อาหาร ของหวาน และเครื่องดื่ม

รีวิวซีรี่ย์สนุกติดเทรนเกาหลี Something in the rain (2018) สื่อในสายฝน

รีวิวซีรี่ย์สนุกติดเทรนเกาหลี Something in the rain (2018) สื่อในสายฝน

เปิดใจพระเอก จองแฮอิน ปลื้มสุดๆได้เป็นสามีแห่งชาติ-สาวไทยกรี๊ด - ข่าวสด

รีวิวซีรี่ย์สนุกติดเทรนเกาหลี ในช่วงนี้ มีซีรีส์หลายเรื่องเหลือเกินที่สร้างมาให้เราได้ดู การจะเลือกว่าจะดูเรื่องไหนกลับเป็นเรื่องยากเพราะเวลามีจำกัดจนไม่อาจดูได้ทุกเรื่อง หลายหนที่ต้องเลือกเฟ้นกันพอสมควรเพื่อจะดูเรื่องตรงกับจริตเราที่สุด จนการเลือกจากการเห็นเพื่อนดูแล้วดูตามเนี่ยมันถูกลดค่าลงไป จนมาเจอเรื่องนี้… ‘Something in the Rain สื่อในสายฝน’

ซีรีส์เกาหลีเป็นอะไรที่ผมไม่ค่อยเลือกจะดูเท่าไหร่ เหตุผลก็เพราะตอนนึงมันตั้ง 1 ชั่วโมง 20 นาที แถมยังมีตั้ง 16 ตอนกว่าจะจบ การจะดูให้จบสักเรื่องนึง มันจึงต้องใช้เวลาเยอะมาก การจะเลือกดูมันจึงต้องอยากดูจริงด้วยหลายเหตุผลรวมๆ กัน

หลังจากได้เห็นคนพูดถึง ทวีตถึง หลายเพจก็พยายามที่จะเขียนถึง ขนาดคนรู้จักยังหยิบภาพโมเมนต์จูบๆ ของสองพระนางมาลงเฟซบุ๊ก ในที่สุด ก็ตัดสินใจว่า เอาวะ! ลองเปิดดูสักตอน แล้วก็พบว่า เออ น่าสนใจแฮะ ดูต่อละกัน ในวันที่มันยังมีไม่หมดทุกตอนบน Netflix

Something in the Rain’ เป็นซีรีส์เกาหลีที่ออกอากาศทางช่อง JTBC ที่เล่าเรื่องของ ยูนจินอา (Son Ye-jin/ซนเยจิน) หญิงสาววัย 35 ทำงานในบริษัทที่ดูแลแฟรนไชส์ร้านกาแฟ เธอทำงานในตำแหน่งประมาณๆ ฝ่ายการตลาดที่ดูแลร้านแฟรนไชส์ต่างๆ ด้วยความเป็นคนหัวอ่อน เธอมักจะต้องรับหน้าที่แก้ไขปัญหาแทนคนอื่นๆ แถมยังมักจะโดนหัวหน้าผู้ชายลวนลามหรือต้องไปรับใช้เอาใจอีก

แต่สิ่งที่เธอประสบปัญหาที่หนักหนากว่าอีกอย่างก็คือ การที่เป็นสาวอายุเยอะผู้ไม่ไหวจะคบกับหนุมทนายความแฟนคนปัจจุบันที่แม่เธอเชียร์นักเชียร์หนาพยายามจะให้เธอแต่งกับเขาให้ได้

มันไม่ง่ายนักกับการสลัดทิ้งรักนี้ เพราะดูฝ่ายชายเองก็ยังตามตื๊อไม่เลิกรา แต่ในระหว่างนั้น ซอจุนฮี (Jung Hae-in/จองแฮอิน) เด็กหนุ่มน้องชายของ ซอคยองซอน (Jang So-yeon) เพื่อนสนิทของเธอ เขาเพิ่งกลับจากอเมริกาและเข้ามาในชีวิตเธออีกครั้ง พร้อมกับความสัมพันธ์ที่รุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว

[นอกเหนือไปจากการทีซีรีส์เรื่องนี้มี ซนเยจิน ที่ชวนหลงใหล กับหนุ่มหน้าใสอย่าง จองแฮอิน แล้ว ก็ยังจะมี จองยูจิน/Jung Yoo-jin ที่รับบทคังเซยอง อีกหนึ่งผู้ร่วมงานสาวของนางเอก เธอแอบชอบและพยายามจะตามจีบพระเอกของเรื่องอยู่ หน้าตาน่ามองไม่เบาเลยนะคนนี้]
เพราะดูเหมือนคนรอบข้างจะรับไม่ได้กับสิ่งนี้ มันกลายเป็นรักที่ต้องหลบซ่อน ด้วยความที่จุนฮีก็เป็นทั้งหนุ่มที่มีใบหน้าน่าหลงใหล มีความเอาใจใส่ แต่ขณะเดียวกัน ด้วยวัยหนุ่ม เขาค่อนข้างจะเก็บความรู้ไม่ค่อยเก่งนัก แถมยังมุทะลุจนเกิดขึ้นเรื่องขึ้นได้บ่อยๆ แน่นอน วันหนึ่งคงหนีไม่พ้นที่ทุกคนจะรู้เรื่องของพวกเขา

แต่ระหว่างทาง มีความมุ้งมิ้งเกิดขึ้นมากมาย จนสาวๆ หลายคนอาจจะใฝ่ฝันอยากจะมีแฟนเด็กแบบนี้บ้าง ด้วยการจัดแสงระดับนุ่มละมุนและการใส่สถานการณ์ที่สองคนอยู่ด้วยกัน มีฉากจูบกันแบบจัดหนัก ทำให้มันกลายเป็นซีรีส์เกาหลีที่สาวๆ หลายคนตื่นเต้นที่จะได้รับชม ขนาดผู้ชายยังเพลินเลยนะครับ

ชื่อซีรีส์: Something in the Rain / สื่อในสายฝน / 밥 잘 사주는 예쁜 누나
ผู้กำกับ: Ahn Pan-seok
นักแสดงนำ: Son Ye-jin/ซนเยจิน, Jung Hae-in/จองแฮอิน, Jang So-yeon/จางโซยอน,​ Jung Yoo-jin, Wi Ha-joon
จำนวนซีซั่น: 1
จำนวนตอน: 16
ช่องทางรับชม: Netflix
สังกัด/ผู้ผลิต/เจ้าของลิขสิทธิ์: JTBC

เรื่องย่อ ยุนจินอา (ซนเยจิน) สาวโสดอายุ 35 ปี ทำงานในตำแหน่งรองผู้ช่วยผู้จัดการในบริษัทที่ขายแฟรนไชส์กาแฟต้องคอยไปตามดูแลและควบคุมคุณภาพของสาขาแฟรนไชสฺ์แต่ละที่เนื้องานมีความกดดันค่อนข้างสูงจากคนในบริษัทที่มีคนทำงานน้อยแต่งานเยอะและเครียส แถมยังโดนกดขี่จากพวกหัวหน้างานที่เป็นผู้ชายอีกยังไม่พอโดนแฟนนอกใจไปคบผู้หญิงที่เด็กกับเธอ ส่วนซอจุนฮี (จองแฮอิน) นักออกแบบในบริษัทเกมแห่งหนึ่ง ซึ่งไปทำงานต่างประเทศ และเพิ่งกลับมาอยู่ที่เกาหลี เป็นน้องชายของเพื่อนที่สนิทกันมากรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ (เคยแสดงเรื่อง Wise Prison Life) ความใกล้ชิดหรือรักแรกหรืออะไรก็ตาม ความรักของทั้งคู่จะเป็นไปได้ไหม? ครอบครัวและคนใกล้ชิดจะรับได้หรือเปล่า? จะเป็นอะไรไหมกับอายุที่ห่างกัน? รู้แต่ว่าดูผ่านไป 3 Ep. มีความอมยิ้มกับคู่นี้จริงๆ
ร่มสีแดงสื่อรัก

ละมุนละไม อบอุ่นหัวใจไปกับ Something in the rain - Pantip

รีวิวซีรี่ย์สนุกติดเทรนเกาหลี ถ้าพูดถึงซีรี่ส์รักต่างวัย เราเชื่อว่าหลายๆ คนคงจะมีซีรี่ส์ในดวงใจกันใช่มั้ยค่ะ แน่นอนว่าเราเองก็มีเช่นเดียวกัน แต่ล่าสุดเรื่องที่เราพึ่งไปดูมาและอยากจะเอามาแนะนำเพื่อนๆ ทุกคนก็คือเรื่อง ” Something in the rain ” หรือในชื่อภาษาไทยที่ว่าสื่อรักในสายฝน ต้องสารภาพว่าตอนแรกไม่กล้าดูเลยค่ะ เพราะถ้าพูดถึงความรักกับเรื่องของฝนก็มักจะให้อารมณ์ความรู้สึกเศร้าใช่ไหมคะ แต่ด้วยความที่ว่าง อยากหาอะไรสนุกๆ ก็เลยไปแอบอ่านเรื่องย่อของเรื่องนี้มา ซึ่งก็พบว่ามันน่าจะไม่ได้เศร้าแบบที่คิด ประกอบกับพระเอกหล่อ (อิๆ) ดังนั้นก็เลยเปิดใจยอมดู ซึ่งก็บอกเลยว่าไม่ผิดหวังวันนี้เราจะเเอามาเล่าให้ทุกคนฟังกันค่ะ

เนื้อเรื่อง

สำหรับเนื้อเรื่องนั้นอาจจะต้องบอกว่าพล็อตจะเป็นไปตามซีรีส์โรแมนติกทั่วไป คือเราจะพอคาดเดาได้ว่าปมปัญหาสำคัญคืออะไร และพระเอก-นางเอกจะผ่านพ้นปัญหานี้อย่างไร ดังนั้นสำหรับคนที่ชอบเนื้อเรื่องหนักๆ หรือซับซ้อนก็อาจจะไม่ค่อยเหมาะ แต่สำหรับคนที่เป็นสายฟรุ้งฟริ่งโรแมนติกแบบเราเชื่อแน่นอนว่าจะต้องชอบมาก เพราะถึงแม้ว่าจะพอเดาเนื้อเรื่องได้ก็ตาม แต่ทั้งการแสดง บท และฉากต่างๆ ก็ทำให้เราสามารถอินตามได้ง่ายๆ ดังนั้นใครที่เป็นสายโรแมนติกต้องห้ามพลาดค่ะ

พระเอก-นางเอก

ต้องบอกว่านอกจากบทจะดีแล้ว ที่เราชอบซีรีส์เรื่องนี้มากๆ ก็เพราะเคมีทั้ง 2 คนเข้ากันมาก ดูแล้วฟินจิกหมอนเวอร์ ที่สำคัญคือด้วยความที่ซีรีส์มันสะท้อนถึงคนวัยทำงาน ดังนั้นการกุ๊กกิ๊กก็ไม่ได้จบแค่การจับมือถือแขน แต่ก็ไม่ได้โจ่งแจ้งจนเกินงาม คือเรียกว่าหวานแบบลงตัว ที่สำคัญคือพระเอกหล่อมากๆ ยิ่งเวลาที่อ้อนนางเอกนั้นดูน่ารักสุดๆ อยากมีเพื่อนสนิทของน้องชายแบบนี้บ้างจังเลยค่ะ

ความรู้สึกโดยรวม
อย่างที่เกริ่นไปว่าเราคืดว่าซีรีส์เรื่องนี้ทำออกมาได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ มีความกลมกล่อม เนื้อเรื่องไม่ยืดยาวจนเกินไป แต่ก็ดึงอารมณ์ทำให้เรารู้สึกฟินได้ง่ายๆ อีกประเด็นที่น่าสนใจคือเพลงประกอบเพราะมากๆ ดังนั้นสำหรับใครกำลังมองหาซีรีส์รักโรแมนติค บอกเลยว่าเรื่องนี้พลาดไม่ได้แน่นอนค่ะ

.เป็นอย่างไรบ้างคะสำหรับซีรี่ส์ดี ๆ ที่เราเอามาฝากกันวันนี้ หวังว่าทุกคนจะชอบกันนะคะ ใครที่ยังไม่ได้ดูเรื่องนี้ก็ไปดูกันได้ รับรองว่าไม่มีผิดหวังค่ะ ทั้งนี้แอบกระซิบว่าทุกคนสามารถรับชม Netflix ผ่านกล่อง Trueid TV ได้แล้วนะคะ เอาล่ะ วันนี้เราไปก่อนแล้ว ครั้งหน้าเราจะมีอะไรมาฝากก็อย่าลืมติดตามด้วยนะคะ วันนี้ไปก่อนแล้วค่ะ 🙂

4 เหตุผลที่เป็นคำตอบว่า ทำไมใคร ๆ ก็อินซีรีส์ Something in the rain

1. เรื่องราวคร่าว ๆ ของความรักในสายฝน

Something in the Rain เล่าเรื่องราวของ ยุนจินอา หญิงสาววัย 35 ที่เพิ่งอกหักมาหมาด ๆ จากการโดนคนรักนอกใจ หนำซ้ำหน้าที่การงานของเธอก็กำลังเกิดปัญหาอีก ในช่วงเวลาที่ชีวิตกำลังแย่เธอได้พบกับ ซอจุนฮี น้องชายเพื่อนสนิทของเธอเอง จุนฮี เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศหลังไปทำงานที่นั่นกว่า 3 ปี

ทั้งคู่ทำงานอยู่ตึกเดียวกัน จุนฮี ซึ่งแอบชอบ จินอา มานานแล้วจึงพยายามทำเข้ามาใกล้ชิดกับเธอมากขึ้น นานวันเข้าความรู้สึกแบบพี่น้องก็เริ่มเปลี่ยนไป ความสัมพันธ์อีกรูปแบบหนึ่งจึงค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นท่ามกลางสายฝนที่กำลังโปรยปราย

2. กินเด็กคืออมตะ

ประเด็นหลักของซีรีส์เรื่องนี้คือความรักต่างวัยของคู่พระนาง เมื่อ ยุนจินอา อายุมากกว่า ซอจุนฮี ถึง 11 ปี ช่องว่างระหว่างวัยขนาดนี้ ถึงจะเป็นฝ่ายผู้ชายที่แก่กว่าก็ถือว่าเยอะอยู่ดี แต่นี่ฝ่ายที่แก่กว่ากลับเป็นฝ่ายหญิงเสียอีก ความรักครั้งนี้จึงยิ่งดูเป็นไปได้ยากขึ้นไปอีก (แต่เป็นอะไรที่เราฟินมากกก)

แน่นอนว่าเมื่อรักกันใหม่ ๆ อะไร ๆ ก็ดูเป็นไปได้ทั้งนั้น ยอมทุกอย่าง เปลี่ยนแปลงได้ทุกอย่างเพื่อความรักครั้งนี้ แต่คนเราเมื่อต้องทำอะไรที่ไม่เป็นตัวของตัวเองนานวันเข้านิสัยที่แท้จริงของตัวเองก็กลับมาสักวัน และตอนนั้นเองจะเป็นตอนที่เราตระหนักได้ว่าความรักครั้งนี้มันไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย เช่นเดียวกับตัวละคร ยุนจินอา และซอจุนฮี ที่เปิดเรื่องมาดูจะมีความรักที่ดีและหอมหวานเสียเหลือเกิน แต่ในความเป็นจริงแม้แต่คู่รักที่อายุไล่เลี่ยกันยังมีปัญหาเกิดขึ้นเลย แต่นี่อายุห่างกัน 11 ปี ต่อให้รักกันยังไงแต่ในที่สุดวันที่มีปัญหาเกิดขึ้นก็มาถึง

นอกจากอุปสรรคเรื่องทัศนคติที่ไม่ตรงกันแล้วซึ่งเป็นปัจจัยภายในแล้ว อุปสรรคจากปัจจัยภายนอกก็เป็นอีกหนึ่งด่านที่คนทั้งคู่ต้องฝ่าฟันไปให้ได้ ซึ่งซีรีส์เรื่องนี้สะท้อนออกมาได้ตรงจุด ทำให้คนดูอย่างเรารู้เลยว่ามุมมองของสังคมเกาหลีที่มีต่อความรักต่างวัยนั้นไม่ต่างจากสังคมไทยเลย ทั้งเรื่องครอบครัวซึ่งมีทั้งครอบครัวหัวสมัยใหม่ที่ยอมรับกับความรักในรูปแบบนี้ได้ และครอบครัวหัวโบราณที่ต่อต้านคัดค้าน ยังไม่รวมถึงเสียงนินทาจากคนรอบข้าง ซึ่งทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ ยุนจินอา และ ซอจุนฮี ต้องฝ่าฟันต้องข้ามผ่านไปให้ได้

3. Dialogue สุดฟิน

พูดถึงส่วนดรามาของเรื่องไปแล้ว มาพูดในส่วนความหวานของเรื่องกันบ้างดีกว่า เหมือนจะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของหนังที่ว่าด้วยรักต่างวัยไปแล้วในเรื่องของบทพูดซึ่งมักทำให้คนดูอย่างเรา ๆ เขินได้มากกว่ารักของคู่ที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน

และใน Something in the Rain ก็เช่นเดียวกัน โมเมนต์ที่ทำให้คนดูอย่างเราเขินจนต้องหยิกหมอนมาแทบจะทุก 10 นาที ใครที่กำลังขาดน้ำตาลในเลือดแนะนำให้รีบไปหามาดูโดยด่วน และนี่คือตัวอย่างของไดอะล็อกเก๋ ๆ ที่อ่านปุ๊บแล้วแทบอยากหยิบมือถือขึ้นมาทวิตโควทฟิน ๆ นี่เสียเลย

4. เพลงประกอบเพราะเวอร์

ถ้าเปรียบตัวบท เนื้อเรื่อง การแสดงเป็นอาหารจานหลักแล้วล่ะก็ เพลงประกอบก็คงเปรียบเสมือนจานสลัด ซึ่งการจะเป็นมื้ออาหารที่ดีได้นั้นจะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้ และใน Something in the Rain ก็มีจานสลัดที่ดีเหลือเกิน ส่งเสริมจานหลักให้อร่อยขึ้นไปอีก โดยเฉพาะเพลง Something in the Rain ขับร้องโดย Rachael Yamagata ซึ่งชื่อนี้ก็การันตีถึงความไพเราะอยู่แล้ว
ใครที่กำลังรู้สึกว่าชีวิตตัวเองช่วงนี้จืดชืดไร้ชีวิตชีวา แนะนำให้ลองดู Something in the Rain นอกจากความโรแมนติก บิดเขินจนตัวม้วนแล้ว มันยังให้ข้อคิด ทัศนคติ และสะท้อนสังคมให้เราเห็น นี่คือหนึ่งในซีรีส์ที่ดีที่สุดในรอบครึ่งปี 2018 เลย ดูหนังออนไลน์ 

รีวิว Extraordinary You เมื่อตัวประกอบชีวิตรันทด ลุกขึ้นมาเปลี่ยนบทของตัวเอง!

รีวิว Extraordinary You เมื่อตัวประกอบชีวิตรันทด ลุกขึ้นมาเปลี่ยนบทของตัวเอง!

extraordinary you

สรุป
รีวิว  พล็อตฉีกแนวเกาหลีทั่วไปอย่างมาก ด้วยการเอาสูตรน้ำเน่าทั้งหลายมาล้อเลียนให้เลี่ยนยิ่งกว่าปกติ และขยี้ซ้ำให้เป็นดราม่าสะท้อนไปยังชีวิตตัวประกอบของนางเอก ทำให้เธอต้องลุกขึ้นมาหาทางลิขิตชีวิตตัวเองใหม่ ทำให้ซีรีส์นี้เต็มไปด้วยเรื่องราวการขบถออกนอกกรอบของตัวละคร
แต่ข้อเสียของเรื่องก็คงเป็นจุดนี้ด้วยเช่นกัน เพราะหนังขายความโรแมนติกน้ำเน่าซ้อนกันหลายชั้น จนถ้าไม่ใช่คนดูที่ฟินอินไปกับเรื่องแบบนี้ได้ ก็คงยากที่จะดูเรื่องนี้สนุกได้

จุดเด่น

พล็อตฉีกแนวซีรีส์เกาหลีทั่วไปมาก
หยิบจับเรื่องน้ำเน่ามาขยี้เสียดสีฮาๆ
เรื่องราวมีลุ้นตลอดเวลาคาดเดายาก
เรื่องลื่นไหลสมูธฟินอินได้ง่าย
เต็มไปด้วยฉากโรแมนติกเยอะสุดๆ
ทีมนักแสดงทุกคนเล่นได้ดีมาก+หน้าตาดีสุดๆ

จุดด้อย

เต็มไปด้วยเรื่องโรแมนติกจัดเต็มสุดๆ จนถ้าไม่ใช่คนที่ดูแนวนี้ได้อาจจะไม่ไหว
ช่วงแรกของเรื่องราวมีวนย้ำกับเรื่องเดิมประเด็นเดิมมากไปสักนิด
บทนางเอกช่างจ้อพูดเยอะจนหลายคนอาจจะไม่ชอบคาแรกเตอร์แบบนี้

Extraordinary You ฉันไม่ใช่ตัวประกอบ ซีรีส์เกาหลีพล็อตฉีกแนวล้อเลียนเสียดสีซีรีส์เกาหลีด้วยกันเอง ว่าด้วยเรื่องของตัวประกอบในการ์ตูนที่เข้าใจว่าตัวเองเป็นนางเอก ก่อนที่จะเริ่มรู้สึกตัวว่าเธอเป็นแค่ตัวประกอบชีวิตสุดรันทด ทำให้เธอต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนชะตาชีวิตตัวละครของเธอเอง
พล็อตโลกการ์ตูนกับซีรีส์เกาหลีเคยมีมาก่อนแล้วกับเรื่องW Two Worlds ซึ่งก็ดังมากพอตัวด้วยความแปลกพิสดารของเรื่อง แถมหักมุมรัวๆ ทุกตอน แต่จุดที่แตกต่างกันคือ W เป็นแนวแอ็กชั่นสืบสวน+โรแมนติกแฟนตาซี พระเอกตามล่าหาฆาตกรข้ามโลกจริงกับโลกการ์ตูนไปมา แต่กับ Extraordinary You ทำมาจากการ์ตูนดังในชื่อ July found by chance เป็นแนววัยรุ่นโรแมนติกแฟนตาซีล้วนๆ เรื่องราวเกิดในโลกการ์ตูนทั้งเรื่อง แต่สไตล์การเล่นเรื่องราวกับการ์ตูนมีความคล้ายกัน ถ้าใครชอบ W ก็ดูเรื่องนี้ได้เลย หรือถ้าชอบเรื่องนี้ก็แนะนำให้ดู W ต่อได้เลยเช่นกัน แต่ผู้เขียนให้ Extraordinary You ดีกว่า W มากพอสมควร เพราะจบเรื่องราวได้ดีกว่ามากกว่า W ที่หาทางลงลำบากในตอนหลัง

เรื่องราวเริ่มต้นที่ “อึนดันโอ” (รับบทโดย Kim Hye-Yoon) ลูกสาวเศรษฐี สวย รวย เป็นสาวมั่น ชีวิตค่อนข้างเพียบพร้อม แถมเป็นสายมโนว่าชีวิตตัวเองเป็นเหมือนนางเอกในนิยายขายฝันโรแมนติกที่เดินเรื่องอยู่ในโรงเรียนมัธยมไฮโซ ก่อนจะเริ่มพบเหตุการณ์ประหลาดเข้ามาหลายอย่าง รวมถึงความรันทดจากรักข้างเดียวกับ “แบคคยอง” (รับบทโดย LEE JAE WOOK) คู่หมั้นหมายสมัยเด็กที่ไม่เคยรักตอบ แถมยังทำร้ายจิตใจเธอทุกครั้งที่เจอ นั่นทำให้เธอเริ่มสงสัยว่าเรื่องราวชีวิตของเธอเหมือนมีใครมากำหนด จนกระทั่งพบความลับว่าเธอเป็นตัวละครในหนังสือการ์ตูนเรื่อง “ความลับ” และก็ไม่ได้เป็นนางเอกอย่างที่คิด แถมบทยังเขียนให้เธอเป็นโรคหัวใจกำเริบมีโอกาสตายได้ทุกเมื่อ จึงทำให้เธอต้องลุกขึ้นมาสู้กับชะตาชีวิตที่ถูกนักเขียนกำหนดไว้

นี่เป็นซีรีส์เกาหลีที่เดินเรื่องด้วยการล้อเลียนพล็อตโรแมนติกน้ำเน่าของเกาหลีด้วยกันเอง ซึ่งถ้าใครตามดูซีรีส์เกาหลีประจำจะเห็นว่าเขามีสูตรสำเร็จล็อคไว้ทุกเรื่องว่าต้องมาแนวๆ นี้ อย่าง นางเอกชีวิตลำบากก่อนจะมาเจอพระเอกหล่อรวยที่แรกพบต้องทำเมินไม่สนใจนางเอก / พระรองต้องอาภัพรักกับนางเอก แม้ตัวเองจะพยายามแค่ไหนก็ตาม / เพื่อนนางเอกนิสัยดีที่คอยช่วยเหลือนางเอกให้สมหวัง / นางร้ายที่สวยรวยรวมหัวกับเพื่อนกลั่นแกล้งนางเอกอยู่เสมอ / นางเอกก็มักไม่สู้คนยอมให้เขากลั่นแกล้งแล้วแอบไปร้องไห้ทีหลัง

จะเห็นว่าพล็อตและการเดินเรื่องน้ำเน่าเกาหลีแบบนี้จริงๆ ละครไทยก็เป็น แต่เกาหลีจะมุ้งมิ้งโรแมนติกหวานเลี่ยนกว่าจนเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติไปเลย ซีรีส์เรื่องนี้ก็หยิบตรงนี้แหละมาเล่นเป็นเมนหลักของเรื่องล้อเลียนประชดเสียดสีอีกชั้น โดยให้นางเอกตัวประกอบของเราต้องกลายเป็นผู้ช่วยแสนดีให้นางเอกตัวจริง “ยอจูดา” (รับบทโดย นาอึน April) ที่ครบสูตรนางเอกน้ำเน่า สมหวังในรักกับพระเอกน้ำเน่าพอกันอย่าง “นัมจู” (รับบทโดย Young-Dae Kim) ที่เป็นเจ้าของมูลนิธิผู้ก่อตั้งโรงเรียน และสาวๆ กรี๊ดกันทั้งโรงเรียน ซึ่งแต่ละครั้งที่นางเอกไปเกี่ยวข้องด้วยก็มีแต่พล็อตเหตุการณ์หวานเลี่ยน ชวนให้ฮากับภาระหน้าที่ของตัวประกอบจำเป็นของเรื่องราวนี้ ที่ไม่เต็มใจทำเลยแม้แต่น้อย แต่ถูกผู้เขียนจับวาร์ปมาพร้อมอุปกรณ์ช่วยเหลือนางเอกตัวจริงโดยอัตโนมัติ ก่อนจะทิ้งให้นางเอกตัวประกอบหมดประโยชน์ในพริบตาที่คู่หลักได้ฉากฟินกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว
แต่ไม่ใช่ว่าซีรีส์จะออกแนวตลกล้อเลียนเอาฮาอย่างเดียว ในเรื่องราวยังมีการแยกมิติของบทบังคับที่ตัวละครต้องเล่นกับช่วงเวลาที่ไม่มีบทให้เล่น ซึ่งในเรื่องใช้คำเรียกว่า “มิติเงา” ที่มาจากช่องว่างระหว่างกรอบรูปในหนังสือการ์ตูน โดยสีของภาพจะเปลี่ยนโทนต่างกันเพื่อให้คนดูแยกออกได้ ช่วงนี้จะเป็นช่วงเวลาที่นำไปสู่ดราม่าการค้นหาตัวตนที่แท้จริงของนางเอกอึนดันโอ ซึ่งเธอต้องพยายามหาทางเปลี่ยนบทสุดท้ายที่ต้องตายด้วยโรคหัวใจกำเริบ รวมถึงการหาเส้นทางชีวิตที่แท้จริงของเธอในโลกการ์ตูนแห่งนี้ ร่วมกับตัวละครปริศนาในเรื่องที่จะทะยอยออกมาเรื่อยๆ

และไม่ใช่แค่นางเอกที่มีเรื่องราวดราม่าหนักๆ นอกบทที่คนเขียนกำกับไว้ แต่ตัวละครอื่นทุกตัวก็มีเรื่องราวตรงนี้ให้เล่นเช่นกัน แม้จะไม่ได้ตื่นรู้แบบนางเอกก็ยังต้องรับบทต่อเนื่องจากเรื่องที่สมมุติไว้ ซึ่งบทในเรื่องนี้หลายตัวละครต้องเล่นแบบ 2 บุคลิกสลับไปมาตลอดเวลา แถมมีบางคนต้องเล่นหลายคาแรกเตอร์เพิ่มอีกต่างหาก ซึ่งนักแสดงทุกคนเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมทำให้เราอินไปกับเรื่องราวได้จริงๆ แต่อาจจะมีรำคาญบทช่างจ้อของนางเอกตลอดเรื่องบ้างเท่านั้น

แต่ที่ต้องชมมากเป็นพิเศษคือบทของ “แบคคยอง” คู่หมั้นสมัยเด็กที่ชอบทำร้ายจิตใจนางเอก นี่เป็นตัวละครที่ต้องรับบทหนักสุดของเรื่องแทบจะตลอดเวลา โดยตอนแรกบทของเขาในเรื่องก็แค่เป็นเพื่อนตัวเอกประกอบเรื่องไม่ได้เน้นหล่อมาก แถมการออกมาแต่ละครั้งก็ขยี้เหยียบหัวใจนางเอกจนดินแบบถ่อยสุดๆ ขนาดที่คนดูต้องเกลียดตัวละครนี้แน่ๆ แต่พอเรื่องราวดำเนินไปเรื่อยๆ เราจะได้เห็นพัฒนาการของแบคยองในหลายมิติมาก จนแทบแยกไม่ออกเลยว่าจริงๆ แล้วบทในเรื่องนี้ของเขาถูกวางตำแหน่งจริงๆ ไว้ที่ไหนกันแน่ ซึ่ง LEE JAE WOOK ดาราหน้าใหม่ตีบทแตกกระจุย จนได้คำชมเชยมากสุดในเรื่องนี้แล้ว

รีวิว Extraordinary You ฉันไม่ใช่ตัวประกอบ Netflix

รีวิว  หนังผูกปมการค้นหาความจริงของเหตุการณ์ในเรื่องที่ค่อยๆ ดำเนินไปตามหน้าหนังสือ นางเอกจะได้ยินเสียงพลิกหน้ากระดาษ ก่อนตัดเป็นสเตจไปเรื่อยๆ โดยเรื่องราวในการ์ตูนยังไม่ได้จบ และก็ไม่รู้ว่าจบแบบไหน รวมถึงคำอธิบายของการตื่นรู้ว่าเกิดขึ้นมาได้อย่างไร หนังจะค่อยๆ เฉลยพร้อมเพิ่มกฏข้อห้ามในโลกการ์ตูนแห่งนี้มาเรื่อยๆ ให้เราเข้าใจได้แบบไม่งง แต่อาจจะเยอะหน่อยในตอนแรกที่ใส่เข้ามา ซึ่งตรงนี้มีส่วนที่ต้องใช้ CG เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ทั้งออกมาแบบเหนือธรรมชาติ และก็ CG ถอดแบบฟิลเตอร์ในการ์ตูนมาใส่ประกอบฉากให้ดูเป็นการ์ตูนๆ แบบจงใจเสริมเพิ่มความเลี่ยนเข้าไปอีก

สรุปความน่าสนใจ Extraordinary You
ซีรีส์พล็อตฉีกแนวเกาหลีทั่วไปอย่างมาก ด้วยการเอาสูตรน้ำเน่าทั้งหลายมาล้อเลียนให้เลี่ยนยิ่งกว่าปกติ แต่ว่าก็ไม่ได้ทำให้ลดความสนุกแบบน้ำเน่าเกาหลีลงแต่อย่างใด คนเขียนบทฉลาดมากที่หยิบจุดนี้มาขยี้ซ้ำให้เป็นดราม่าสะท้อนไปยังชีวิตตัวประกอบของนางเอก ทำให้เธอต้องลุกขึ้นมาหาทางลิขิตชีวิตตัวเองใหม่ไม่ให้อยู่ในวังวนน้ำเน่าที่คนเขียนกำหนดไว้ ทำให้ซีรีส์นี้เต็มไปด้วยเรื่องราวการขบถออกนอกกรอบของตัวละคร ที่ชวนให้คิดไปถึงช่วงชีวิตวัยรุ่นที่ต้องออกค้นหาเส้นทางชีวิตของตัวเองเช่นกันครับ

แต่ข้อเสียของเรื่องก็คงเป็นจุดนี้ด้วยเช่นกัน เพราะหนังขายความโรแมนติกน้ำเน่าซ้อนกันหลายชั้น จนถ้าไม่ใช่คนดูที่ฟินอินไปกับเรื่องแบบนี้ได้ ก็คงยากที่จะดูเรื่องนี้สนุกได้แบบที่หนังจงใจให้เป็นแบบนี้ได้เช่นกันครับ
ซีรีส์เรื่องนี้มีหลายจุดที่เอ่ยถึงไม่ได้เพราะจะเป็นการสปอยล์ไป แต่เพื่อความสมบูรณ์ของการรีวิวจึงขอเพิ่มเติมเข้ามาสำหรับคนที่อ่านสปอยล์ได้ไม่มีปัญหานะครับ

เรื่องราวจริงของ “อึนดันโอ” จะพ่วงไปกับตัวละคร “ฮารู” (รับบทโดย Ro-Woon Kim) ซึ่งจะเรียกว่าเป็นพระเอกตัวจริงในเรื่องที่ปรากฎตัวมาอย่างลึกลับแบบตัวประกอบโนเนมไร้ชื่อยิ่งกว่าอึนดันโอ แต่ด้วยความที่โนเนมนี่เอง เขาเลยมีอิสระการกระทำในสเตจหลักมากกว่าตัวละครอื่นที่ต้องเล่นไปตามบทแบบหนีไม่ได้ ทำให้เขาเป็นตัวละครเดียวที่มีความสามารถพิเศษเปลี่ยนแปลงเรื่องราวได้ แต่ก็ต้องแลกมากับการผิดกฏข้อห้ามของโลกการ์ตูน ซึ่งมีบทลงโทษร้ายแรงเช่นกัน ตัวฮารูเองก็เป็นที่มาของชื่อเรื่องนี้ Extra = ตัวประกอบในศัพท์การแสดง Extraordinary = พิเศษเกินปกติ พอบวกคำว่า You เข้าไปด้วยก็คือการที่ฮารูเป็นคนพิเศษมากๆ กับนางเอก ในทางกลับกันนางเอกก็เป็นเช่นเดียวกับฮารู

เรื่องราวปกติที่อึนดันโอต้องเข้าไปช่วยเป็นตัวประกอบให้พระเอกนางเอกในเรื่องสมหวังว่าเน่ามากๆ แล้ว แต่ยังไม่เท่ากับฉากในเรื่องของเธอเองกับฮารู ที่ต้องบอกว่าทีมสร้างครีเอทฉากน้ำเน่ารัวๆ ออกมาได้เลี่ยนกว่าซะอีก เพราะคงไม่มีเรื่องไหนกล้าทำบทพูดน้ำเน่าได้ขนาดนี้อีกแล้ว ด้วยความที่โลกนี้เป็นการ์ตูน จึงทลายกรอบความสมจริงทุกอย่าง ทำให้ฮารูเป็นตัวละครพระเอกชวนฝันแท้ๆ ของผู้หญิงได้สมบูรณ์แบบเกินกว่าเรื่องไหนๆ ที่เคยมีมาแน่นอน (ขนาดพระเอกการ์ตูนในเรื่อง W ที่ว่าสมบูรณ์แบบยังไม่ได้ขนาดนี้เลยครับ) แต่นี่ก็เป็นความสนุกของเรื่องนี้ที่แท้จริงครับ
จุดที่หนังปิดไว้มิดชิดเลยคือ เรื่องราวไม่ได้มีแค่โลกเดียว มีการดึงเอาแนวคิดกลับชาติมาเกิดผ่านการจบของการ์ตูนเล่มก่อนๆ ของผู้เขียนเรื่องนี้มาอธิบายตัวละครในเรื่องปัจจุบัน ซึ่งจุดนี้จะมาช่วงครึ่งหลังของเรื่อง โดยมาในแนวย้อนยุคไปสมัยที่มีราชวงศ์ฮ่องเต้กับทายาทแก่งแย่งชิงบัลลังค์กัน ซึ่งเรื่องนี้ก็ยังไม่วายหยิบพล็อตสูตรโบราณเหล่านี้มาเล่นในแบบที่ตัวละครตื่นรู้ และก็พยายามแหกคอกขบถต่อเรื่องราวแนวนี้ที่ทำออกมาซ้ำๆ ให้มีความแตกต่างออกไปอีก แต่ก็ไม่ถึงขั้นตลกในแบบยุคปัจจุบัน และก็ยังดูสนุกในแบบหนังย้อนยุคได้อีกด้วย

ซีรีส์เรื่องนี้มีพล็อตรองคู่อื่นที่ออกมาขโมยซีนสนุกกว่าเรื่องหลักของนางเอกอึนดันโอด้วย ซึ่งแต่ละตัวละครจะมีการตื่นรู้เพิ่มขึ้นมา และก็หาทางมีชีวิตของตัวเอง โดยในรายของพระรอง “อีโดฮวา” (รับบทโดย Jung Gun-Joo) ที่ปกติต้องรับบททำดีแค่ไหนนางเอกก็ไม่รัก แต่มาคราวนี้มีลุ้นมากๆ เพราะบทเปิดโอกาสให้พระรองเด่นกว่าพระเอก แถมแย่งซีนทุกครั้งที่เขาพยายามออกมาพิชิตใจ “ยอจูดา” ซึ่งตอนหลังนางเอกคนนี้เองก็พลิกบทบาทเช่นกัน เรียกว่าซีรีส์เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ตัวรองได้บทบาทการพลิกเรื่องน้ำเน่า แต่ตัวเอกที่โดนว่าเน่าๆ ก็ยังทนกับบทของตัวเองไม่ไหวและขอเป็นตัวเองที่แท้จริงเช่นกัน

Home beartai BUZZ
Extraordinary You
81
“…โลกคือละคร ทุกคนต้องแสดง ทุกคนทนไป…”
มันก็จริงที่วลีนี้เป็นเหมือนกับคอนเซ็ปต์หลัก ๆ ของ ‘โลกการ์ตูน’ ที่นางเอกของเรื่องอย่าง ‘อึนดันโอ’ (รับบทโดย คิมฮเยยุน) และตัวละครอื่น ๆ จะต้องทำใจยอมรับและทำหน้าที่ในฐานะ ‘ตัวละครในการ์ตูนรักหวานแหวว’ กันต่อไป ตามบทบาทของตัวเองที่ถึงแม้ว่าภายในใจของแต่ละคนอาจไม่ได้อยากทำตามบทเหล่านั้นก็ตาม เอาล่ะ… พอเกริ่นขึ้นมาลอย ๆ แบบนี้ก็อย่าเพิ่งมึนงงจนต้องรีบปิดหน้านี้ไปนะคะ เพราะเรากำลังพูดถึง ‘Extraordinary You (어쩌다 발견한 하루)’ ซีรีส์โรแมนติกแฟนตาซี ที่มาพร้อมพล็อตใหม่สุดแปลกประหลาดเล่าเรื่องราวของ…

“อึนดันโอ (รับบทโดย คิมฮเยยุน) เด็กสาววัย 18 ปี หน้าตาดี แถมมีดีกรีเป็นลูกเจ้าของบริษัทผู้ร่ำรวย แต่กลับโชคร้ายที่สุขภาพร่างกายของเธอไม่แข็งแรงนัก จากอาการป่วยด้วยโรคหัวใจอย่างร้ายแรงที่ทำให้เธอต้องป่วยออด ๆ แอด ๆ อยู่บ่อย ๆ มิหน่าซ้ำแม้ว่าภายนอกของเธอจะดูมีความเพียบพร้อมมากสักแค่ไหน แต่ดวงเรื่องความรักของดันโอก็ดันสั้นกุดจุ๊ดจู๋ เมื่อเธอต้องทนแอบรัก แบคคยอง (รับบทโดย อีแจอุค) คู่หมั้นแต่เด็กของเธอแบบข้างเดียวมาโดยตลอด ทั้ง ๆ ที่เขาก็ไม่มีท่าทีว่าจะรักเธอกลับซะด้วยซ้ำ แต่แล้ววันหนึ่งเธอก็เริ่มรู้สึกตัวแล้วว่า ที่จริงเธอและเพื่อน ๆ ทุกคนในโรงเรียนล้วนแล้วแต่เป็นเพียงตัวละครหนึ่งในโลกของหนังสือการ์ตูนตาหวานเรื่อง ‘ความลับ’ ที่ตัวประกอบทุกตัวจะมีหน้าที่ช่วยกัน ทำให้คู่พระนางตัวจริงได้ลงเอยกันแบบ Happy Ending ก็เท่านั้น!!! นั่นจึงทำให้ดันโอรู้ตัวสักทีว่าที่จริงแล้วเธอนั้นไม่ใช่นางเอกของเรื่องอย่างที่เธอเคยคิด มิหนำซ้ำในตอนสุดท้ายของเรื่อง บทของดันโอนั้นจะต้องตายด้วยโรคหัวใจกำเริบเข้าไปอีก! ปฏิบัติการแหกคอกโลกการ์ตูนเพื่อทวงคืนความเป็นเจ้าชีวิตตัวเองของดันโอจึงเริ่มต้นขึ้นทันที”

ประเภท : โรแมนติก / แฟนตาซี
กำกับ : คิมซังฮยอบ (ผลงานก่อนหน้า ‘The King in Love’)
ผู้แต่งฉบับการ์ตูน : มู รยู (WEBTOON SERIES ‘July Found By Chance’)
แสดงนำ : คิมฮเยยุน, อีแจอุค, โรอุน
วัน-เวลาออนแอร์ : พุธ-พฤหัสบดี เวลา 21.00 น. (ตามเวลาเกาหลีใต้) ออกอากาศวันละ 2 ตอนตอนละ 35 นาที  ดูหนังออนไลน์ 

ชูครีม เอแคลร์ สูตรนี้แป้งชูใช้แป้งเค้ก จับแป้งบีบเป็นเส้นยาวหรือทรงกลมก็ได้

ชูครีม เอแคลร์ สูตรนี้แป้งชูใช้แป้งเค้ก จับแป้งบีบเป็นเส้นยาวหรือทรงกลมก็ได้

ส่วนผสม แป้งชูครีม เอแคลร์
      • น้ำเปล่า 100 กรัม
      • นมสด 100 กรัม
      • น้ำตาลทราย 10 กรัม
      • เกลือ 1/2 ช้อนชา
      • เนยสดรสเค็ม 85 กรัม
      • แป้งเค้กร่อน 120 กรัม
      • ไข่ไก่ (เบอร์ 2) 4 ฟอง
ส่วนผสม ไส้คัสตาร์ดครีม
      • นมสด 400 กรัม
      • ไข่แดง (เบอร์ 2) 4 ฟอง
      • น้ำตาลทราย 90 กรัม (ถ้าชอบหวานก็เพิ่มได้นะคะ)
      • แป้งข้าวโพด 30 กรัม
      • เนยสดรสเค็ม 20 กรัม
      • กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา (ในคลิปใส่ 1+1/2 ช้อนชา แต่ตอนหลังป้าลองใส่ 1/2 ช้อนชาก็หอมพอแล้วค่ะ)
วิธีทำ ชูครีม เอแคลร์
      1. ทำไส้คัสตาร์ดครีม โดยต้มนมจนเดือด และตีไข่แดงกับน้ำตาลทรายจนไข่มีสีอ่อนลง
      2. ร่อนแป้งข้าวโพดลงไปแล้วตะล่อมให้เข้ากัน เติมนมที่ต้มจนเดือดครึ่งหนึ่งลงไปผสม คนจนเข้ากันเสร็จแล้วก็เทกลับลงหม้อต้มนม
      3. เปิดไฟต่ำ คนจนส่วนผสมข้นขึ้น ปิดเตา เติมเนยกับกลิ่นวานิลลาเพิ่มความหอม คนจนเข้ากัน แล้วนำไปพักในชาม คลุมด้วยพลาสติกถนอมอาหาร พักไว้จนเย็นสนิท
      4. ทำแป้งชูครีม โดยต้มน้ำ นม น้ำตาลทราย เกลือ และเนยจนเดือดและเนยละลายหมด ยกหม้อลงจากเตา เทแป้งที่ร่อนพักไว้ลงไปผัดจนไม่มีเม็ดแป้ง และแป้งร่อนไม่ติดหม้อ หลังจากนั้นก็นำไปผัดบนเตาต่ออีกสัก 30 วินาที – 1 นาที หรือจนมีแป้งติดเป็นฟิล์มบาง ๆ ที่ก้นหม้อ
      5. พอแป้งเป็นฟิล์มติดก้นหม้อก็ยกลงจากเตา แล้วเปลี่ยนหม้อเพื่อปรับอุณหภูมิให้ลดลง ใช้ไม้พายคนเพื่อให้คลายความร้อน แล้วค่อยใส่ไข่ลงไปผสมทีละฟอง คนให้เข้ากัน ใส่ลงไปจนครบ 4 ฟอง และคนจนแป้งหนืด สังเกตจากเวลาตักแป้งแล้วหยอดลงโถ จะมีลักษณะย้อยเป็นสามเหลี่ยม
      6. นำส่วนผสมแป้งใส่ที่บีบแล้วบีบใส่ถาดเป็นเส้นยาว ประมาณ 6 เซนติเมตร หรือเป็นทรงกลม นำไปอบที่อุณหภูมิ 190 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 25 นาที ใช้ไฟบน-ล่าง หลังจากที่อบเสร็จแล้วให้พักในเตาก่อน แง้มเตาเพื่อปรับอุณหภูมิก่อนนำขนมออกจากเตาอบสัก 10 นาที ขนมจะได้ไม่แฟบ แล้วค่อยมาพักต่อข้างนอก หลังจากนั้นเราก็เจาะรูขนมเปิดทางเพื่อที่จะบีบไส้คัสตาร์ดเข้าไป และก็บีบไส้ใส่ขนมจนเต็ม เป็นอันเสร็จ

วิธีทำ ฝามาการอง มาดูการทำมาการอง เฉพาะฝา แบบละเอียดทุกขั้นตอน

วิธีทำ ฝามาการอง มาดูการทำมาการอง เฉพาะฝา แบบละเอียดทุกขั้นตอน

มาการอง

ส่วนผสม ฝามาการอง

  • อัลมอนด์ป่น 125 กรัม
  • น้ำตาลไอซิ่ง 150 กรัม
  • สีผสมอาหารชนิดผงสีแดง 1/4 ช้อนชา
  • ไข่ขาว (1) 55 กรัม
  • สีผสมอาหารชนิดผงสีเหลือง 1/4 ช้อนชา
  • ไข่ขาว (2) 55 กรัม
  • น้ำตาลทราย 150 กรัม
  • น้ำเปล่า 40 กรัม
  • ไข่ขาว (3) 55 กรัม

วิธีทำ ฝามาการอง

  1. ใส่อัลมอนด์ป่นกับน้ำตาลไอซิ่งลงในเครื่องบดอาหาร จากนั้นนำไปร่อนใส่ลงในอ่างผสมแล้วแบ่งเป็น 2 ส่วนเท่า ๆ กัน
  2. ใส่สีผสมอาหารลงไป จากนั้นใส่ไข่ขาว และตะล่อมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน
  3. ทำน้ำเชื่อม โดยใส่น้ำตาลทรายกับน้ำลงในหม้อ นำไปตั้งไฟจนเดือด ระหว่างนั้นตีไข่ขาวให้ขึ้นฟู
  4. รอให้น้ำเชื่อมเดือดที่อุณหภูมิ 118 องศาเซลเซียส ยกลงจากเตา จากนั้นค่อย ๆ เทลงในไข่ขาวที่ตีไว้ ตีผสมด้วยความเร็วสูงสุด จนไข่ขาวตั้งยอด จะได้อิตาเลียนเมอแรงค์ พักทิ้งไว้จนอุณหภูมิลดลงต่ำกว่า 50 องศาเซลเซียส
  5. ใส่เมอแรงค์ลงไปในส่วนผสมอัลมอนด์ที่เตรียมไว้ โดยใส่เพียงนิดเดียวก่อน แล้วคนผสมให้เข้ากัน
  6. ตักส่วนผสมใส่ถุงบีบแล้วบีบลงบนแผ่นรองอบ พักทิ้งไว้สักครู่จนผิวเรียบและเงา นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 135 องศาเซลเซียส ประมาณ 14 นาที
  7. พอครบเวลานำออกจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็นสนิท จึงค่อยนำใส่กล่อง แช่เย็น

หนังเกาหลีเศร้า ดูแล้วเรียกน้ำตา อินกว่าใครในบรรยากาศหน้าฝน

หนังเกาหลีเศร้า
หนังเกาหลีเศร้า

หนังเกาหลีเศร้า ดูแล้วเรียกน้ำตา อินกว่าใครในบรรยากาศหน้าฝน บรรยากาศหม่นๆ ดูหนังออนไลน์ เทาๆ เคล้าเสียงฝนแบบนี้ ลองหาซีรีย์ดูสักเรื่องดีไหมคะ แต่ถ้าจะให้ฟินอินกันขั้นสุดก็ต้องเป็นหนังเกาหลีเศร้านี่แหละถึงจะเข้ากับบรรยากาศ

Uncontrollably Fond – หยุดหัวใจไว้ลุ้นรัก เรื่องราวที่ดูเหมือนจะเป็นแนวโรแมนติกคอมเมดี้ชวนฟิน แถมโปสเตอร์ก็หวานละมุนดีต่อใจ แต่ทำไมดูไปดูมากลับกลายเป็นเรื่องราวสุดหน่วงน้ำตาร่วงของพระเอกซูเปอร์สตาร์กับนางเอกโปรดิวเซอร์ไปได้ เริ่มเรื่องตามสไตล์คู่รักคู่กัด แต่พอเริ่มเข้าประเด็นหลักช่วงกลางเรื่องหนังเกาหลีเศร้าเรื่องนี้ก็ทำให้เราน้ำตาท่วมจอจริงๆ เพราะมาเล่นกับประเด็นเรื่องสุขภาพของพระเอก ความจริงที่เราต้องเผชิญ และต้องทำใจยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้ แต่ระหว่างทางก็ต้องเรียนรู้ที่จะมีความสุขไปกับมัน หน่วงไปอีก

หนังผีญี่ปุ่น หลอนจนขนลุก ตำนานความน่ากลัว หนังผีแบบน่ากลัวสุด

หนังผีญี่ปุ่น
หนังผีญี่ปุ่น

หนังผีญี่ปุ่น หลอนจนขนลุก ตำนานความน่ากลัว หนังผีแบบน่ากลัวสุด ตามไปดูกันได้หลอนจนขนลุกจริงๆการันตีความหลอนต้องเพลลิสต์ ดูซ้ำกี่ครั้งก็หลอนจนติดตานอนไม่หลับ สาวกคนรักหนังผีต้องจดลิสต์กันไว้เลย มาดูกันครับว่าจะมีเรื่องไหนที่อยู่ในใจของเพื่อนๆ

หนังผีญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมเรื่องความหลอนอย่าง Jisatsu Sakuru เป็นหนังที่ใครหลายคนพูดถึง เกี่ยวกับการฆ่าตัวตายของนักเรียนหญิงทั้ง 54 คน ในสถานีรถไฟใต้ดินของกรุงโตเกียว เรียกได้ว่าคงหลอนอย่างมากสำหรับคนที่ได้ดูในตอนนั้น ตอนเราที่ดูแรกๆ ก็ตกใจไม่ใช่น้อยกับการโดดลงไปให้รถไฟทับภาพยังติดตาอยู่เลย ตัวหนังจะเล่าถึงนักสืบคุโรดะที่สืบสวนการฆ่าตัวตายของนักเรียนหญิงทั้ง 54 คน อย่างมืดแปดด้านต่อเหตุจูงใจของเหตุการณ์สยองดังกล่าว และเขาก็ได้รับข้อความลึกลับจากหญิงสาวผู้ใช้ชื่อ The Bat ที่เผยว่ามีสถานที่แห่งหนึ่งที่มีจุดแต้มสีแดงตรงกับจำนานของคนที่เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้อย่างประหลาดใจ เรื่องราวลึกลับชวนสยองผสมผสานกับการค้นหาความจริง รับรองว่าจะไม่ผิดหวังกับหนังเรื่องแน่นอน ดูหนังออนไลน์

น้องอีตั้น ลูกชายหมิว ลลิตา เป็นบาริสต้าช่วยแม่ขายของ

น้องอีตั้น
น้องอีตั้น

น้องอีตั้น ลูกชายหมิว ลลิตา เป็นบาริสต้าช่วยแม่ขายของ ที่มา  สำหรับอดีตนางเอกดัง หมิว ลลิตา หลังจากที่ได้เห็นผลงานในวงการบันเทิงอยู่บ้าง

แต่ใครที่คิดถึงมากๆ ก็ตามอุดหนุนกันได้ เพราะตอนนี้หมิวได้ไปทำธุรกิจเปิดร้านเบเกอรี่และโรงแรมอยู่ที่ชะอำ โดยล่าสุดก็มีภาพของเพื่อนสาวอย่าง แหม่ม คัทลียา ที่ได้ไปหาและได้โพสต์ภาพลงอินสตาแกรมพร้อมกับแคปชั่นว่า

“เมื่อคุณลลิตาเปิดร้านเบเกอรี่และโรงแรมสุดน่ารักแถวชะอำ แฟนคลับอย่างเราก็ต้องตามมาอุดหนุนนะคะ ขนมคุณเค้าอร่อยมากทุกชนิด รับประกันโดยคุณหมีผู้มีจิตวิญญาณและ skills การทำขนมแบบมหัศจรรย์! ขอแนะนำทุกคนให้แวะมานะคะ สถานที่น่ารัก เก๋มาก ขนมอร่อยเหาะ ที่สำคัญเจ้าของและเชฟ Michelin น่ารักสุดกำลังค่ะ”

และเมื่อไปส่องภาพของร้าน ก็เห็นบาริสต้าสุดหล่อ ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็น น้องอีตั้น ลูกชายคนเล็กของแม่หมิวนั่นเอง ที่มาช่วยแม่ชงกาแฟ ช่วยแม่ขายขนม น่ารักมากๆ แถมยังหล่อออร่าทะลุแมสก์มากๆ ด้วย แปบเดียวตัวสูงกว่าแม่ไปแล้ว แถมมีความเหมือนแม่มาก เห็นแบบนี้แล้วคงมีแต่สาวๆ อยากไปอุดหนุนแม่หมิวกับลูกชาย

หนุ่ม กรรชัย เปิดแล้ว เลขเด็ดแม่น้ำหนึ่ง มีทั้งหมด 4 ตัวชัดๆ สิ้นสุดการรอคอย

หนุ่ม กรรชัย เปิดแล้ว
หนุ่ม กรรชัย เปิดแล้ว

หนุ่ม กรรชัย เปิดแล้ว เลขเด็ดแม่น้ำหนึ่ง มีทั้งหมด 4 ตัวชัดๆ ที่มา  สิ้นสุดการรอคอย หลังจากที่ปล่อยทีเซอร์ EP แห่งความหวัง ซึ่งเป็นตอนล่าสุดจากช่องยูทูบ วันกรรชัย โดยพิธีกรแห่งชาติ หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ เลข 4 ตัว บนกระดาษ ซึ่ง แม่น้ำหนึ่ง ได้เขียนมอบให้ในรายการ โหนกระแส เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อเวลา 18.00 น. วันนี้ (29 มิ.ย. 64) หนุ่ม กรรชัย ก็ได้ปล่อยคลิปวิดีโอ EP แห่งความหวัง ฉบับเต็ม ที่เผยให้เห็นเลข 4 ตัว แบบชัดๆ อย่างเป็นทางการ ให้คอหวยและแฟนคลับได้นำไปเสี่ยงโชคกันตามคำเรียกร้อง

โดยเลขที่ปรากฎในคลิปวิดีโอดังกล่าวก็คือ 09 และ 13 ซึ่งตรงกับเลข 2 ตัวก่อนหน้านี้ ที่ แม่น้ำหนึ่ง ได้ออกมาเปิดเผยผ่านไลฟ์สดของตัวเอง

ขณะเดียวกันทางด้าน หนุ่ม กรรชัย ก็ได้ทิ้งท้ายว่า “ต้องบอกทุกคนที่ดูอยู่ด้วยว่า ผมไม่สนับสนุนให้คุณไปซื้อหวยหรือเล่นการพนัน ผมไม่สนับสนุนจริงๆ เพราะตอนนี้มันเป็นยุคข้าวยากหมากแพง เงินก็ไม่มี และคุณยังจะไปซื้อเลขอีก ถ้าเกิดมันผิดขึ้นมาผมก็รับผิดชอบไม่ได้  แต่ถ้าผมไม่เปิด ผมก็หมาอีก ถูกด่า บอกก่อนนะครับผมไม่สนับสนุน แต่ในเมื่อทุกคนอยากเห็นอยากรู้ผมก็จะบอก แต่อย่าเอาไปซื้อเลขกันนะ มันเปลืองตังค์ ผมย้ำคำพูดผมนะ”

โดยที่ใต้คอมเมนต์ของคลิปวิดีโอก็มีแฟนๆ ที่ตั้งตารอเข้ามาแสดงความเห็นกันอย่างคึกคัก

วิว Reply 1988 | ซีรีส์ฟีลกู้ดของผองเพื่อนในวันวานปี 1988 ครบรส

รีวิว Reply 1988 | ซีรีส์ฟีลกู้ดของผองเพื่อนในวันวานปี 1988 ครบรส

รวมนักแสดง ในซีรีส์ วันวาน 1988

รีวิว หลังจากติดตามซีรีส์ของผู้กำกับ ชินวอนโฮ มาสองเรื่องติดๆ จากทั้ง Prison Playbook แล้วมาต่อด้วย Hospital Playlist จึงอยากจะลองติดตามซีรีส์ในชุด Reply ต่ออีกสักหน่อย ทีแรกก็คิดว่าจะไล่ดูตั้งแต่ภาคแรกที่สร้าง แต่ไปๆ มาๆ ก็เลือกภาคที่อยากดูที่สุดมาแทน ผลจึงมาลงเอยที่ Reply 1988 ซึ่งชื่อไทยของมันก็คือ วันวาน 1988 นั่นแหละครับ

เรื่องย่อซีรีส์ Reply 1988
ย้อนเวลากลับไปยังวันวานของเกาหลีใต้ในปี 1988 ปีที่พวกเขาได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ทุกอย่างในวันนั้นมันดูเก่าและเต็มไปด้วยความทรงจำ เรื่องราวของเด็กกลุ่มเล็กที่เติบโตขึ้นมาในซอยเดียวกัน

ผองเพื่อนทั้งห้าที่แตกต่างกันไป บางคนมีฐานะยากจนเพราะไปค้ำประกันจนต้องอาศัยอยู่ในชั้นใต้ดินในบ้านของอีกคน บางคนก็โชคดีถูกหวยจนกลายเป็นคนร่ำรวย บางบ้านก็มีลูกที่ไม่ค่อยคุยกับแม่ บางบ้านก็มีแต่เด็กที่เติบโตอย่างโดดเดี่ยว ห้าบ้านก็ห้าแบบห้าสไตล์

แต่สิ่งที่ยอดเยี่ยมคือทั้งห้าบ้านต่างรักกัน เอื้อเฟื้อกัน ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ไปยันรุ่นลูก มิตรภาพที่ซอยเล็กๆ ที่เติบโตผ่านกาลเวลา ผ่านเรื่องเล่าที่พานึกทบทวนเรื่องวันเก่าวันที่เรายังเรียนอยู่มัธยมฯ

ห้าตัวละครหลักใน วันวาน 1988
ซีรีส์ของ ชินวอนโฮ มักจะเล่าเรื่องของกลุ่มแก๊งผองเพื่อน ครั้งนี้เป็นเรื่องกลุ่มเพื่อนสนิททั้งห้าที่บ้านอยู่ในละแวกซอยเดียวกัน เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่ยังเด็ก ลองไล่เรียงกันดูสักหน่อยว่าแต่ละคนมีคาแรกเตอร์ มีที่มา มีนิสัยใจคอแตกต่างกันอย่างไรกันบ้าง

Hyeri (ฮเยริ) เป็น Duk Sun (ซองด็อกซอน)
สาวน้อยเพียงคนเดียวในกลุ่ม ลูกสาวคนกลางของครอบครัวที่เรียกได้ว่ายากจนที่สุดในกลุ่มเพราะพ่อของเธอดันไปเซ็นค้ำประกัน ในที่สุดครอบครัวของด็อกซอนก็ต้องมาอยู่ในห้องใต้ดินของบ้านจองฮวาน ด็อกซอนค่อนข้างมีชีวิตที่น่าสงสารในตอนต้น ชีวิตของเธอต้องไขว่คว้าทุกอย่างด้วยตัวเอง ซ้อมหนักเพื่อจะได้เป็นคนถือป้ายในพิธีเปิดโอลิมปิก พยายามเข้าประกวดเต้นเพราะอยากได้ซาวด์อะเบาท์ที่พ่อไม่มีเงินซื้อให้ ทั้งๆ ที่เธอก็ไม่มีความสามารถด้านการเต้นแม้สักนิดเดียว

เธอมักถูกแหย่เย้าว่าขี้เหร่แต่โตมาแล้วสวย เป็นพวกขี้ลืม ขี้ง่วง แถมยังเรียนได้อันดับที่โหล่ของห้อง แต่กลับกลายเป็นศูนย์กลางของความรักหลายเส้า

Ryoo Joon Yeol (รยูจุนยอล) เป็น Jung Hwan (จองฮวาน)
เด็กหนุ่มในครอบครัวที่เคยยากจนที่สุด แต่เพราะจองฮวานถูกหวย พวกเขาจึงกลายเป็นครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุดในละแวก มีบ้านหลังใหญ่โต ฝ่ายพ่อของเขาก็มีหน้าที่การงานที่ดีขายเครื่องใช้ไฟฟ้า สลับกับครอบครัวของด็อกซอนที่ยากจนกะทันหันจนต้องมาอยู่ในชั้นใต้ดินของบ้านจองฮวาน

เดิมทีเขาก็เป็นคนเงียบๆ ที่ไม่ค่อยสุงสิงกับใครแต่ก็เริ่มจะดีขึ้นเรื่อย เป็นอีกคนที่ชอบด็อกซอน

Ko Gyung Pyo (โกคยองพโย) เป็น Sun Woo (ซอนอู)
หนุ่มที่เป็นทั้งหัวหน้าห้องและประธานนักเรียน เรียนเก่ง เล่นกีฬาก็เก่ง เพราะความที่สูญเสียพ่อไป เขาจึงมีชีวิตอยู่กับแม่เลี้ยงเดี่ยวกับน้องสาวที่ยังเล็กมาก เป็นเด็กหนุ่มที่อ่อนโยนอบอุ่น และรักครอบครัว

Park Bo Gum (พัคโบกอม) เป็น Taek (ชเวแท็ก)
เด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้เรียนเหมือนกับคนอื่นๆ วันทั้งวันเอาแต่เล่นโกะ ซึ่งผลก็คือเขาเล่นโกะเก่งมากจนออกจากโรงเรียน ตระเวนแข่งขันบินไปหลายประเทศและชนะจนคว้าเงินรางวัลจนสามารถอยู่ได้อย่างสบายๆ แต่อย่างอื่นเขาไม่เก่งเลย ใช้ตะเกียบก็ไม่เป็น เพราะสูญเสียแม่ไปแต่เด็ก ทำให้ตอนนี้เขาอาศัยอยู่ในบ้านเพียงสองคนกับพ่อที่เป็นคนเรียบร้อย เป็นเจ้าของกิจการจิวเวลรี่ (แต่ในร้านมีนาฬิกาเยอะเนอะ) ที่ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะบอกรักลูกตรงๆ แท็กเป็นผู้ชายที่เงียบๆ เรียบร้อย พูดน้อย อ่อนน้อมถ่อมตน และค่อนข้างใจเย็น ส่วนหนึ่งก็คงเพราะเป็นคนเล่นโกะด้วยแหละ

Lee Dong Hwi (อีดงฮวี) เป็น Dong Ryong (ดงรยง)
ลูกชายของคุณครูใหญ่ ครูฝ่ายปกครองของโรงเรียน เด็กที่แทบจะไม่ได้เจอหน้าพ่อแม่เท่าไหร่เวลาอยู่บ้าน จะได้เจอหน้าพ่อ (Yoo Jae Myung จากซีรีส์ Itaewon Class, Life และ Prison Playbook) ก็ต่อเมื่อทำอะไรผิด เช่นไปดูหนังโป๊ เป็นต้น บุคลิกอาจไม่โดดเด่นมากนักแต่เขาก็เป็นคนชักนำเพื่อนๆ แต่ในทางที่ดีๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะชวนเพื่อนเช่าหนังโป๊ อ่านการ์ตูนโป๊เนี่ย


รีวิว ซีรีส์ Reply 1988
โดยรวมๆ แล้วมันก็ซีรีส์ที่เล่าเรื่องของเกาหลีในอดีตผ่านเรื่องราวของครอบครัว เพื่อน และความรัก ด้วยการใช้ส่วนผสมของไลฟ์สไตล์ สิ่งของ บ้านเมือง เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในยุคสมัยนั้น ห้อมล้อมด้วยเพลงเพราะๆ ในอดีต ผ่านตัวละครที่มีความหลุดโลกบ้าง บ้าบอบ้าง และดูน่าจะใกล้เคียงกันคนจริงๆ บ้าง เพื่อสร้างเรื่องราวให้มันเดินไปแบบมีมุก

เอาล่ะ งั้นเราแยกออกมาเป็นประเด็นๆ กันไปเลยดีกว่า…

ครอบครัว
ห้าเพื่อนที่มาจากห้าครอบครัวที่แตกต่างกันทั้งด้านฐานะและองค์ประกอบ บ้างขาดพ่อ บ้างก็ขาดแม่ และบางครอบครัวก็มีพร้อมหน้า แต่ก็เป็นห้าครอบครัวที่รักกันมากที่สุด ไม่เคยทะเลาะกันเลย คอยแต่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันยามใครมีปัญหา แม้ต่างครอบครัวต่างก็มีปัญหาภายใน

อย่างเช่นในวันที่แม่ของซอนอูได้รับโทรศัพท์ว่าคุณแม่ของเธอจะเยี่ยมเยือนกะทันหัน ด้วยความที่มีชีวิตอยู่ด้วยเงินบำนาญของสามีที่เสียไป จึงมีฐานะที่ไม่ค่อยดีนักและไม่อยากให้แม่ตัวเองไม่สบายใจ จึงต้องไปขอหยิบยืมหลายสิ่งหลายอย่างในบ้านหลังใหญ่ของครอบครัวจองฮวาน เป็นฉากที่น่าจดจำและน่ารักมากอีกฉากหนึ่งในเรื่องนี้

เหล่าแม่บ้านก็มักจะมีแคร่ตัวนึงที่วางอยู่ริมถนนหน้าบ้าน พวกเธอก็มักจะมานินทาผัวกันเป็นประจำ บางทีก็มีการประชุมกันภายในบ้านเพื่อแก้ปัญหาอะไรสักอย่างหนึ่ง

เพื่อน
วันวาน 1988 เป็นเรื่องราวของเหล่าเพื่อนทั้งห้าที่อาศัยอยู่ในละแวกเดียวกัน รู้จักกัน เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่ยังเด็ก ซีรีส์เรื่องนี้ส่วนใหญ่ก็จะเล่าเรื่องในช่วงที่พวกเขายังเป็นวัยรุ่น ช่วงปี 1988 ที่มีหลายเรื่องเกิดขึ้นมากมาย พวกเขาเริ่มโตจนใกล้จะเป็นผู้ใหญ่ ความผูกพัน ความห่วงใย ความช่วยเหลือเกื้อกูล ทั้งหมดนี้มันก็คือส่วนหนึ่งของความหมายของคำว่า “เพื่อน” ของพวกเขา

ความสนุกสนาน การชักชวนกันทำเรื่องบ้าๆ บวมๆ โดยไม่มีเรื่องเพศมาขีดคั่น ทั้งยังเป็นช่วงเวลาแห่งการค้นหาและดิ้นรน เมื่อบางคนอยู่ในครอบครัวที่ยากจน หลายอย่างต้องลำบากเพื่อให้ได้มา และก็มีผองเพื่อนที่ยินดีมาช่วยเหลือเสมอๆ

โดยรวมแล้วมันคือมิตรภาพที่เติบโตผ่านกาลเวลานั่นแหละ

ความรัก
ความพิเศษอย่างหนึ่งของซีรีส์ที่เล่าเรื่องในอดีตของคนเดียวในปัจจุบันก็คือ มันจะเล่าย้อนกลับไปในช่วงวัยรุ่น ในวันที่มีความรักครั้งแรก ความไม่ประสีประสาในเรื่องนี้ก็อาจจะก้าวเดินแปลกๆ ไปบ้าง อาจมีโมเมนต์ของการแอบชอบ การเข้าใจผิดคิดว่าเขาชอบเรา การบอกรักแล้วโดนปฏิเสธ การพัฒนาของความรักที่ค่อยเป็นค่อยไป

ทุกอย่างเหมือนจะเป็นประสบการณ์ที่ทำให้เราเลือกคนรักและความรักในกาลปัจจุบัน

โหยหาอดีต
ด้วยการเล่าสลับไปสลับมาระหว่างปัจจุบันและอดีต โดยมุ่งเน้นเล่าเหตุการณ์ในอดีต เหมือนการพาคนดูที่มีอายุและอยู่อาศัยบนโลกนี้มาประมาณหนึ่งได้ดึงความทรงจำในอดีตให้กลับคืนมามีชีวิตในปัจจุบันอีกครั้ง ทั้งเหตุการณ์บ้านเมือง เพลงและหนัง แม้ว่าสำหรับคนไทยแล้ว นั่นจะเป็นเรื่องราวที่น่าจะกระเทาะโดนใจคนเกาหลีที่สุด ก็ยังนับว่าพอซึมซับและอินไปด้วยกันได้ เพราะบางสิ่งก็เป็นอะไรที่เราเคยผ่านมาด้วยเหมือนๆ กัน

ซีรีส์สลับด้วยเหตุการณ์ในปัจจุบัน ที่จะเป็นการเล่าเรื่องของนางเอกที่นึกย้อนกลับไปในอดีต ทั้งปล่อยให้คนดูคาดเดากันเอาเองว่า ตกลงสามีของเธอในปัจจุบันนี่คือเพื่อนคนใดในอดีตกันแน่

เป็นซีรีส์ในชุด Reply ซึ่งมีทั้งหมดสามเรื่อง หลายคนแนะนำให้ดูตามลำดับการสร้างเพราะจะมีกิมมิกเล็กๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ในนั้น

Reply 1997 / ย้อนรอยรัก 1997 (tvN / 2012)
Reply 1994 / 1994 คิดถึงเธอ (tvN / 2013)
Reply 1988 / วันวาน 1988 (tvN / 2015)
คำเตือน: การรับชมซีรีส์เรื่องนี้ผ่าน Netflix อาจมีขัดใจอยู่บ้างที่ได้พบแต่ภาพที่เบลอโน่นเบลอนี่ไปสารพัด ทั้งภาพในทีวีและโปสเตอร์ต่างๆ จนต้องทำใจ

Reply 1988 … ซีรีส์ที่จะทำให้เราเข้าใจความหมายที่แท้จริงของคำว่า “ครอบครัว” และหวนกลับไปนึกถึงเรื่องราวในวันเก่า ๆ แล้วนั่งอมยิ้มอยู่คนเดียว หาผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตากับความอิ่มเอมใจนี้ไปพร้อม ๆ กันนะคะ ^^

ซีรี่ส์บอกเล่าเรื่องราวในช่วงปี 1988 ของกลุ่มเพื่อนสนิท 5 คนที่รักและผูกพันกันมาก เพราะอาศัยอยู่ละแวกบ้านเดียวกันและเห็นกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ ประกอบไปด้วย ด็อกซอน (รับบทโดย ฮเยริ) สาวคนเดียวในกลุ่มที่นิสัยร่าเริงสนุกสนานเฮฮาแก่นเซี้ยวตามวัย ครอบครัวอบอุ่นแต่ฐานะยากจนและอาศัยอยู่ชั้นใต้ดินของบ้าน จองฮวัน (รับบทโดย รยูจุนยอล) หนุ่มเงียบขรึมไม่ค่อยแสดงความรู้สึกแต่จิตใจดี ครอบครัวร่ำรวยขึ้นมาในพริบตาเพราะถูกล็อตเตอรี่ ซอนอู (รับบทโดย โกคยองพโย) ชายหนุ่มอ่อนโยนอบอุ่นรักครอบครัวและเรียนเก่ง ซอนอู อยู่กับแม่ที่เลี้ยงครอบครัวคนเดียวเพราะพ่อเสียแล้วและมีน้องสาวเด็กน้อยอีก 1 คน ดงรยอง (รับบทโดย อีดงฮวี) ชายหนุ่มที่สนุกสนานไปวัน ๆ ครอบครัวมีฐานะมั่นคงแต่พ่อแม่ทำงานเยอะจนไม่มีเวลาจึงทิ้งไว้ให้แต่เงิน ทั้ง 4 คนนี้ยังเป็นนักเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย และคนสุดท้าย แทค (รับบทโดย พัคโบกอม) หนุ่มเชื่องช้าพูดน้อยน่ารักจริงใจและเป็นนักเล่นหมากล้อมมืออาชีพที่มีความสามารถ ได้แชมป์มามากมายนับไม่ถ้วน จนถึงกับลาออกจากโรงเรียนเพื่อมาเอาดีทางนี้ ครอบครัวนี้มีพ่อเป็นคนเลี้ยงลูกคนเดียวเช่นเดียวกันและเป็นเจ้าของร้านขายนาฬิกา ฐานะค่อนข้างดี ดูหนังออนไลน์ 

รีวิวซีรีส์เกาหลี : Tunnel (OCN/2017) อุโมงค์ลับซ่อนมิติ ลุ้นกันทั้งเรื่อง

รีวิวซีรีส์เกาหลี : Tunnel (OCN/2017) อุโมงค์ลับซ่อนมิติ ลุ้นกันทั้งเรื่อง

นักสืบสอบสวนคนร้าย

Tunnel (OCN/2017) TV Series อุโมงค์ลับซ่อนมิติ
สามารถรับชม Tunnel (OCN/2017) ได้ทาง : VIU Tunnel
รีวิวซีรีส์เกาหลี สืบสวนที่แม้จะเล่าเรื่องราวแบบพล็อตเหนือธรรมชาติ แต่ส่วนที่ผมชอบในเรื่องนี้ก็คือ ความน่าเชื่อถือของตัวละคร บทและ Crime Scene นี่แหละที่ซีรีส์ทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยม

ในปี 1986 เกิดคดีฆาตกรรมหญิงสาวหลายรายขึ้นในเมืองฮวายอง พัคกวางโฮ (Choi Jin-Hyuk) นักสืบในคดีพยายามทำทุกทางเพื่อสืบหาตัวคนร้าย แต่ไม่ว่ายังไงเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่เคยได้เบาะแสอะไรเลย ผู้ต้องสงสัยเพียงรายเดียวที่ กวางโฮ สงสัยมากที่สุดเป็นเพียงเด็กนักเรียนม.ปลาย แต่เขากลับรอดการถูกดำเนินคดีไปได้ เพียงเพราะคำให้การของครอบครัวที่ยืนยันที่อยู่ขณะเกิดเหตุฆาตกรรม

ขณะที่ กวางโฮ ออกมาเดินลาดตระเวนหาเบาะแสของคนร้ายกลางดึก ผ่านเส้นทางที่เหยื่อเคยใช้มาก่อน เขาสังเกตเห็นถึงความผิดปรกติบางอย่างในอุโมงค์ทางเข้าเมือง สิ่งที่เขาเห็นคือชายคนหนึ่งกำลังทำท่าทางประหนึ่งกำลังรัดคอใครบางคน กวางโฮ จึงมั่นใจว่าชายที่เขาเห็นในมุมมืดตรงหน้า คือคนร้ายที่กำลังตามหาแน่นอน

คนร้ายที่รู้ตัวว่ากำลังจะถูกจับได้จึงออกวิ่งหนีเข้าไปในอุโมงค์ กวางโฮ ที่วิ่งไล่ตามเข้าไปยังไม่ทันได้เห็นหน้าคนร้ายกลับเสียท่าถูกตีจนสลบ ทันทีที่ฟื้นขึ้นมา กวางโฮ เดินออกมายังปลายอุโมงค์ ทว่านั่นไม่ใช่ที่ที่เขาคุ้นเคย เมื่อปลายทางของอุโมงค์แห่งนั้น พาเขามายังอนาคตปี 2016 ปีที่คนร้ายในคดีเมื่อ 30 ปีก่อนยังไม่ถูกจับ และตอนนี้มันได้กลับมาก่อคดีฆาตกรรมต่อเนื่องอีกครั้ง

ซีรีส์ สืบสวน ระทึกขวัญ ที่ออกจะแตกต่าง จากซีรีส์สืบสวนเกาหลีที่ได้ดูก่อนหน้าเล็กน้อย อย่าง Black ก็เห็นการหักมุมความซับซ้อนของบท Voice ทั้งสองซีซั่นก็เน้นที่การสร้างความตื่นเต้นจากสถานการณ์คับขัน ส่วน Signal เน้นดราม่าที่ข้อจำกัดการเปลี่ยนแปลงอดีตและอนาคต ส่วน Tunnel เรื่องนี้แม้จะเป็นซีรีส์ที่เกี่ยวข้องกับการข้ามเวลา การเชื่อมโยงกันระหว่างอดีตและอนาคต แต่ซีรีส์ไม่ได้เน้นประเด็นข้อจำกัดเงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงอดีตและอนาคต คือแทบไม่ได้แตะเรื่องนี้เลย

สิ่งที่โดดเด่นของ Tunnel เรื่องนี้ก็คือบท ที่หากให้พูดตรง ๆ คือ อาจจะไม่สนุก ตื่นเต้น เท่ากับเรื่องที่กล่าวมาด้านบนทั้งหมดก็จริง เมื่อ Tunnel ไม่ได้เน้น ความตื่นเต้นระทึกขวัญจากสถานการณ์คับขัน และเนื้อเรื่องไม่ได้ขายความซับซ้อน แต่สิ่งที่ทำให้บทของ Tunnel เรื่องนี้แข็งแรงกว่าทุกเรื่องที่กล่าวมาก็คือ รายละเอียดและความน่าเชื่อถือของตัวละคร เมื่อเป็นซีรีส์ที่ดูใส่ใจฉาก crime scene

มีการเก็บรายละเอียดกันจริงจัง เอาที่เห็นได้ชัดเลยคือ ใส่ถุงมือสวมถุงเท้ากันจริง ๆ กับซีรีส์หรือหนังบางเรื่องเห็นเดินลุยเข้าที่เกิดเหตุเอามือเปล่าหยิบจับหลักฐาน ถ้าเป็นเรื่องจริงสถานที่เกิดเหตุปนเปื้อนหมด แล้วตัวละครมีการลงพื้นที่สืบสวน ให้รายละเอียดการเชื่อมโยงข้อมูลมาวิเคราะห์ จนคนดูเห็นภาพตามการสืบสวนไปด้วยได้จริง ๆ ไม่ได้ใช้โชคดวง ลมเพลมพัด ความเหนือธรรมชาติ ใช้บทช่วยแบบฟลุ๊ค ๆ เหมือนกับเรื่องอื่น

แต่ถามว่ามันมีความไม่น่าเชื่อถืออยู่ไหมกับซีรีส์เรื่องนี้ มันก็ยังมีเจืออยู่บ้างกับความเป็นซีรีส์เหนือธรรมชาติ หรือความไม่สมเหตุผลของการที่ พัคกวางโฮ เข้ามาร่วมทีมสืบสวนโดยการสวมรอยเป็นคนอื่น แล้วไม่มีใครสงสัยในทีแรก แต่หากเจาะเฉพาะรายละเอียดย่อยที่ไม่ใช่เนื้อหาหลัก ก็ถือว่าซีรีส์เรื่องนี้บทแข็งแรงดีเรื่องหนึ่งเลยล่ะ แต่อย่าเห็นว่าผมชมเรื่องบทแข็งแรงดีแล้วจะไม่มีส่วนที่ไม่ถูกใจนะ ดูหนังออนไลน์ 

Scroll To Top