อังคาร. ก.ย. 21st, 2021

 Deadpool

Deadpool 

Deadpool ภาคแรกที่ทำรายได้ถล่มทลายทั่วโลก แจ้งเกิดฮีโร่กวนบาทาที่เข้าไปอยู่ในก้นบึ่งหัวใจของใครหลายคน จนสร้างภาคต่อที่รับประกันความฮาอีกเท่าทวีคูณอย่างแน่นอน ใน Deadpool 2


เปิดตัวหนังมาแบบไม่ซับซ้อนเท่าไหร่เมื่อนาง (หมายถึง Wade Wilson หรือ “เดดพูล”) ต้องรวมทีมมนุษย์กลายพันธุ์ ที่ตั้งชื่อเก๋ๆ ว่า X – Force เพื่อทำภารกิจคุ้มกัน “รัสเซล” (Russell) เด็กมีปัญหารูปร่างอ้วนคนหนึ่งที่มีพลังพิเศษในการควบคุมไฟในตัว (Pyrokinesis) โดยสร้างความร้อนจากมือให้เปลี่ยนเป็นไฟ บังคับให้พุ่งเป็นสายระเบิดทำลายทุกสิ่งพินาศยับเยินตามใจต้องการ ให้พ้นจากการตามฆ่าของตัวละครลึกลับผู้ข้ามกาลเวลามาอย่าง “เคเบิล แต่ก่อนหน้าภารกิจพิชิตวายร้ายแขนเหล็กนี้จะบังเกิด นางก็เที่ยวรับงานจัดการเหล่าแก๊งยากูซ่าไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นฉากบู๊ Long Take ฮาๆ ปนบนความเสียวจนเผลอร้องอี๋ๆๆ เรตอาร์อย่างที่รู้ๆ กัน ซึ่งเพราะงานทลายแก๊งเหล่านั้นทำให้เป็นต้นเหตุโศกนาฏกรรมใหญ่ๆ กับนางเอกของเรื่อง “วาเนสซา คาไลส์ล”  รับบทโดย “Morena Baccarin” ซึ่งพระเอกของเราถึงจะดำรงคอนเซปต์แอนตี้ฮีโร่ก็ตามที แต่บทจะดีนางก็ดีเกิ๊น (เสียงสูง) โดยกับเด็กด้วยแล้ว นางจะอ่อนโยนขึ้นมาหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว อาจเพราะความเป็นพ่อมันล้นปรี่ โดยก่อนหน้านี้นางเคยระริกระรี้เหมือนปลากระดี่ได้น้ำเมื่อตอนที่วาเนสซาแฟนนางตัดสินใจพร้อมมีบุตรให้ … ถึงปากจะร้าย หยาบคายไปหน่อยก็ตาม

การกระทำโหดๆ ดาร์กสุดแรงเกิดมีตั้งแต่ต้นเรื่องและรักษาระดับได้ดี ไม่มีถดถอยเอาจริงๆ ซึ่งจะเรียกว่าภาค 2 นี้ ไม่ค่อยกั๊กหรือยั้งความรุนแรงเหมือนภาคเก่าก่อน พี่เลยเกิดอาการแหวะๆ แต๋วแตกออกมาบ้าง อย่างฉากนางถูกจอมทำลายล้าง “Juggernaut” ฉีกร่างออกเป็นสองท่อน คือไม่น่าสงสารหรอก มันชวนอ้วกซะมากกว่า พูดจริง
ความตลกโปกฮาอยู่ที่การนั่งซึมซับมุกล้อเลียนหนังเรื่องอื่นๆ  ทั้งแขวะ ทั้งจิกกัด เบาบ้างหนักบ้าง เกรียนไปเรื่อย เสียดสีเขาไปทั่วทั้งในและนอกจอ ดึงมาด่าซะแทบจะหมดวงการฮอลลีวูด แม้แต่ทีม X-MEN ยังโดน เอาสิ !! การต่อปากต่อคำต่อราคาของตัวละคร เปิดมุกตบมุกกันก็ฮาใช้ได้ ทว่าค่อนข้างเถื่อนถ่อยไปหน่อย มี Bad Jokes และ Dirty Jokes บ้างประปราย

นึกน่าเสียดายนิดๆ ที่ตัวละครทำให้หนังขาดความเข้มข้น เพราะเล่นมากเกินไปไม่จริงจัง ซีนแอ๊คชั่นแทบไม่เกิดอาการลุ้นหรือต้องเอาใจช่วยแบบหนังฮีโร่ทั่วๆ ไป แต่หลายฉากก็ยอมรับเดาทางไม่ได้ การทำลายกำแพงที่ 4 (“Breaking The 4th Wall”) คือนางเป็นฮีโร่คนเดียวที่สามารถคุยกับคนดูได้ อันนี้ยังคงมีตลอดทั้งเรื่อง ทำให้เกิดอาการลำไยบ้าง เอาเป็นว่าตั้งแต่ต้นยันจบอะจ้ะ รับกันได้ก็ดูเพลินไป …
สิ่งดีที่เซอร์ไพรส์แล้วเอาใจพี่มากๆ คือ เพลงประกอบยังคงคอนเซปต์เดิมมีทั้งเก่าใหม่ผสมกันไป ยุค 80s’, 90s’ แต่เพลงสวีตๆ ก็หวานเจียนเน่าเสียจนอยากจะกุมมือคนข้างๆ แล้วเอนหัวซบไหล่กันเลยทีเดียว และที่ดีขั้นกว่าคือมีดีว่า “เซลีน ดิออน” มาขับกล่อมเพลงเปิดหนังทำให้มีกลิ่นความเป็นครอบครัวก็มิปาน สร้างสีสันได้ดีทีเดียว
ความประทับใจเล็กๆ เกิดขึ้นมาในฉากที่ตัวละครในบท เนกาโซนิก ทีนเอจ วอร์เฮด รับบทโดย ไบรอันนา ฮิลเดอแบรนด์ ตัวละครตัวนี้ดูโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ได้เปิดตัวแฟนสาว ยูกิโอะ รับบทโดย ชิโอลิ คุตสึนะ เป็นการเผยอีกด้านของตัวละครนี้ออกมา นั่นหมายถึงจักรวาลมาร์เวลกล้าที่จะแตะและหยิบประเด็นเรื่องเพศสภาพมากขึ้น ซึ่งถูกใจพี่ยิ่งนัก และดูเหมือนว่าอนาคตอันใกล้เราอาจจะได้เห็นตัวละครที่มีความหลากหลายทางเพศมากยิ่งขึ้น …ถามว่าความเกรียนระดับนี้ ผู้ใหญ่ควรนำเด็กเข้าไปชมหรือไม่ ตอบตรงๆ เลย ไม่ควรเจ้าค่ะ ควรนำน้องๆ หนูๆ ไปเรียนร้อยมาลัยในเรือนแม่การะเกดจะดีกว่า ซึ่งยังมีหนังซูเปอร์ฮีโร่เข้าคิวรอฉายให้ผู้ปกครองเลือกได้อย่างเหมาะสมอีกมากมายยันปลายปี เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่ตัวละครทุกตัวที่จะได้ใจ บทบาทอาจจะไม่เป็นที่น่าจดจำสักเท่าไหร่ แต่สำหรับแฟนมาร์เวลที่เหนียวแน่นกันมากว่า 10 ปี นี่คือสิ่งที่พี่ๆ เพื่อนๆ ทั้งหลายรอคอยอย่างแน่นอน
แต่เดดพูลจะมีภาค 3 ต่อไปหรือไม่นั้น ก็ต้องดูกันอีกทีว่า พี่ไรอัน จะเสกสรรค์ความเกรียนให้ครีเอทได้มากโดนใจผู้ผลิตคนใหม่ หรือจะเป็นคนเก่า อันนี้ยังเดาไม่ได้เพราะเรื่องการซื้อขายของค่ายยังไม่ได้ข้อสรุป แต่ที่รู้ๆ มาคือถ้าทำภาค 3 รับรองต้องมีดราม่าชุดใหญ่แน่ๆ เพราะตัวละครที่ผู้ชมเห็นว่าใสๆ อาจไม่ใช่อยากที่เห็น

By Chloe

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *