พุธ. ก.ย. 22nd, 2021

เพิ่มความอบอุ่น ให้พื้นที่ในบ้าน ด้วยไอเดียตกแต่งฝ้าและเพดานหลากสไตล์

เพิ่มความอบอุ่น ฝ้าเพดาน คือองค์ประกอบหนึ่งของ การตกแต่งบ้าน ที่ สามารถ เพิ่มความสวยงาม และ สร้างจุดเด่น ให้พื้นที่ภายในบ้าน มีเสน่ห์ได้อย่าง ไม่น่าเชื่อ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะ นิยม ตกแต่งภายใน บ้านด้วยการใช้ แผ่นยิปซัม เพิ่มความสวยงาม บริเวณ ฝ้าเพดาน เพียงเพื่อ ปิดโครงสร้างเสา คาน และการเดินท่อต่าง ๆ ของบ้าน หรืออาจเลือกใช้ฝ้าเพดานที่มี ลวดลาย สวยงาม การเซาะร่อง ที่เป็น เอกลักษณ์ สำหรับ เพิ่มความสวยงาม ให้ ฝ้าดานบ้านโดดเด่น แต่หากต้องการเติมเต็มความเป็นธรรมชาติให้พื้นที่ในบ้านอบอุ่นและมีสไตล์สวยงามเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น แนะนำให้เลือกใช้ วัสดุ ประเภท ไม้ธรรมชาติ หรือไม้เทียม ใน การตกแต่ง ฝ้าเพดาน ก็นับเป็นอีกหนึ่ง ไอเดีย ในการตกแต่งบ้าน ให้สวยงาม ชวนสะดุดตา

กรุฝ้าเพดานด้วย ไม้จริง หรือ ไม้เทียม
ตกแต่งภายในบ้านให้อบอุ่นเป็น ธรรมชาติ มากยิ่งขึ้น โดยการใช้ไม้ธรรมชาติที่ผ่านกระบวนการยืดอายุการใช้งาน โดยการอาบน้ำยาเพื่อป้องการการยืดหดตัวและป้องกันเชื้อรา นำมาใช้ ตกแต่งฝ้าเพดาน ภายในบ้าน ให้สวยงามเป็นธรรมชาติ อาจ ดีไซน์ เพื่อเพิ่มมิติให้พื้นที่ในบ้าน โดดเด่น มากยิ่งขึ้น ด้วยการสร้างออกแบบสร้างเลเยอร์บริเวณฝ้าเพดานให้มีระดับลดหลั่นกันไปตามโซนใช้สอยภายในบ้าน หรืออาจเลือกใช้วัสดุทดแทนไม้ที่มีความเป็นธรรมชาติทั้งสีสันสวยงาม และผิวสัมผัสลวดลายไม้เหมือนจริง แต่ให้ความทนทานได้มากกว่ามาใช้ตกแต่งภายในบ้านบริเวณฝ้าเพดาน ก็สามารถเพิ่มความสวยงามให้พื้นที่ในบ้านอบอุ่นเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

ตกแต่งฝ้าเพดานด้วยระเแนงไม้ตกแต่ง
สำหรับพื้นที่ภายในบ้านที่ไม่ได้มีการทำฝ้าเพดาน แต่อยากตกแต่งเพิ่มความเป็นธรรมชาติให้มุมบ้านในบริเวณที่ต้องการ แนะนำให้ลองใช้ไอเดียระแนงไม้ตกแต่งเป็นฝ้าเพดานของบ้านในบริเวณที่ต้องการสร้างจุดเด่น ก็สามารถเติมเต็มเสน่ห์ธรรมชาติให้พื้นที่ภายในบ้านอบอุ่น รื่นรมย์ และมีเสน่ห์มากขึ้นอีกเท่าตัว

ระแนงไม้ตกแต่งฝ้าเพดานหลังคาจั่ว
บ้านหลังคาจั่วทรงสูงในบ้านชั้นเดียวหรือพื้นที่ชั้นบนของบ้านที่ไม่ได้มีการออกแบบฝ้าเพดานสำหรับปิดบังเพื่อความสวยงาม แต่เน้นการโชว์รูปทรงจั่วภายในบ้านให้มีความโดดเด่นสวยงามชวนสะดุดตา อาจเพิ่มความเป็นธรรมชาติให้บริเวณจั่วของบ้าน โดยการใช้ระแนงไม้ตกแต่งเพื่อปิดผิววัสดุปูนเปลือยของบ้านที่ดูดิบเท่ให้อบอุ่น เพียงเท่านี้ก็พร้อมเปลี่ยนบรรยากาศภายในบ้านที่ดูดิบเท่ให้อบอุ่นเป็นธรรมชาติมากกว่าเดิม

ฝ้าเพดานไม้ไผ่ขนาดเล็ก
เติมความผ่อนคลายให้พื้นที่ภายในบ้านอบอุ่นเป็นธรรมชาติและมีบรรยากาศสบาย ๆ ที่ชวนพักผ่อน ด้วยการนำไม้ไผ่ขนาดเล็กมาตกแต่งฝ้าเพดานให้มีความเป็นธรรมชาติในบรรยากาศแบบบ้านพักชายทะเล โดยการนำลำต้นไผ่มาเรียงเข้าไว้ด้วยกันให้สวยงามเป็นระเบียบ ก่อนจะใช้ไม้แบบขนาดพอดียึดติดไม้ไผ่ให้แน่น เพียงเท่านี้ก็พร้อมสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้โดดเด่นและแตกต่างอย่างไม่ซ้ำใคร

การตกแต่งฝ้าเพดาน
อย่างแรกเป็นวัสดุที่นิยมกันมากในการตกแต่งก็คือ ยิปซั่มบอร์ด เพราะคุณสมบัติที่ต้องการกันความร้อนและสามารถฉาบรอยต่อให้เรียบได้ แถมยังมีน้ำหนักเบาและที่สำคัญราคาไม่แพง จึงมีตนนำแผ่นยิปซั่มมาทำฝ้าเพดานกันอย่างแพร่หลาย ถ้าผู้อ่านไปซื้อบ้านสำเร็จรูป วัสดุที่มักเป็นมาตรฐานของฝ้าเพดานที่เราจะได้รับก็คือ ยิปซั่มบอร์ดนั่นเอง ขนาดของแผ่นยิปซั่มที่เราใช้อยู่ทั่วๆไปคือ ขนาด 1.20×2.40 เมตรและหนา 9 มม. ซึ่งเป็นความหนาที่เหมาะกับการนำมาใช้ทำฝ้าเพดาน การนำมาใช้นั้นก็ต้องประกอบกับโครงคร่าวเพดาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงคร่าวเหล็กอาบสังกะสี

เราสามารถเลือกทั้งแบบทำฝ้าเห็นโครงและฝ้าฉาบเรียบได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้ ถ้าต้องการโชว์โครงทำฝ้า หมายถึง สามารถเปิดฝ้าเพดานขึ้นไปได้ทำฝ้าลักษณะนี้เหมาะสำหรับการตกแต่งสำนักงานที่มีการขยับขยายหรือสับเปลี่ยนที่นั่งจะได้ย้ายไฟบนเพดานได้สะดวก

แต่ถ้าใช้กับบ้านก็เหมาะกับห้องที่เราต้องการเปิดขึ้นไปบนฝ้าได้สะดวกเช่นกัน เช่น บริเวณเหนือห้องน้ำชั้น 1 เป็นห้องน้ำชั้น2 เราก็อาจเลือกใช้ฝ้ายิบซั่มแบบโชว์โครง (T-Bar) เป็นฝ้าห้องน้ำได้เพราะเวลาห้องน้ำชั้น2 มีปัญหาอุดตันเราจะสามารถเปิดขึ้นไปซ่อมท่อน้ำได้จากด้านใต้นั่นเอง แต่หลายๆท่านก็อาจจะแย้งว่าถ้าเห็นโครงก็จะทำให้ห้องไม่สวยได้ ชอบแบบเรียบๆมากกว่า ตรงนั้นก็เห็นด้วยน่ะครับ แต่ถ้าทำฝ้าฉาบเรียบในห้องน้ำข้อควรคำนึงก็คือ ควรเจาะช่องสำหรับซ่อมท่อน้ำ เพื่อจะเปิดขึ้นเพื่อไปทำการแก้ไขได้ในอนาคต ขนาดควรเป็น 50×50 เซนติเมตร และต้องเป็นฝ้าชนิดกันความชื้นได้ด้วยน่ะครับ

การฉาบฝ้า
พูดถึงการฉาบฝ้าแล้วก็พูดเลยต่อมาถึงห้องต่างๆกันน่ะครับ ฝ้าฉาบเรียบเป็นอะไรที่นิยมกันมากที่สุดเนื่องจากเมื่อทำงานเสร็จแล้วจะทำให้ได้ห้องที่สวยงามเรียบร้อย และถ้าต้องการให้ได้ความสูงฝ้าเพดานมากขึ้นบริเวณที่เป็นจุดสนใจหรือจุดเน้นที่ทำให้ห้องดูสวยงาม โอ่โถงมากขึ้นเราจึงมักออกแบบให้มีการยกเป็นฝ้าหลุมในบริเวณนั้นๆ จะเป็นหลุมแบบสี่เหลี่ยม วงกลม หรือรูปเหลี่ยมอื่นๆ ก็สุดแล้วแต่บรรยากาศของห้องน่ะครับ

แต่ถ้าจะให้สวยมากยิ่งขึ้นก็ควรจะซ่อนไฟไว้ด้วย เพราะแนวคิดจะยกฝ้าหลุมให้เป็นหลุมเพื่อต้องการให้ห้องดูสูงโปร่งนั้นควรมีไฟที่ซ่อนในฝ้า เวลาเปิดก็จะสะท้อนฝ้าเพดานให้ดูมีมิติที่สูงขึ้นไปอีก อย่าลืมนะครับถ้ามีอุปกรณ์อะไรที่เกี่ยวข้องกับการตกแต่งที่เราระบุไป ต้องไม่ลืมที่จะมีพื้นที่ที่จะเข้าไปเปลี่ยนซ่อมหรือดูแลรักษาได้ด้วย

อย่างกรณีหลอดไฟในเพดานควรเผื่อพื้นที่ไว้ประมาณ 20 เซนติเมตรเพื่อจะได้เปลี่ยนหลอดไฟได้ และถ้าจะให้สวยควรซ่อนหลอดไฟให้เยื้องกันนิดๆ เวลาติดตั้ง เพราะแสงไฟที่เปิดออกจะได้ต่อเนื่อง ไม่ขาดตรงบริเวณที่เป็นรอยต่อของหลอด

ฝ้าเพดานไม้
คราวนี้เรามาดูถึงวัสดุอื่นๆที่ใช้ทำฝ้าเพดานกันบ้าง เราอาจใช้ไม้อัดไม่ว่าจะเป็นไม้อัดสักหรือไม้อัดวีเนียรชนิดอื่นๆ ทำฝ้าเพดานได้เช่นกันครับความหนาสัก 6 มม.ก็จะดี จะทำให้ไม่ต้องใช้โครงถึ่มากเกินไป กรณีนี้เหมาะกับท่านที่ต้องการฝ้าเพดานให้ห้องดูอบอุ่นและสวยงาม ขนาดไม้อัดมาตรฐานคือ 1.20×2.40 เมตร เพราะฉะนั้นควรกำหนดรอยต่อของฝ้าแบบนี้ให้ดี และควรจะพอดีกับขนาดของไม้จะทำให้ต่อแนวออกมาได้สวยงาม ถ้าจะทำให้ฝ้าแบบนี้ดูเหมือนเป็นไม้แผ่นจริงๆซึ่งเราสามารถนำไม้แผ่นมาตีเป็นเพดานได้ด้วย แต่อาจมีราคาที่แพงมาก การใช้ไม้อัดจึงเป็นการช่วยประหยัดอีกทางหนึ่งและเราสามารถควบคุมลายของไม้บนฝ้าเพดานได้ง่ายกว่านำไม้จริงมาใช้ด้วยครับ

การเซาะร่องลงบนไม้อัดให้ได้หน้ากว้างเท่ากับไม้ธรรมชาติเวลาติดบนฝ้าเพดานก็จะได้ความรู้สึกไม่เหมือนแผ่นและควรเพิ่มคานหรือโครงสร้างไม้จริงทับรอยต่อของไม้ลงไป เท่านี้เราก็จะได้ฝ้าเพดานโครงสร้างไม้สวยๆ และประหยัดเงินแล้ว ลองนึกภาพห้องสไตล์ไทยคอนเทมโพรารีมีฝ้าเพดานเป็นไม้สวยไม่เบานะครับ

ฝ้าเพดานแผ่นอะคูสติกบอร์ด
มาถึงวัสดุอื่นๆกันบ้างครับ อย่างพวกแผ่นอะคูสติกบอร์ด มีชนิดและขนาดให้เลือกหลายแบบ ส่วนใหญ่ที่นิยมใช้กันก็คือ 60×60 เซนติเมตร พวกนี้เหมาะกับฝ้าเพดานสำนักงานเพราะช่วยลดการสะท้อนของเสียงได้ดีแผ่นวัสดุสำเร็จรูปอื่นๆ เช่นแผ่นพลาสติกอะครีลิค ซึ่งมีสีสันให้เลือกมากมายก็ทำให้ห้องดูสวยงามและแปลกตาไปอีกแบบหนึ่ง ถ้าชอบความดิบดูเป็นธรรมชาติแผ่นซีเมนต์บอร์ดก็เหมาะที่จะนำมาใช้กับฝ้าในลักษณะนี้

นอกจากนี้ การตกแต่งบ้านไม่ได้มีแต่ฝ้าเพดาน ยังมีการตกแต่งบ้านด้วยบัวพื้น คิ้วบัวลวดลายต่างๆ ฝ้าหลุมเพื่อให้บ้านหรือห้องดูมีมิติ บัวสำเร็จรูปที่จะทำให้ห้องโดดเด่นสวยงามมากขึ้น และคุณควรจะเลือกช่างทำฝ้าที่ได้มาตรฐาน และช่างทำฝ้าที่มีฝีมือ เพื่อให้งานตกแต่งฝ้าเพดานหรือส่วนอื่นๆออกมาสมบูรณ์แบบมากที่สุด

การติดตั้งฝ้าเพดานเป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยสำหรับการสร้างบ้าน เนื่องจากฝ้าเพดานมีประโยชน์หลายอย่าง ทั้งช่วยป้องกันความร้อน ป้องกันฝุ่น สัตว์ไม่พึงประสงค์ หรือจะใช้ประโยชน์ด้านการสร้างความเรียบร้อยสวยงามให้บ้าน ด้วยการนำสายไฟหรือท่อในระบบสาธารณูปโภคไปซ่อนความวุ่นวายไว้ใต้ฝ้าเพดานก็ได้ด้วย ดังนั้นหากใครอยากติดตั้งฝ้าเพดานบ้าน หรืออยากเปลี่ยนฝ้าเพดานบ้านชุดใหม่ ลองมาดูวิธีติดตั้งฝ้าเพดานด้วยตัวเองกันก่อนดีไหมคะ เผื่อว่าถ้าสามารถนำวิธีติดตั้งฝ้าเพดานไปทำตามกันได้ง่าย ๆ จะได้ลองทำด้วยตัวเอง ประหยัดค่าจ้างช่างได้อีกเยอะเลย

1. ร่างแพลนติดตั้งฝ้า

การร่างแพลนติดตั้งฝ้าเพดานไม่เพียงแค่ช่วยคำนวณจำนวนชิ้นของฝ้าเพดานที่คุณจำเป็นต้องใช้เท่านั้น แต่ยังช่วยให้คุณสามารถกะขนาดของฝ้าเพดานแต่ละชิ้น สำหรับแต่ละห้องได้อย่างเท่าเทียมกันด้วย ซึ่งก็จะช่วยให้ห้องดูเป็นระเบียบเรียบร้อย และสวยงามมากขึ้นนั่นเอง ซึ่งหากว่าห้องที่คุณจะติดตั้งฝ้าเพดานมีขนาด 9×11 ฟุต จะต้องสั่งฝ้าเพดานให้เท่ากับจำนวนที่จะใช้ติดตั้งกับห้องขนาด 10×12 ฟุต จึงจะเพียงพอต่อการใช้งานค่ะ

2. กำหนดระดับฝ้าเพดานที่ผนังห้อง

กำหนดระดับความสูงต่ำของฝ้าเพดานที่ผนังห้อง โดยทำสัญลักษณ์ขีดระดับเอาไว้ จากนั้นก็ยึดโครงริมตามระดับความสูงที่กำหนดในตอนแรก แต่พยายามหลบมุมผนังที่ไม่เรียบเสมอ เพราะภายใต้ผนังนั้นอาจจะมีท่อหรือสายไฟซ่อนอยู่ในนั้น

3. ใช้ตะขอเกี่ยวรั้วยึดโครงให้แน่นหนา

เพื่อความแน่นหนาของโครงฝ้าเพดาน แนะนำคุณใช้ตะขอตัวใหญ่ สำหรับเกี่ยวรั้วลวดหนาม มาเกี่ยวระหว่างตะปูที่ตอกยึดโครงเหล็กกับตัวโครงเอาไว้ โดยเฉพาะช่วงโครงที่มีช่องว่างระหว่างกำแพงค่อนข้างห่าง

4. แขวนสปริง

ใช้สว่านเจาะเพดาน เพื่อแขวนลวดสปริงสำหรับห้อยโครง ในขั้นตอนห้อยลวดสปริงเป็นแนวสี่เหลี่ยม พยายามติดลวดสปริงไขว้ทับกันเป็นรูปตัว T ด้วย จากนั้นก็ติดลวดสปริงให้ทั่วบริเวณห้อง

5. ตัดส่วนเกินของโครงออก

เมื่อทำการแขวนลวดสปริงเรียบร้อยแล้ว ต่อจากนี้ก็นำโครงเหล็กสำหรับยึดแผ่นฝ้าเพดานมาแขวนไว้ได้เลย แต่ให้ตัดโครงเหล็กส่วนเกินตรงโครงริมออก กะระยะให้พอดีกันกับขอบของโครงริมผนังด้านนอกด้วยนะคะ

6. ยึดปลายโครงด้วยรีเวท

ระหว่างขึ้นโครงสำหรับวางฝ้าเพดาน ต้องยึดปลายโครงด้วยรีเวท และพยายามทำเหลี่ยมมุมทแยงตลอด เพื่อให้รูปทรงโครงฝ้าเป็นสี่เหลี่ยมอย่างสวยงาม

7. ค่อย ๆ วางแผ่นฝ้าเพดานบนโครง

เมื่อประกอบโครงเหล็กเรียบร้อยแล้วก็ค่อย ๆ นำแผ่นฝ้าเพดานมาวางทีละแผ่น โดยลอดแผ่นฝ้าผ่านโครงเหล็กด้านในไปทีละช่อง จนถึงส่วนริมผนัง

8. ตัดฝ้าผนังที่มีขนาดเกิน

สำหรับแผ่นฝ้าผนังที่มีขนาดใหญ่เกินโครงเหล็ก ให้คุณใช้ไม้เมตรวัดขนาด โครงเหล็กก่อน แล้วค้างไม้เมตรไว้อย่างนั้น จากนั้นก็ทาบไม้เมตรกับแผ่นฝ้า แล้วใช้หัวของไม้เมตร (ส่วนที่เป็นเหล็ก) กรีดลงไปบนฝ้าให้เป็นรอย เพื่อมาร์กจุดที่ต้องตัดแผ่นฝ้าส่วนเกินออก เสร็จแล้วก็ใช้มีดคัตเตอร์จัดการตัดแผ่นฝ้าได้เลย

9. เจาะรูแผ่นฝ้า

สำหรับบริเวณเพดานที่มีหลอดไฟอยู่ อาจจะต้องเจาะรูแผ่นฝ้า เพื่อเว้นระยะตรงหลอดไฟเอาไว้ด้วย ซึ่งขั้นตอนการตัดคุณสามารถกะด้วยระยะสายตา หรือจะใช้ไม้เมตรวัดขนาดหลอดไฟแบบเป๊ะ ๆ ก็ได้เช่นกัน จากนั้นก็ใช้คัตเตอร์กรีดแผ่นฝ้าให้เป็นรูขนาดเท่าที่ต้องการ

10. ฉาบซิลิโคนอุดรอยตำหนิ

เมื่อทำการติดตั้งฝ้าเพดานเรียบร้อยแล้ว ให้คุณสำรวจร่องรอยความเสียหายบนฝ้าเพดาน เช่น รูรั่ว หรือรอยขีดข่วนจากเหล็ก ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นตำหนิที่สร้างความเสียหายกับฝ้าเพดานไม่น้อย ดังนั้นก็ควรใช้ซิลิโคนมาอุดรอยตำหนิเหล่านี้ให้เรียบร้อย  รับออกแบบบ้าน 

By Chloe

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *