว่าจะได้มีพื้นที่พอให้ยิงสกรูได้เมื่อแผ่นฝ้าสองแผ่นมาชนกันที่ตรงกลางโครง C-Line ตัวนี้)

วิธีติดตั้งฝ้าฉาบเรียบ

**หลังจากนั้นจะติดตั้งโครง C-Line ชั้นที่ 2 โดยตัวนี้จะเอาสันโครง C-Line ตั้งขึ้น เพื่อความแข็งแรง และตัวนี้จะเป็นตัวที่เกี่ยวลวดเพื่อยึดเอาโครง C-Line ตัวแรกและ(โครงชั้นที่1จะเกี่ยวยึดกับชั้นที่2ด้วยกิ๊บยึดโครง C-Line ) แผ่นฝ้าเพดานไว้ โดยจะวางเป็นแนวไปจนสุดห้อง วางระยะห่างกันประมาณ 80 ซ.ม (โดยยึดปลาย ทั้ง2 ด้านของโครง C-Line ตัวนี้ เข้ากับผนังปูน สาเหตุที่ต้องยึดเข้ากับผนังปูนก็เพราะว่า เมื่อวางแถวแรกไปแล้วพอวางแถวที่2โครง C-Line ตัวนี้ ก็จะอยู่เหนือฉากริมจึงต้องตีด้วยตะปูขนาดเล็ก **เทคนิคการติดตั้งฝ้าฉาบเรียบตรงนี้ก็คือช่างจะวัดความยาวของโครง C-Line ชั้นที่2 นี้ ให้เกินจากผนังข้างละประมาณ 5 ซ.ม. เพื่อที่จะงอพับเป็นฉากแล้วแบะตัวโครง C-Line ออกให้แบนๆ แล้วตอกด้วยตะปูยึดเข้ากับผนังบ้าน

โครงซีไลน์ฝ้าฉาบเรียบ

***ขั้นตอนการติดตั้งฝ้าฉาบเรียบ หลังจากนั้นก็ใส่กิ๊บล็อคบริเวณที่โครง C-Line ชั้นที่1กับ ชั้นที่2 พาดกันให้หมด แล้วเกี่ยวด้วยตะขอยึดโครง C-Line ปรับระดับให้เรียบร้อย ส่วนปลายลวดตะขอที่เหลือก็หักพับขึ้นไปไว้ด้านบน

****ตะขอยึดโครง C-Line นี้ถ้าเป็นการติดตั้งฝ้าใต้พื้นชั้นที่ 2 ก็จะถูกยึดแขวนเข้ากับพุกเหล็กที่ฝังอยู่ในคอนกรีตใต้พื้นชั้น2 (ท้องพื้นหรือท้องคาน)โดยช่างฝ้าจะเจาะรูเพื่อฝังพุกไว้สำหรับเกี่ยวโครงฝ้า (ดูรูปที่อยู่บนสุดของบทความประกอบนะครับ)

*****ถ้าเป็นฝ้าชั้นบนหรือชั้น2 ปลายตะขอหรือปลายลวดหิ้วโครง C-Line ก็สามารถพันหรือมัดเข้ากับจันทันโครงหลังคาได้เลยโดยไม่ต้องใช้พุกเหล็ก

เสร็จขั้นตอนพวกนี้แล้วก็เป็นขั้นตอนการยิงสกรูยึดฝ้าฉาบเรียบและงานฉาบฝ้าแล้วครับ.

รูปนี้เป็นการทำฝ้าเพดาน(ฉาบเรียบ)ชั้น2 ของบ้าน พอดีผมเข้าไปตรวจงานบนฝ้าเพื่อดูความเรียบร้อยของงานไฟฟ้าและระบบโทรศัพท์ ก็เลยถ่ายรูปออกมาด้วย (บนฝ้าชั้น2ก็จะเป็นช่องระหว่างฝ้าเพดานกับหลังคาบ้าน)

– โครงฝ้าก็จะถูกแขวนอยู่กับลวดที่มีกิ๊บล็อคปรับระดับ ปกติก็จะมีตะขอเกี่ยวกับโครงซีไลน์ แต่ตัวนี้ช่างฯใช้ลวดเกี่ยวแล้วพันล็อคไว้กับตัวกิ๊บล็อคอีกทีหนึ่งก็ได้เหมือนกันครับ สังเกตดูจะเห็นว่าช่างฝ้าฯจะเกี่ยวลวดยึดกับโครงซีไลน์ตัวที่อยู่ในแนวตั้ง(ก็คือตัวที่อยู่บนนั่นเอง)  ออกแบบบ้าน

By Chloe

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *