พุธ. ก.ย. 22nd, 2021

เทคนิค การเลือกซื้อหลอดไฟ ในบ้านด้วยตัวเองแบบเข้าใจง่าย

แนวคิดในการเลือกโคมไฟเพดานให้เหมาะกับการใช้งานแต่ละห้องในบ้าน – Lounge  Lovers Lighting

ปัจจุบันมีหลอดไฟให้เลือกใช้งานมากมายหลายชนิด มีทั้งชนิดที่เคยได้รับความนิยมในอดีต ชนิดที่ยังคงได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน และชนิดที่ได้รับการผลิตขึ้นมาใหม่เพื่อตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างลงตัวกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ สำหรับใครที่กำลังมองหาหลอดไฟไว้ใช้งานในบ้านแทนหลอดไฟดวงเก่าที่ชำรุด แต่ยังไม่รู้ว่าควรเลือกหลอดไฟแบบไหนดี เรามี เทคนิค ในการเลือกซื้อหลอดไฟแบบเข้าใจง่าย ๆ มาแนะนำกันค่ะ’

รู้จักหลอดไฟก่อนเลือกซื้อ
-หลอดไส้ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า หลอดดวงเทียน ซึ่งเป็นหลอดไฟที่มีการใช้งานมาอย่างยาวนานในอดีต มีให้เลือกใช้งานทั้งชนิดแก้วและชนิดฝ้า ตัวไส้หลอดทำจากทังสเตน ซึ่งจะทำให้เกิดความร้อนขึ้นเมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านไส้หลอด และจะมีผลต่อการส่องสว่างของแสงไฟไปตามความร้อนที่เกิดขึ้นในไส้หลอด ซึ่งทำให้สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าค่อนข้างมาก จึงทำให้หลอดไฟชนิดนี้ไม่ได้รับความนิยมนำมาใช้งานในปัจจุบัน อีกทั้งยังให้แสงสว่างในโทนสีเหลืองส้มเท่านั้น จึงทำให้ไม่สามารถตอบโจทย์การใช้งานภายในบ้านได้เท่าที่ควร
-หลอดฮาโลเจน เป็นหลอดไฟที่มีระบบการสร้างแสงสว่างคล้ายกับหลอดไส้ โดยการกำเนิดแสงสว่างจากความร้อนเมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าสู่ไส้หลอดที่ทำจากทังสเตน แต่หลอดแบบฮาโลเจนจะมีการบรรจุก๊าซฮาโลเจนเข้าไปด้วย ซึ่งจะช่วยให้หลอดไฟชนิดนี้มีความทนทานมากกว่าหลอดไส้ทั่วไป อีกทั้งยังสามารถมอบปริมาณแสงสว่างได้มากกว่าและมีค่าความถูกต้องของสีจริงที่มากกว่าหลอดไส้ถึง 100% ด้วยการให้โทนแสงสีขาวสำหรับส่องสว่าง เหมาะสำหรับนำมาใช้งานในบริเวณที่ต้องการแสงสว่างมากเป็นพิเศษ อาทิเช่น พื้นที่จัดแสดงสินค้า ร้านเครื่องประดับ บริเวณที่ต้องการใช้แสงสำหรับแต่งหน้า เป็นต้น
-หลอดฟลูออเรสเซนต์ หรือหลอดนีออน เป็นหลอดไฟทรงกระบอกหรือแบบกลมที่สามารถให้แสงสว่างได้มากกว่าหลอดไส้ทั่วไปถึง 5 เท่า และสามารถใช้งานได้ทนทานมากกว่าหลอดไส้ถึง 8 เท่า อีกทั้งยังสิ้นเปลืองการใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยกว่าหลอดไส้ด้วยการใช้พลังงานเพียง 20% เท่านั้น โดยมาพร้อมโทนแสงไฟที่หลากหลายในการใช้งาน ซึ่งมีให้เลือกทั้งโทนแสงไฟแบบ warm white ที่พร้อมมอบแสงสว่างในโทนสีขาวอมเหลืองนวล เหมาะสำหรับการนำมาสร้างบรรยากาศในบ้านให้มีความอบอุ่นชวนพักผ่อน, โทนแสงไฟแบบ cool white ที่มอบแสงสว่างโทนสีขาวอมฟ้า ช่วยทำให้รู้สึกสบายตา แต่อาจส่งผลทำให้สีจริงของวัตถุมีความผิดเพี้ยนไปจากเดิม และโทนแสงไฟแบบ day light ที่ได้รับการออกแบบมาให้มีโทนแสงไฟที่ใกล้เคียงกับแสงสว่างตามธรรมชาติมากที่สุด จึงช่วยทำให้สามารถมองสีของวัตถุหรือบรรยากาศภายในบ้านที่เหมือนจริง โดยหลอดไฟประเภทนี้จะมีหลักการทำงานต่อเมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน และปรอทจะคายพลังงานในรูปแบบรังสีอัลตราไวโลเลตเมื่อกระแสไฟฟ้ากระทบกับสารเรืองแสงที่มีการเคลือบไว้ในหลอด ซึ่งจะทำให้เกิดแสงสว่างออกมาสำหรับการใช้งาน
-หลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์ หรือที่นิยมเรียกกันว่าหลอดตะเกียบ ซึ่งเป็นหลอดไฟที่มีหลักในการทำงานคล้ายกับหลอดฟลูออเรสเซนต์ โดยมีให้เลือกทั้งชนิดที่มีบัลลาสต์ในตัวและแบบมีบัลลาสต์ภายนอก ซึ่งมีให้เลือกทั้งลักษณะแบบขั้วเกลียวที่สามารถสวมใส่เข้ากับเต้าเกลียวของหลอดไส้ได้เลย และชนิดที่มีขั้วเป็นขาเสียบ ซึ่งนำมาใช้งานร่วมกับโคม สามารถใช้งานได้ยาวนานมากกว่าหลอดฟลูออเรสเซนต์แบบปกติ โดยมาพร้อมโทนแสงไฟให้เลือกใช้งานหลากหลาย ทั้งแบบ warm white, cool white และ day light ซึ่งมีรูปร่างที่หลากหลายให้เลือกทั้งแบบหลอดคู่ หลอดยาว หลอดสี่แถว หลอดเกลียว และหลอดมีโคมครอบ
-หลอดแสงจันทร์ หรือที่เรียกกันว่าหลอดไฟไอปรอท เป็นหลอดไฟที่ทำงานด้วยการปล่อยประจุความเข้มข้นสูง โดยจะมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงไหลผ่านไอปรอทที่อยู่ในหลอดไฟในการทำให้เกิดแสงสว่าง ซึ่งมีค่าความถูกต้องของโทนสีที่ค่อนข้างต่ำ ด้วยโทนแสงไฟที่มีแสงสีขาวเข้มและมีปริมาณแสงสว่างต่อวัตต์สูงมากกว่าหลอดไฟชนิดอื่น จึงทำให้สามารถส่องสว่างได้ในระยะไกล เหมาะกับการนำมาใช้งานในบริเวณที่มีพื้นที่กว้างขวางอย่าง โรงงาน สนามกีฬา พื้นที่โกดังสินค้าจัดเก็บของขนาดใหญ่ เป็นต้น แต่ปัจจุบันหลอดไฟประเภทนี้ไม่ได้รับความนิยมนำใช้งานแล้ว เพราะยากต่อการดูแลรักษา อีกทั้งยังมีส่วนผสมของปรอทที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม
-หลอดเมทัลฮาไลน์ เป็นหลอดไฟที่มีหลักในการทำงานคล้ายกับหลอดแสงจันทร์ แต่สามารถให้ความเข้มแสงสูงมากกว่าหลอดจันทร์เกือบเท่าตัว จึงทำให้มีแสงสว่างที่สมดุลมากขึ้นจนใกล้เคียงกับแสงแดด เหมาะสำหรับการใช้งานที่จำเป็นต้องใช้สังเกตความชัดเจนของสี อย่าง โรงพิมพ์ ห้างสรรพสินค้า สวนสาธารณะ หรือนำมาใช้เพื่อส่องสว่างกับอาคารให้เกิดความสวยงาม เป็นต้น
-หลอดไฟ LED เป็นหลอดไฟที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบัน โดยผ่านการคิดค้นเพื่อแก้ไขจุดด้อยของหลอดไฟในแบบเก่าที่มักจะมีปัญหาไส้หลอดร้อนจากการผลิตแสงสว่าง จึงทำให้หลอดไฟ LED หมดปัญหาจากเรื่องความร้อนเพราะไม่มีการเผาไส้หลอดในแบบเดิม ซึ่งสามารถช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้นถึง 50,000 ชั่วโมง ใช้จำนวนวัตต์น้อยกว่าแต่ให้แสงสว่างได้มากกว่า อีกทั้งยังมีคุณสมบัติที่ช่วยถนอมสายตาในระหว่างการใช้งานได้ดี เพราะมีการกระพริบของแสงสว่างที่น้อยมากจากหลอดทั่วไป และยังปลอดภัยจากสาร UV และสารปรอทที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม แต่ก็ต้องยอมรับว่าด้วยคุณสมบัติต่าง ๆ จึงทำให้หลอดไฟชนิดนี้มีราคาสูงมากกว่าหลอดไฟทั่วไป แต่เมื่อเปรียบเทียบในด้านการใช้งานแล้วก็นับว่ามีความคุ้มค่าที่สามารถใช้งานไปได้ยาวนาน แม้จะมีการเปิด-ปิดบ่อยครั้งก็ไม่เสื่อมสภาพจากการกดสวิตช์ไฟ ที่สำคัญยังเหมาะกับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันที่ช่วยประหยัดพลังงานการใช้ไฟฟ้าและประหยัดค่าไฟได้มากกว่าหลอดไฟทั่วไป รับออกแบบบ้าน 

By Chloe

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *