อาหาร ของหวาน และเครื่องดื่ม

ความหวังยังมี!!

UCL

UCL คือความหวังเดียวของลิเวอร์พูลที่เหลืออยู่ในปีนี้ พวกเขาจะพลาดไม่ได้อีกแล้ว และถึงแม้ว่าในนัดแรกพวกเขาจะทำประตูตุนไว้ 2 ประตูได้ก่อน แต่กับสถานการณ์อย่างนี้ อะไรก็เกิดขึ้นได้จริงๆ ครับ

UCL

ลิเวอร์พูลนั้นส่งผู้เล่นที่อาจจะเรียกได้ว่า “ฟูลทีม” ที่สุดในตอนนี้ ลงสู่สนามครับ กองหลังคู่กลางเป็นคาบัค – แนท ฟิลลิปส์ แบ็ก 2 ข้างยังเป็นหน้าเดิมอย่างโรเบิร์ตสัน และ เทรนท์ ส่วนตรงกลางสนามนั้นน่าสนใจมากๆ ทีเดียวครับ เพราะนี่น่าจะเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ ที่ติอาโก้ อัลคันเทร่า ได้ลงสนามร่วมกับมิดฟิลด์ตัวรับ “ของจริง”

อย่างฟาบินโญ่ และ มีไวนัลดุ้มคอยทำหน้าที่เป็นมิลฟิลด์ผึ้งงาน ซึ่งน่าสนใจเป็นอย่างมากครับ เพราะติอาโก้ที่หลายๆ คนติงว่าเป็นจุดของของทีมมาเนิ่นนาน จะได้เล่นในรูปแบบที่เขาสมควรจะเป็นเสียที และแดนหน้าก็นำมาโดย โม ซาล่าห์ , มาเน่ และ ดิโอโก้ โชต้า ครับเรียกได้ว่าทุ่มกันหมดหน้าตักจริงๆ สำหรับการแข่งขันถ้วยยุโรปแบบนี้

ด้วยความที่สกอร์ของลิเวอร์พูลที่นำอยู่ 2 ประตู ทำให้เกมนี้ไลป์ซิกจะต้องเปิดเกมแลกกับลิเวอร์พูลเต็มที่ไม่สามารถเล่นเกมที่สร้างความอึดอัดให้กับลิเวอร์พูลได้เหมือนกับหลายๆ ทีมในช่วงที่ผ่านมา ถือว่าเป็นโชคดีของลิเวอร์พูลพอสมควรครับ เพราะนี่คือเกมที่ “เข้าทาง” ลิเวอร์พูลอย่างแท้จริง แต่ก็นั่นแหละครับ ชั่วโมงนี้อะไรๆ ก็ดู

จะไม่เป็นใจกับพวกเขาจริงๆ ซึ่งถ้าดูกันในเกมแล้วจะเห็นว่าไลน์กองหลังของไลป์ซิกนั้นดันขึ้นสูงมว๊ากกกกกก  และช่องโหว่เต็มไปหมดจริงๆ ครับ แต่ลิเวอร์พูลชั่วโมงนี้ …. มันย่ำแย่เหลือทนจริงๆ เหมือนว่าพวกเขาลืมเอาความคมทิ้งไว้ตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้วกันทั้งทีมเลย แถมชั่วโมงนี้ดิโอโก้ โชต้าที่ปกติเป็นตัวจบสกอร์ที่คมกริบ ก็ยังมา

ติดเชื้อไปกับเขาด้วย โอกาสของลิเวอร์พูลนี่เรียกได้ว่า เป็นเข่งจริงๆ ครับ แต่ก็ยังไม่สามารถส่งลูกบอลไปสู่ก้นตาข่ายได้ แถมยังเกือบๆ โดนไลป์ซิกยิงเองด้วยซ้ำ เพียงแต่ว่าไลป์ซิกเองก็เหมือนว่าจะติดเชื้อจากลิเวอร์พูลไปด้วยเหมือนกัน …… กลายเป็นว่าทำเกมกันสนุกแต่ว่าไม่มีประตูไปทั้ง 2 ฝั่ง ซะอย่างนั้น

การเล่นในวันนี้ของติอาโก้เรียกได้ว่า “ฉายแสง” จริงๆ ครับ (ไม่ได้เป็นมะเร็งนะ 55555) นี่แหละครับคืิิอ ติอาโก้ที่แฟนๆ อยากเห็น การเข้ามาเล่นมิดฟิลด์ของฟาบินโญ่นั้น ส่งผลดีต่อทีมแบบให้ได้ชัดจริงๆ นอกจากตัวเองจะโดดเด่นแล้วฟาบินโญ่ยังทำให้ติอาโก้โดดเด่นเอามากๆ อีกด้วย เขาคุมเกมไล่แย่งบอล และส่งถ่ายบอลให้

เพื่อนร่วมทีมได้อย่างเนียนกริ๊บเลยในนัดนี้ ที่น่าเสียดายคือ ลูกที่เขาสลับขาส่งบอลให้ซาล่าห์หลุดเดี่ยวไปกว่าครึ่งสนาม ถ้าลูกนี้ซาลาห์ยิงเข้าประตูไปได้รับรองว่าลูกนี้ติดลูกแอสซิสต์ยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์แน่นอน ….  แต่ก็นั่นแหละครับ เราอาจจะยังตั้งข้อสงสัยกันได้อีกเรื่องคือ นี่เป็นเกมยุโรปที่จังหวะเข้าทางติอาโก้อยู่พอสมควร แต่

ในพรีเมียร์ลีกที่เกมรวดเร็วกว่า และหนักหน่วงกว่า ก็อาจจะยังต้องดูกันอีกทีนึงเหมือนกัน แต่ว่านี่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมของการประสานงานของแผงมิดฟิลด์ชุดนี้แล้วล่ะครับ

ครึ่งหลังไลป์ซิกปรับเปลี่ยนแผนการเล่นเล็กน้อยครับ คือการนำเอาจัสติน ไคลเวิร์ตลงมาเติมเกมริมเส้น ซึ่งก็เน้นไปที่การเจาะทางเทรนท์นี่ล่ะครับ ซึ่งก็เกือบได้ผลเสียด้วย เพราะว่าได้มีโอกาสเปิดให้เพื่อนร่วมทีมโหม่งเหน่งๆ แต่ก็ดันโชคร้ายไปชนคานประตูเสียก่อน แล้วอยู่ๆ ลิเวอร์พูลก็ได้ประตูขึ้นนำเฉยเลยครับ จากจังหวะที่ซา

ล่าห์ลากหนีกองหลังของไลป์ซิกแล้วเข้าไปยิงหักข้ออย่างสุดสวย แถมยังได้ประตูทิ้งห่างไปอีกลูก จากจังหวะที่โอริกี้เปิดเรียดเข้าไปให้มาเน่ชาร์จจ่อๆ เข้าไปง่ายๆ หนีห่างไป 2-0 นิ่มๆ เฉยเลย  ซึ่งแฟนลิเวอร์พูลเองก็น่าจะอยู่

ในอารมณ์งงๆ เหมือนกันครับ อยู่ๆ จะฝืดก็ฝืดเหลือเกินอยู่จะยิงได้ก็ได้ง่ายๆ ซะงั้น พอยิงได้…เกมของไลป์ซิก ก็ขาดหายไปเลย  ผลรวมมันก็น่าจะทำให้ความหวังของทีมกระทิงแดงหมดไปอย่างไม่เป็นทางการตั้งแต่ตามหลังด้วยสกอร์นี้ล่ะครับ ทั้งสองทีมเล่นแท็กติกคล้ายๆ กัน แต่ว่าเกมนี้ลิเวอร์พูลคมกว่าก็เลยได้ผลการแข่งขันในเกมนี้ไป ก็เท่านั้นล่ะครับ

 ลิเวอร์พูลเล่นได้โอเคใช้ได้อยู่ครับ เพียงแต่ว่าเกมนี้มันเป็นเกมยุโรป ที่จังหวะและความหนักหน่วงรวมถึงแรงจูงใจมันค่อนข้างต่างกับพรีเมียร์ลีกอยู่พอสมควร แต่ก็นั่นล่ะครับ ยังไงพรีเมียร์ลีกของพวกเขาก็น่าจะจบไปแบบไม่เป็นทางการแล้ว ถ้าให้เลือกนัดที่จะเล่นดีได้ ยังไงแฟนหงส์ทุกคนก็ขอเลือกที่จะให้ทีมเล่นดีในถ้วยนี้ไว้ก่อนแน่นอนล่ะครับ  และจากชัยชนะนัดนี้ก็ทำให้ความหวัง  ความฝันของลิเวอร์พูลก็ยังดำเนินต่อไปได้ …. ในเมื่อมีเวทีให้สู้ ก็ต้องสู้กันต่อไปครับ ความฝันไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อมของผู้พยายามอยู่แล้ว …. YNWA ครับทุกคน แทงบอลออนไลน์

โจน ลาปอร์ต้า ประธานคนใหม่บาร์เซโลน่า กลยุทธ์สู่ความสำเร็จ

โจน ลาปอร์ต้า

โจน ลาปอร์ต้า กวาดคะแนนเสียงสนับสนุนอย่างท้วมท้นในการเลือกตั้งประธานสโมสรเมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา อะไ่รคือเหตุผลที่ทำให้เขาเอาชนะคู่แข่งได้อย่างง่ายดาย ?

  และแล้ว โจน ลาปอร์ต้า ก็ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานสโมสรบาร์เซโลน่าตามความคาดหมายของทุกฝ่ายนะครับ แถมยังนับเป็นชัยชนะที่ถล่มททลายเหนือคู่แข่งอีกต่างหาก

ในการเลือกตั้งเมื่อวาน (7 มีนาคม) ซึ่งปิดหีบลงคะแนนเสียงตอน 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น จากนั้นใช้เวลานับคะแนนเสียงอีกราว 1 ชั่วโมงครึ่ง ก่อนจะมีการประกาศผลในเวลา 22.35 น. หรือ 04.35 น. ตามเวลาไทย

ผลปรากฏว่า ลาปอร์ต้า กวาดคะแนนเสียงไปทั้งสิ้น 30,184 เสียง คิดเป็น 54.28% ของจำนวนผู้มาใช้สิทธิ เหนือกว่าคู่แข่งอย่าง วิคตอร์ ฟอนท์ ที่ได้ 16,679 เสียง ชนิดเทียบกันไม่ติด ส่วน โตนี่ เฟรชา ตามมาเป็นลำดับสุดท้าย ได้ไป 4,769 เสียง หรือแค่ 8.58% ของผู้มาใช้สิทธิเท่านั้น

การคว้าชัยในสนามเลือกตั้งครั้งนี้ของ ลาปอร์ต้า ทำให้เขากลายเป็นประธานสโมสรลำดับที่ 42 ในการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการครั้งที่ 14 ของ บาร์เซโลน่า นับเป็นการคัมแบ็กสู่ตำแหน่งเดิมอีกครั้ง หลังเคยคว้าชัยในสนามเลือกตั้งครั้งที่ 11 เมื่อ 18 ปีก่อน

ฟอนท์ ยืนรอ ลาปอร์ต้า ตรงคูหานับคะแนนที่คัมป์ นู ก่อนสวมกอดแสดงความยินดี ถัดมาไม่นาน โตนี่ เฟรช่า ตามมาสมทบและร่วมยินดีด้วยอีกครั้ง ถือเป็นการแสดงสปิริตที่น่าชื่นชม

ทีมงานของ ลาปอร์ต้า รวมกันตัวฉลองชัยชนะ พร้อมกับร้องเพลงประจำสโมสร ก่อนตามด้วย เพลง “ser del Barça és el millor que hi ha” (การเป็น บาร์ซ่า นั้นคือสิ่งที่ดีที่สุด)

จากนั้น การ์เลส ตุ๊ตเก็ตส์ ประธาน Comision Gestora ได้เข้าร่วมแสดงความยินดี ซึ่ง ลาปอร์ต้า ได้ขอให้ทีมงานทุกๆคนปรบมือให้  Comision Gestora ที่จัดการเลือกตั้งได้อย่างยอดเยี่ยม

ลาปอร์ต้า ใช้เวลาขอบคุณเหล่าโซซิโอที่คอยสนับสนุนเขา ก่อนเปล่งประโยคแรกหลังชนะการเลือกตั้งว่า  “เราจะไปที่ ปารีส ดูซิว่าเราจะพลิกสถานการณ์กลับมาได้มั๊ย !!”

โจน ลาปอร์ต้า

ลาปอร์ต้า คือประธานสโมสรบาร์เซโลน่าอย่างเป็นทางการแล้วหรือยัง ?

ในทางทฤษฏีและปฏิบัติถือว่า ‘ยัง’ จนกว่าที่ ลาปอร์ต้า พร้อมทีมงานจะวางเงินประกันของพวกเขาต่อสโมสรเสียก่อน  ซึ่งเป็นกฏข้อบังคับสำคัญของคนที่จะเข้ามาบริหาร

เท่าไหร่ ?

เงินประกัน ก่อนเข้ารับตำแหน่งนั้น ถูกกำหนดไว้ที่ 15% ของงบประมาณรายปีของสโมสร ซึ่งปีนี้อยู่ที่ 828 ล้านยูโร นั่นหมายความว่า ลาปอร์ต้า และทีมงานจะต้องวางเงินสดไว้ที่ธนาคารในบัญชีของสโมสรจำนวนทั้งสิ้น 124.2 ล้านยูโร ซึ่งเงินจำนวนนี้ จะไม่สามารถเอาออกมาได้จนกว่าจะหมดวาระ (6 ปี)

เวลานี้ มีรายงานว่า ลาปอร์ต้า ยังไม่ได้วางเงินประกันดัวกล่าว ซึ่งก็ทำให้ การ์เลส ตุ๊ตเก็ตส์ ยังคงมีอำนาจในฐานะรักษาการต่อไปก่อน

ทำไม ลาปอร์ต้า ถึงชนะอย่างถล่มทลาย ?

ในการเลือกตั้งซึ่งอาจพูดได้ว่าสำคัญที่สุดครั้งนึงในประวัติศาสตร์สโมสร ลาปอร์ต้า กวาดคะแนนเสียงไปอย่างท้วมท้น ทิ้งคู่แข่งชนิดไม่เห็นฝุ่น นอกจากนี้แล้ว หากย้อนกลับไปเทียบผลคะแนนเมื่อ 18 ปีก่อน ลาปอร์ต้า ในยุคนี้ก็ยังได้คะแนนเสียงมากกว่า

ปี 2003 ลาปอร์ต้า ในวัย 41 ได้คะแนน 27,138 เสียง ขณะที่ปี 2021 ในวัยใกล้แซยิด ลาปอร์ต้า กวาดไป 30,184 เสียง

ข้อที่ 1 ความตกต่ำ

ความตกต่ำของ บาร์เซโลน่า ในรอบปีที่ผ่านมา ทั้งการเสียแชมป์ ลา ลีกา ให้ เรอัล มาดริด รวมถึงความล้มเหลวในแชมเปี้ยนส์ลีก ที่พวกเขาโดน บาเยิร์น มิวนิค ถล่มแบบเอาท์คลาสถึง 2-8 ซึ่งเมื่อรวมความพ่ายแพ้ในการเล่นเวทีนี้ของปีก่อนๆ ทั้งเกมพ่าย ลิเวอร์พูล 0-4, แพ้ โรม่า 0-3 ยิ่งกระตุ้นให้โซซิโอโหยหาความสำเร็จ

เมื่อพูดถึง ‘ความสำเร็จ’ แล้ว แฟนบาร์ซ่าไม่มีใครลืมยุค 6 แชมป์เมื่อฤดูกาล 2008-09 ลงได้อย่างแน่นอน ไม่ใช่แค่จำนวนถ้วยรางวัลเท่านั้น หากแต่ยังมีความสวยงามของการเล่นที่เป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งขุมกำลังทั้งตัวเทรนเนอร์อย่าง เป๊บ และนักเตะส่วนใหญ่ก็เป็นผลผลิตจาก ลา มาเซีย ยังความภาคภูมิใจมาสู่แฟนบาร์ซ่าทุกคน

ในขณะเดียวกันโซซิโอจินตนาการภาพนี้ไม่ออกจริงๆ เมื่อพวกเขามองไปยัง  ฟอนท์ หรือ เฟรช่า

โดยเฉพาะ ฟอนท์ ซึ่งเป็นคู่แข่งคนสำคัญของ ลาปอร์ต้า มีจุดอ่อนตรงที่เขายังไม่เคยเข้ามาบริหารงานบาร์ซ่า ยังไม่มีความสำเร็จใดๆที่เกี่ยวข้องกับสโมสร แม้จะมีนโยบายเชิงสร้างสรรค์อย่างการหารายได้จาก AUDIO-VISUAL และ E-SPORT ภายใต้แคมเปญ  ‘Sí al futur’ (yes to the future) แต่ความจริงก็คือเขายังไม่อาจพิสูจน์ได้จนกว่าจะได้รับตำแหน่ง ซึ่งก็ไม่มีอะไรการันตีว่าจะทำสำเร็จหรือไม่ ส่วน เฟรช่า เคยอยู่ในทีมบริหารชุดแชมป์แชมเปี้ยนส์ลีกปี 2015 แต่หนนั้นทุกคนต่างจำจดแค่ บาร์โตเมว

ข้อที่ 2.มุมมองที่มีต่อ ลิโอเนล เมสซี่

ทันทีที่รู้ผลการเลือกตั้ง คนแรกที่ ลาปอร์ต้า กล่าวถึงต่อหน้าโซซิโอก็คือ ลิโอเนล เมสซี่

“วันนี้เมื่อ 20 ปีก่อน เด็กน้อยคนนึงที่ชื่อ เลโอ เมสซี่ ประเดิมสนามในทีม อินฟานติล เบ และวันนี้เขาเดินทางมาโหวตลงคะแนนพร้อมกับลูกชายในฐานะนักเตะที่ดีที่สุดในโลก การโหวตของเขาบ่งบอกว่าอะไรคือสิ่งที่ บาร์ซ่า ต้องการ พวกเราคือครอบครัวที่ยิ่งใหญ่”

“ผมสนับสนุนให้เขา(เมสซี่)อยู่ต่อ เพราะเขาเป็นที่รักของทุกคน ขอเสียงปรบมือให้ เมสซี่ ด้วย พวกเราคือครอบครัวที่ยิ่งใหญ่ ผมมั่นใจว่าด้วยความรู้สึกนี้จะหลอมรวมพวกเขาให้เป็นหนึ่งเดียว”

ลาปอร์ต้า พูดถึง เมสซี่ ตั้งแต่ชั่วโมงแรกที่ชนะการเลือกตั้ง เพื่อแสดงให้เห็นถึงความจริงใจ และลำดับความสำคัญของ ‘คิงเลโอ’  ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับโซซิโอแล้ว เมสซี่ คือบุคคลสำคัญของสโมสร สิ่งสุดท้ายในชีวิตที่พวกเขาอยากเห็นก็คือ เมสซี่ ย้ายออกจากทีม ซึ่งตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ลาปอร์ต้า แสดงจุดยืนชัดเจนว่าพร้อมทำทุกทางเพื่อรั้ง เมสซี่ เอาไว้กับสโมสรต่อไป

ต่างจาก ฟอนท์ ที่แสดงมุมมองที่อยู่กับความเป็นจริงมากกว่า

ฟอนท์ กล่าวว่าเขาอยากให้ เมสซี่ อยู่ต่อเหมือนกับโซซิโอทุกคน หากแต่ถ้า เมสซี่ ย้ายออกไป มันก็ไม่ใช่จุดล่มสลายของโลก

คำพูดของ ฟอนท์ ทุกอย่างมีเหตุและผลรองรับ ยังไง บาร์ซ่า ก็ต้องเดินต่อเเม้ เมสซี่ จะย้ายในซัมเมอร์นี้ ทว่าสิ่งที่โซซิโออยากได้ยินมากกว่าคือการรับปากว่าจะทำทุกทางเพื่อไม่ให้ เมสซี่ ย้าย หรือการยืนกรานปฏิเสธการย้ายออกในทุกกรณี

3. การเป็นอริกับ บาร์โตเมว

ความย่อยยับของ บาร์ซ่า ทุกวันนี้ทั้งเรื่องภาพลักษณ์,ผลงานและการเงิน ปฏิเสธไม่ได้ว่าล้วนแล้วแต่มาจากการบริหารงานของ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว

โซซิโอบางคนถึงบอกว่า รู้ยังงี้ขอพลาดแชมป์แชมเปี้ยนส์ลีกที่เบอร์ลินเสียยังดีกว่าเพราะการครองเจ้ายุโรปหนนั้น ยังผลให้ บาร์โตเมว ชนะการเลือกตั้ง

ยิ่งข่าวฉาวล่าสุดที่ บาร์โตเมว ถูกตำรวจจับในข้อหายักยอกเงิน,ใช้หน้าที่ในทางมิชอบ จากคดี ‘บาร์ซ่าเกต’ ยิ่งทำให้โซซิโอทั้งหลายเข็ดขยาด

ใดๆก็ตามที่เกี่ยวข้องกับ บาร์โตเมว ล้วนขายไม่ออก และใดๆก็ตามที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม จะได้รับความนิยมโดยอัตโนมัติ ซึ่งนั่นก็คือการวางตัวของ ลาปอร์ต้า ในสังคมบาร์เซโลนิสต้าเสมอมา

นับแต่แตกหักกับ ซานโดร โรเซลส์,บาร์โตเมว และ เยาม่า มาสเฟร์เรร์ ในปี 2010 ทุกครั้งที่มีโอกาส ลาปอร์ต้า ไม่เคยพลาดในการกล่าวโจมตีบุคคลทั้ง 3 อย่างเผ็ดร้อน

และมาวันนี้ในวันที่ โรเซลล์ เพิ่งออกจากคุกจากคดียักยอดเงินซื้อ เนย์มาร์ ได้ไม่ถึง 2 ปี และ บาร์โตเมว กับ มาสเฟร์เรร์ กำลังจะสวนทางเข้าซังเตตามไป มันก็พิสูจน์อะไรได้หลายๆอย่างว่า สิ่งที่ ลาปอร์ต้า พูด หรือแนวทางปฏิบัติที่ผ่านมาของเขานั้นมันถูกต้องแล้ว

และประเด็นนี้ ฟอนท์ ถือว่ายืนอยู่ในวงนอกเอามากๆ แม้เขาไม่เสียเครดิต แต่ก็ไม่ได้เช่นกัน ซึ่งจากต่าง ลาปอร์ต้า ขณะเดียวกัน เฟรช่า เคยทำงานกับ บาร์โตเมว มาหลายปี ก่อนจะลาออกมาเมื่อปี 2019

4.ความเป็น ลาปอร์ต้า ตอบโจทย์มากกว่า

ไม่ว่าจะเป็น ความสำเร็จครั้งเก่า, แพสชั่นที่มีต่อสโมสร,นโยบาย หรือ ทีมงานของ ลาปอร์ต้า ล้วนถูกจริตโซซิโอมากกว่าของ ฟอนท์ และ เฟรช่า

ความสำเร็จครั้งเก่า..คงไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติม

ส่วนแพสชั่น นั้น ลาปอร์ต้า โดดเด่นกว่าใคร ประโยคที่ว่า “ถ้าผมเป็นประธาน เมสซี่ จะกลับมายิ้มได้อีกครั้ง, และเราจะมีหวังในทุกแชมป์” แม้จะดูฝันเฟื่องนิดๆ แต่มันทรงพลัง และมันขับเคลื่อนผู้คนไปข้างหน้า

สำหรับฟุตบอล การอยู่กับความเป็นจริงมากจนเกินไป มันทำให้หลายอย่างน่าเบื่อหน่าย เช่นที่ ฟอนท์ มักอิงกับหลักการและความจริงอยู่เสมอ

ไม่เพียงแต่พูดถึง บาร์เซโลน่า อย่างหลงใหลเท่านั้น หากแต่ ลาปอร์ต้า ยังพูดหรือมีปฏิกิริยาที่ไม่แยแสต่อ เรอัล มาดริด คู่อริตลอดกาลอีกด้วย ตัวอย่างเช่นการตอบคำถามนักข่าวเกี่ยวกับประเด็นใบแดงของ เรโม ฟรอยเลอร์ มิดฟิลด์อตาลันต้าที่โดนไล่ออกในเกม เรอัล มาดริด บุกชนะ 1-0 แบบค้านสายตา

“มีคนบอกผมแล้ว แต่ผมไม่ได้ดูเกม ผมดูเฉพาะเกมของ บาร์ซ่า หลังจากนั้นผมก็มาหาเสียงต่อ”

แม้จะดูเย่อหยิ่ง แต่มันเป็นคำตอบที่โดนใจโซซิโอ เพราะแสดงถึงความหลงใหลในทีมและการเชิดใส่คู่แข่งอย่างชัดเจน

ส่วนนโยบายนั้น ก็ต้องบอกว่าเหนือความคาดหมายไม่น้อยที่การชู ชาบี เอร์นานเดซ เข้ารับตำแหน่งเทรนเนอร์ใหญ่ของ ฟอนท์ ไม่ตอบโจทย์โซซิโอเท่าที่ควร จนกลายเป็นว่าการออกมาแสดงท่าทีให้ความเคารพต่อ โรนีลด์ คูมัน พร้อมขอรอดูผลงานก่อนตัดสินใจหลังจบฤดูกาลของ ลาปอร์ต้า กลับได้รับกระแสตอบรับที่ดีกว่า จนวันท้ายๆของการหาเสียง ฟอนท์ ต้องกลับลำ ยก ชาบี ไปไว้ในตำแหน่งผ.อ.ทั่วไป และขอรอดดูผลงาน คูมัน ก่อน ซึ่ง มันสายเกินไปแล้ว ไม่มีใครเชื่อเขา

การออกตัวแรง ฟันธงว่าจะเอา คูมัน ออกจากตำแหน่ง เพื่อเปิดทางให้ ชาบี กลายเป็นเรื่องสุดเซอร์ไพรส์ของ ฟอนท์ เพราะโซซิโอ ไม่ค่อยมีใครคล้อยตามสักเท่าไหร่

หรืออาจจะพอสรุปง่ายๆว่า ฟอนท์ เอง ทั้งปูมหลัง ทั้งแนวคิด และนโยบาย เป็นคนละแบบกับสิ่งที่โซซิโอของบาร์เซโลน่ามองหานั่นเอง ซึ่งเมื่อประกอบรวมทุกเหตุผลเข้าด้วยกันแล้วจึงเป็นที่มาของชัยชนะที่สวยงามที่สุดครั้งนึงในชีวิตของชายที่ชื่อว่า โจน ลาปอร์ต้า

จากนี้ เราจะได้รู้กันว่า บาร์เซโลน่า ยุคใหม่ ภายใต้ผู้นำคนเก่า จะนำพาความสำเร็จและบรรยากาศเดิมๆอย่างที่แฟนๆโหยหากลับมาได้หรือไม่ แทงบอลออนไลน์

โอเดการ์ด ย้ายมาจาก เรอัล มาดริด ด้วยสัญญายืมตัวในตลาดหน้าหนาวที่ผ่านมา ก่อนกลายเป็นหัวใจสำคัญของทีมในเวลารวดเร็ว 

โอเดการ์ด
โอเดการ์ด ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้เล่นที่มีความสำคัญมากสุดในเกมรุก อาร์เซน่อล เวลานี้เป็นใครอื่นไม่ได้นอกจาก มาร์ติน โอเดการ์ด นักเตะที่เพิ่งย้ายมาร่วมทีมได้ไม่ถึงสองเดือน

โอเดการ์ด ย้ายมาจาก เรอัล มาดริด ด้วยสัญญายืมตัวในตลาดหน้าหนาวที่ผ่านมา ก่อนกลายเป็นหัวใจสำคัญของทีมในเวลารวดเร็ว 

ดาวเตะวัย 22 ปี ใช้เวลาปรับตัวเพียงเล็กน้อยช่วงแรกที่เริ่มต้นด้วยการเป็นสำรอง ก่อนประเดิมตัวจริงในเกมพรีเมียร์ลีกที่ช่วยทีมเปิดรัง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เอาชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 4-2

จากนั้นเป็นต้นมา มาร์ติน โอเดการ์ด ก็กลายเป็นชื่อแรกๆ ที่ มิเกล อาร์เตต้า ต้องใส่เอาไว้ลิสต์ 11 ตัวจริงโดยตลอด ซึ่งเจ้าตัวก็ทำผลงานได้โดดเด่นมากขึ้นเรื่อยๆ และเป็นแกนหลักที่ทีมขาดไม่ได้ในเวลานี้

โอเดการ์ด ตอบโจทย์ในสิ่งที่ มิเกล อาร์เตต้า ต้องการและเป็นเหตุผลสำคัญในการดึงมาร่วมทีมกลางฤดูกาลนั่นคือ การสร้างสรรค์เกมที่ช่วยให้เกมรุกของ อาร์เซน่อล มีมิติและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

แข้งทีมชาตินอร์เวย์ทำประตูแรกให้ทีมในเกมยูโรปา ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายที่ชนะ โอลิมเปียกอส 3-1 จากการซัดไกลสุดสวยหน้าเขตโทษ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่ผ่านมา ก่อนที่อีก 3 วันถัดมาจะเริ่มนับหนึ่งประตูแรกในพรีเมียร์ลีกในเกมนอร์ธ ลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ สุดสำคัญที่ล้างแค้นเอาชนะ สเปอร์ส ไปได้ 2-1

เกมล่าสุดก่อนเบรกทีมชาติที่ อาร์เซน่อล ต้องไล่ตามตีเสมอ เวสต์แฮม 3-3 หลังออกสตาร์ทย่ำแย่โดนขุนค้อนนำก่อนถึง 3-0 คืออีกเกมที่ มาร์ติน โอเดการ์ด ได้รับคำชมอย่างมากกับฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยม

อาร์เซน่อล จะไม่มีทางคัมแบ็กกลับมาตีเสมอได้เลยหากไม่ได้ โอเดการ์ด คอยบัญชาการเกมรุกและมีส่วนทั้งสามประตูที่ทีมทำได้

โอเดการ์ด 

ผลงานในเกมกับขุนค้อนทำให้ อาร์เตต้า ถึงกับออกมากล่าวชมลูกทีมคนเก่งว่า “ผมคิดว่าเขามีฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมมากๆ เขาอ่านเกมได้อย่างฉลาด การเล่นมีผลต่อเกม และก็เป็นอีกครั้งที่แสดงให้เห็นว่ากระหายชัยชนะมากแค่ไหน”

“ในทันทีที่ก้าวลงสู่สนาม เขาเป็นคนที่ต้องการบอลตลอดเวลา มีความเยือกเย็นในการครองบอล และสร้างโอกาสได้เรื่อยๆ เขาต้องการบอลอยู่ตลอด เป็นนักเตะที่มีอิทธิพลต่อเกมสูงจริงๆ”

“ผมคิดว่า เราทุกคนเซอร์ไพรส์อยู่เล็กน้อยเพราะนอกสนามเขาดูเป็นคนที่ขี้อายและถ่อมตัว แต่เมื่อไหร่ที่ก้าวลงสู่สนาม แคแรคเตอร์ที่แสดงออกมาก็แข็งแกร่งอย่างยิ่ง และมีความรักที่จะเล่นฟุตบอล” 

ถึงตรงนี้ มาร์ติน โอเดการ์ด ลงเล่นให้ อาร์เซน่อล ไปแล้ว 12 นัดจากทุกรายการ เป็นตัวจริง 9 นัดซึ่งในเกมที่จอมทัพฟอร์มแรงรายนี้ออกสตาร์ทตั้งแต่นาทีแรก อาร์เซน่อล พลาดท่าแพ้เพียงนัดเดียวนั่นคือเกมพ่ายต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเกมที่ยากสุดๆ อยู่แล้วกับการรับมือว่าที่แชมป์

หากนับเป็นเวลาแบบละเอียด โอเดการ์ด อยู่ในสนามทั้งหมด 767 นาที แต่มีค่าเฉลี่ยสถิติสร้างสรรค์ที่ดีที่สุดในทีมจากการสร้างโอกาสให้เพื่อน 17 ครั้ง หรือคิดเป็นค่าเฉลี่ยสร้างโอกาสทุกๆ 45 นาที

ก่อนหน้านี้ สถิติสร้างสรรค์เกมดีสุดคือ เอมิล สมิธ โรว์ ดาวรุ่งชาวอังกฤษที่แม้สร้างโอกาสไป 26 ครั้งจากการอยู่ในสนาม 1,387 นาที หรือคิดเป็นค่าเฉลี่ยสร้างโอกาสทุกๆ 53 นาที

ขณะที่อันดันสามของทีมคือ คาลั่ม แชมเบอร์ส กองหลังสารพัดประโยชน์ที่ทำไว้ 5 ครั้ง จากการลงสนาม 299 นาที หรือคิดเป็นค่าเฉลี่ยสร้างโอกาสทุกๆ 59.8 นาที

สถิติของ แชมเบอร์ส พุ่งพรวดขึ้นอันดับ 3 ทั้งที่ลงเล่นน้อยนิดในฤดูกาลนี้ก็เพราะส่วนหนึ่งมาจากฟอร์มนัดล่าสุดกับ เวสต์แฮม ที่เติมเกมรุกขึ้นมาเปิดบอลเข้าเขตโทษราวกับเป็น “คาฟู” แบ็กตำนานทีมชาติบราซิลเลยทีเดียว

ส่วนผุ้เล่นที่สร้างโอกาสมากสุดในฤดูกาลนี้กลับไม่ใช่กองหน้าหรือกองกลาง หากแต่เป็น คีแรน เทียร์นีย์ แบ็กจอมบุกทีมชาติสกอตแลนด์ที่สร้างโอกาสได้ถึง 38 ครั้ง จากการลงเล่น 2,517 นาที และมีค่าเฉลี่ยสร้างโอกาสทุกๆ 66 นาที

ย้อนไปในวันที่ อาร์เตต้า เปิดตัว โอเดการ์ด ในท้ายตลาดหน้าหนาวที่ผ่านมา กุนซือวัย 38 ปี กล่าวชมลูกทีมคนใหม่ในตอนนั้นว่า “เขาเชี่ยวชาญในการเล่นในพื้นที่จำกัด เล่นในตำแหน่งหมายเลข 8 และหมายเลข 10 รวมถึงออกไปเล่นริมเส้น เขาคือผู้เล่นสร้างสรรค์เกมขนาดแท้ที่สามารถครองบอลในพื้นที่แคบได้ดีมากๆ เขามีความสามารถทั้งการสร้างโอกาสให้คนอื่นและยิงประตูได้เอง” 

สิ่งที่ มาร์ติน โอเดการ์ด ทำให้เห็นตลอด 12 นัดแรกกับการเล่นให้ อาร์เซน่อล ไม่ผิดไปจากที่ มิเกล อาร์เตต้า ยกย่องเอาไว้แม้แต่นิด

ขณะที่ เอียน ไรท์ ดาวยิงระดับตำนานก็ออกมากล่าวถึงจอมทัพทีมชาตินอร์เวย์ว่าเป็นผู้เล่นที่ทำให้เขามีความสุขอย่างยิ่งกับการดู อาร์เซน่อล พร้อมทั้งสะกิดทีมหาทางเซ็นสัญญามาร่วมทีมแบบถาวรให้ได้

“การได้ดู โอเดการ์ด เล่นให้ อาร์เซน่อล ทำให้ผมมีความสุขมากๆ เขาเป็นนักเตะที่คิดเร็วทำเร็วในการผ่านบอล เขารู้ทันทีเลยว่าตัวเองต้องทำอย่างไรเมื่อบอลมาถึง” 

“การมาเล่นในพรีเมียร์ลีกเหมือนต้องเจอกับเรื่องรูปร่างที่เล็กเกินไป แต่เขาทำให้เห็นแล้วว่ามันไม่ได้เป็นปัญหาเลย เขาเป็นนักเตะในแบบที่ อาร์เซน่อล”

“มิเกล อาร์เตต้า คงคิดอยู่ข้างสนามว่า ‘โอ้ พระเจ้า เขาคือนักเตะที่เราต้องการ’ เขาเป็นนักเตะที่เราต้องดึงมาร่วมทีมให้ได้ เราต้องหาทางในการเซ็นสัญญาถาวรกับเขา ผมไม่รู้หรอกว่ามันจะเกิดขึ้นหรือไม่” ไรท์ กล่าว

เชื่อได้เลยว่าสิ่งที่ เอียน ไรท์ ต้องการก็คงไม่ต่างจากสิ่งที่ มิเกล อาร์เตต้า และแฟนบอล อาร์เซน่อล ทั่วโลกอยากให้เกิดขึ้น  แทงบอลออนไลน์

อิบราฮิมา โกนาเต้ อาจเป็นคนแรกที่เดินเข้ามาลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล
ลิเวอร์พูล เหมือนเริ่มแผนการทวงคืนความยิ่งใหญ่ก่อนตลาดซัมเมอร์นี้จะเปิดตัวขึ้น และเซนเตอร์แบ็กจาก ไลป์ซิก อย่าง อิบราฮิมา โกนาเต้ อาจเป็นคนแรกที่เดินเข้ามา

    ด้วยวิกฤตอาการบาดเจ็บของแนวรับทำให้ หงส์แดง ต้องเร่งลงมือเร็วเพื่อแก้ไขปัญหานั้น และกำลังมองไปที่การนำ โกนาเต้ ซึ่งมีค่าฉีกสัญญา 33 ล้านปอนด์มายังถิ่นแอนฟิลด์

นอกจาก โกนาเต้ จะถูกมองว่าสามารถเข้ามายกระดับทีมชุดใหญ่ได้ทันที หงส์แดง ยังก็เห็นว่าเขาจะเป็นทรัพย์สินอันมีค่าสำคัญอนาคตด้วย

ด้วยข่าวลือที่หนาหูนี้ เรามาชำแหละเซนเตอร์แบ็กวัย 21 ปี กันแบบละเอียดยิบกันดีกว่า

ลิเวอร์พูล

        เบื้องหลังแบบไหน?

โกนาเต้ เกิดที่ปารีส โดยเริ่มอาชีพกับ โซโชซ์ สโมสรในฝรั่งเศส และศักยภาพของเขาก็ปรากฎให้เห็นตั้งแต่แรก

ด้วยส่วนสูงถึง 6 ฟุต 4 นิ้ว โกนาเต้ เริ่มต้นกับทีมชาติฝรั่งเศสตั้งแต่ชุดยู-16 ในปี 2014 ก่อนจะประเดิมทีมชุดยู-21 ในอีก 2 ปีถัดมา

แม้ว่าจะลงเล่นไปเพียง 12 นัดกับ โซโชซ์ แต่ ไลป์ซิก ก็มั่นใจกับสายตาอันเฉียบคมของพวกเขา สโมสรนำเขามาร่วมกับกับ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ และนั่นคือการจับคู่ที่น่าตื่นเต้นสำหรับยักษ์ใหญ่บุนเดสลีกา

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ไลป์ซิก ที่ปัจจุบันกลายเป็นขาประจำของรอบน็อคเอาต์แชมเปี้ยนส์ลีก จ่ายเงินไปเพียง 300,000 ปอนด์ในตอนที่ซื้อเขามาเมื่อปี 2017

แต่เพียงแค่ 2 ปีถัดมา โกนาเต้ ซึ่งปัจจุบันเหลือสัญญาถึงซัมเมอร์ ปี 2023 อาจจะย้ายทีมด้วยค่าตัวที่แพงกว่าไม่รู้กี่สิบเท่า

เนื่อด้วย ไลป์ซิก ไม่ได้มีความตั้งใจจะขายเขาออกไป ดังนั้น ลิเวอร์พูล หรือทีมอื่นๆ จึงต้องจ่ายค่าฉีกสัญญา โกนาเต้ ที่ 33 ล้านปอนด์ (40 ล้านยูโร) เพียงสถานเดียว

    แข็งแกร่งยังไง?

ความสามารถของ โกนาเต้ นั้นชัดเจนต่อทุกคนที่ได้เห็น และ ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ คงเศร้าแน่หากต้องเห็นเขาเดินจากไปในซัมเมอร์นี้

ปราการหลังทีมชาติฝรั่งเศสชุดยู-21 มีร่างกายที่แข็งแกร่ง, ดุดัน รวมถึงพลังงานที่เป็นปัจจัยทั้งหมด ซึ่งกำลังพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ

เนื่องจากเกมของ ไลป์ซิก เล่นกันแบบเพรสซิ่ง พวกคู่แข่งจึงมักจะหาประโยชน์จากช่องว่างที่อยู่หลังแนวป้องกัน ดังนั้น โกนาเต้ จึงต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา และรับรู้จากมุมมองของตำแหน่งนั้น

แต่ด้วยความมุ่งมั่น และสปีดก็ทำให้เขากลับมาอยู่ในตำแหน่งได้เร็วมากเพื่อที่จะอุดช่องว่างของไลน์นั้น และเคลียร์จังหวะอันตรายออกไป

ในความเป็นจริง ตามรายงานจาก ดิ แอธเลติก เปิดเผยว่าหนึ่งในแมวมองของสโมสรดังในยุโรปได้ระบุว่าเขาเป็นหนึ่งใน 3 เซนเตอร์แบ็กที่รวดเร็วที่สุดใน 5 ลีกใหญ่ยุโรปตลอด 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา และความเร็วนี้จะช่วยแนวรับที่ดันสูงของ ลิเวอร์พูล ได้เป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ โกนาเต้ ยังแข็งแกร่งมากในลูกกลางอากาศ และเขาก็มักจะชนะในการดวลลูกโด่งเป็นส่วนใหญ่ด้วย หากเขาไม่ชนะในบอลแรก ดาวเตะเฟร้นช์แมนก็มักจะตอบสนองกับบอลสองได้อย่างรวดเร็วอยู่เสมอ

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่เรื่องของร่างกายเท่านั้นที่เป็นจุดเด่นของ โกนาเต้ การเลี้ยงบอลของเขายังยอดเยี่ยม และสามารถคลี่คลายความกดดันขณะที่แนวรับครองบอลได้ ซึ่งนั่นมีความจำเป็นสำหรับเกมพรีเมียร์ลีกที่เต็มไปด้วยความเข้มข้นค่อนข้างสูง

    อะไรบ้างที่ต้องปรับปรุง?

แม้จะมีประสบการณ์ในเวทีใหญ่มาแล้ว แต่เราต้องจำให้ได้ว่า โกนาเต้ ยังเด็กอยู่ และก็ยังขาดบางสิ่งที่ต้องรู้ ดังนั้นความผิดพลาดในเกมจึงเกิดขึ้นได้

การตัดสินใจที่ยังไม่ดีเท่าไหร่เหมือนจะขัดขวางเขาไม่ให้อยู่ในทีมที่ดีที่สุดในโลก แต่เหมือนที่ว่าไปแล้ว ความผิดพลาดเหล่านั้นจะถูกขจัดเมื่อเวลาผ่านไป และศักยภาพของเขาก็อยู่ในระดับสูง ซึ่ง ลิเวอร์พูล รู้เรื่องนี้ดี

โกนาเต้ ชอบที่จะบอลผ่านบอลสั้น ซึ่งมันอาจแสดงให้เห็นถึงการขาดความมั่นใจในตัวเองสำหรับการครองบอล เมื่อเทียบกับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, โจ โกเมซ หรือ โฌแอล มาติป ที่มักจะผ่านบอลขึ้นหน้า หรือวางยาวได้ดี

นอกจากจะเลือกเล่นแบบเพลย์เซฟ โกนาเต้ ก็ยังครองบอลไว้กับตัวได้ไม่ดีเท่าไหร่ ขณะที่ทั้ง 3 แนวรับของ ลิเวอร์พูล มีอัตราการเก็บบอลที่ค่อนข้างสูง

    ทำไม หงส์แดง ต้องการเขา?

มันไม่น่าแปลกใจหรอกที่แชมป์เก่าพรีเมียร์ลีก จะเร่งรีบวางแผนสำหรับตลาดในซัมเมอร์ เนื่องด้วยฝันร้ายกับแนวรับในฤดูกาลนี้

การบาดเจ็บหนักของ ฟาน ไดค์ และ โกเมซ ทำให้ ลิเวอร์พูล ดิ่งลงเหว ขณะที่ ฟาบินโญ่ และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่เคยมาจับคู่เซนเตอร์แบ็กกันก็ยังมามีช่วงบาดเจ็บกับเขาด้วยอีก

การโยกย้ายตำแหน่งเหล่านี้ทำให้ความสมดุลย์ในทีมเสียไปหมด และการมี โกนาเต้ ก็จะทำให้ตัวเลือกในเกมรับของ ลิเวอร์พูล มีความแข็งแกร่งเพื่อให้แน่ใจว่าวิกฤตอาการบาดเจ็บแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกครั้ง

นอกจากนี้ ลิเวอร์พูล เองก็มอง โกนาเต้ ว่าจะพุ่งเข้ามาแย่งตำแหน่งในทีมชุดใหญ่ได้ทันที ไม่ว่า ฟาน ไดค์ หรือ โกเมซ จะมีปัญหาในฤดูกาลหน้า

แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือยอดทีมจากถิ่นแอนฟิลด์ มองว่าการเซ็นสัญญากับแข้งวัย 21 ปี มีคุณค่าที่สามารถพิสูจน์ได้ในระยะยาวสำหรับความมุ่งมั่นจะประสบความสำเร็จไปในอีกหลายปีข้างหน้า

เขาได้รับประสบการณ์อันล้ำค่าในลีกยุโรปมาแล้ว และมีศักยภาพที่จะกลายเป็นหนึ่งในเซนเตอร์แบ็กที่ดีที่สุดในโลก ดังนั้น หงส์แดง จึงกระตือรือร้นมากที่จะผ่าฟันเพื่อเซ็นสัญญากับเขาให้ได้

    แต่สถิติอาการบาดเจ็บของเขาจะเป็นเรื่องน่ากังวลรึเปล่า?

อย่างที่ได้บอกไปแล้ว โกนาเต้ จะเข้ามาเพิ่มความแข็งแกร่งเชิงลึกให้กับแนวรับของ ลิเวอร์พูล อย่างแน่นอน หลังต้องเผชิญกับวิกฤตอาการบาดเจ็บในฤดูกาลนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว โกนาเต้ เองก็มีปัญหากับเรื่องนี้เหมือนกัน

เซนเตอร์แบ็กซึ่งเกิดในปารีสเพิ่งจะลงเล่นไปน้อยกว่า 100 นัด โดย 89 เกมให้ ไลป์ซิก นับตั้งแต่ย้ายมาเยอรมัน เมื่อ 4 ปีก่อนถือว่าน้อยมาก ซึ่งนั่นก็มาจากปัญหาบาดเจ็บของเขา

ย้อนกลับไปซีซั่นก่อน เขาลงเล่นให้ ไลป์ซิก เพียงแค่ 8 นัดเท่านั้น หลังจากต้องต่อสู้กับอาการกล้ามเนื้อฉีกขาดที่ขาขวาในเดือนตุลาคม

จากนั้นเขาก็แทบจะไม่ได้เล่นอีกเลยในช่วงที่เหลือของซีซั่น ทั้งที่บุนเดสลีกา กว่าจะกลับมาแข่งหลังล็อกดาวน์ก็ปาเข้าไปเดือนพฤษภาคมจากการระบาดของเชื้อโควิด-19

ต้องเป็นวันสุดท้ายของฤดูกาลก่อนนั่นแหละที่ โกนาเต้ ได้ลงเล่นเต็ม 90 นาทีให้กับทีมของ ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์

มองกันแบบนี้ หากบาดเจ็บหนึ่งครั้งก็ถือว่าโชคร้าย แต่กองหลังวัยรุ่นคนนี้ต้องพลาด 3 นัดแรกของซีซั่นปัจจุบันด้วยปัญหาที่สะโพก ซึ่งอาการเจ็บนี้แหละที่ทำให้เขาไม่ได้เล่นแชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีม และรอบรองชนะเลิศ ของซีซั่นก่อนในช่วงเดือนสิงหาคม

คล็อปป์ คงต้องภาวนาให้จงหนักเลยว่าขออย่าให้อาการบาดเจ็บโจมตีเขาหากข้อตกลงเพื่อมายังถิ่นแอนฟิลด์เกิดขึ้นจริง

    แล้ว คาบัค ล่ะจะเป็นยังไง?

เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่คนมาใหม่จะทำให้อนาคตของคนเก่าในสโมสรเกิดความไม่แน่นอน

และในเคสนี้ คำถามก็จะไปเกิดขึ้นกับอนาคตของเซนเตอร์แบ็กทีมชาติตุรกีอย่าง โอซาน คาบัค เต็มๆ หลังถูกยืมตัวมาจาก ชาลเก้ ในเดือนมกราคม พร้อมมีเงื่อนไขสามารถซื้อขาดได้ที่ราคา 18 ล้านปอนด์

แต่การมาถึงของ โกนาเต้ จะหมายความว่า คาบัค ไม่มีอนาคตในถิ่นแอนฟิลด์แล้วงั้นเหรอ? มันอาจเป็นระเบิดก้อนใหญ่สำหรับกองหลังชาวเติร์ก ซึ่งยอมรับว่าเหมือน ‘เติมเต็มความฝันวัยเด็ก’ หลังได้ย้ายมายังเมอร์ซี่ย์ไซด์

หลังการเปิดตัวที่เลวร้ายกับทีมสีแดงแห่งเมอร์ซี่ย์ไซด์ คาบัค ก็เริ่มที่จะตั้งหลัก และแสดงให้เห็นว่าสามารถเป็นหัวใจในแนวรับได้

โดยรวมแล้ว ลิเวอร์พูล มีเกมรับที่ใช้ได้เลยกับการมี คาบัค อยู่ในทีม และมีค่าเฉลี่ยเสียน้อยกว่าหนึ่งลูกต่อเกมตลอด 7 นัดที่เขาเป็นตัวจริงให้ทีม

หากลืมเกมประเดิมสนามกับ เลสเตอร์ ซึ่งเสียถึง 3 ประตู แบบน่าสยดสยอง หงส์แดง ก็เสียแค่ 3 ลูก จาก 6 นัดที่เขาลงสนาม นี่คือผลงานที่น่าประทับใจเลยสำหรับคนที่เพิ่งจะย้ายทีมมาในเดือนมกราคม

แต่ คล็อปป์ จะทำอย่างไรกับ คาบัค หาก โกนาเต้ ถูกดึงมาจริง? เขาจะเก็บเธอไว้ทั้งสองค น หรือตัดสินใจแยกทางกับกองหลังตัวยืมแบบไร้ความปรานี? ตรงนี้คือสิ่งที่ต้องติดตามกันต่อไป แทงบอลออนไลน์

เอกลักษณ์เฉพาะตัวของ “เดวิด เบ็คแฮม”

 

ความทรงจำลูกนิ่ง เดวิด เบ็คแฮม

ความทรงจำลูกนิ่ง เดวิด เบ็คแฮม นอกจากหน้าตาที่หล่อเหลา รวมไปถึงออร่าความเป็นซูเปอร์สตาร์แล้ว ฝีเท้าของเขาก็ยังถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก ทั้งในแง่ของความทุ่มเท และเครื่องหมายการค้าอย่างการเล่น “ลูกฟรีคิก“ ที่สามารถผลิตสกอร์มาแล้วอย่างมากมายเลยทีเดียว แน่นอนว่า มันกลายเป็นอาวุธประจำกายของเขาไปแล้ว 

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมากล่าวถึงเบ็คแฮม เอาไว้อย่างน่าสนใจว่า เขาไม่ได้เป็นนักเตะที่เกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ที่เปี่ยมล้น แต่สิ่งที่เบ็คแฮม มีเสมอมา นั่นคือ การฝึกซ้อมอย่างหนัก จนสามารถก้าวมาเป็นยอดนักเตะระดับโลกได้ 

เฟอร์กี้ เล่าต่อว่า เบ็คแฮม มักใช้เวลาหลังจากการฝึกซ้อมประจำวันของทีม เพื่ออยู่ซ้อมต่อเพียงคนเดียว โดยเขามักเน้นไปที่การซัดลูกนิ่งในรูปแบบต่างๆ ทั้งเตะมุม และการยิงฟรีคิก โดยเฉพาะในรูปแบบหลังสุด ที่เขาได้ฝึกซ้อมอย่างเอาเป็นเอาตาย นับร้อยนับพันครั้ง จนสุดท้าย มันกลายเป็นความเคยชิน 

ดังนั้น เฟอร์กูสัน จึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมเบ็คแฮม ถึงก้าวมาประสบความสำเร็จในโลกลูกหนัง นั่นเพราะเขาหมั่นฝึกซ้อมอย่างบ้าคลั่ง นี่คือสิ่งที่ทำให้เขามีความแตกต่างจากนักเตะคนอื่น ที่อาจมีพรสวรรค์ แต่ไม่เพิ่มเติมด้วยพรแสวง …….. ช่วงนี้ เราลองไปย้อนความทรงจำบางช่วงบางตอน และมุมมองที่มีต่อตัวเขากันเลยดีกว่า 

ขณะที่พอล อินซ์ อดีตเพื่อนร่วมทีมชาติอังกฤษ ออกมาเล่าบ้างว่า เบ็คแฮม คือตัวแทนของคำว่ามืออาชีพ เมื่อทีมซ้อมเสร็จแล้ว เขาจะทำการเอาหุ่นจำลองมาตั้ง พร้อมกับฝึกซ้อมต่อคนเดียว โดยไม่สนว่าใครจะเอาด้วยหรือไม่ ทั้งการยิงฟรีคิก และเตะมุม เบ็คแฮม ทำแบบนั้นอยู่เป็นชั่วโมง จนกลายเป็นภาพที่หลายคนเห็นกันจนชินตา

อินซ์ บอกอีกว่า ไม่เพียงการแข่งขันจริงเท่านั้น ทว่าทุกครั้งในการฝึกซ้อม เบ็คแฮม จะทุ่มเทแบบ 110 เปอร์เซนต์ เพราะรู้ดีว่า จุดแข็ง และจุดอ่อนของตัวเองคืออะไร เขาจึงอยากทำมันออกมาอย่างเต็มที่ และสมบูรณ์แบบมากที่สุด นี่คือสิ่งที่อยู่ในแนวความคิดของเขามาโดยตลอด

อินซ์ กำชับอย่างหนักแน่นว่า เขาอยากให้แฟนบอลไม่ต้องไปพยายาม หรือคาดหวังเรื่องการให้เบ็คแฮม ทำการกระชากบอลผ่านนักเตะคนอื่น รวมถึงโชว์ทักษะลูกเล่นที่สวยงาม เพราะเบ็คแฮม มีจุดเด่นอื่นมาทดแทน เมื่อคู่แข่งลองเปิดพื้นที่ว่างแล้ว เขาจะผ่านบอลชนิดที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต

โดยจากการจดบันทึกสถิติพบว่า ตลอดอาชีพการเป็นนักเตะของเบ็คแฮม ทั้งในนามสโมสร และทีมชาติอังกฤษ เบ็คแฮม สามารถยิงประตูจากการซัดฟรีคิกมากถึง 65 ประตู ถือเป็นจำนวนที่มากพอสมควรเลย จากตัวเลขดังกล่าว ทำให้เขาติดอันดับหัวแถวของโลก ในการเป็นมือสังหารฟรีคิก

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยทราบมาก่อน นั่นคือแรงบันดาลใจในการยิงฟรีคิกของเบ็คแฮม ที่เขาผูกพันมาตั้งแต่เด็ก โดยมันเริ่มต้นจากการไล่เตะตุ๊กตาหมี อุปกรณ์ที่หลายคนแทบจะไม่อยากเชื่อว่า มันจะสามารถกลายมาเป็นอุปกรณ์ในเชิงลูกหนังได้ แต่มันก็เป็นไปแล้ว 

ความทรงจำลูกนิ่ง เดวิด เบ็คแฮม

เบ็คแฮม ออกมาย้อนความทรงจำในวัยเด็กของตัวเองว่า เมื่อพ่อของเขาเดินทางกลับมาจากที่ทำงาน พ่อมักจะพาเขาไปเล่นฟุตบอลด้วยกันอยู่เสมอ พ่อชอบที่จะยืนระหว่างเขากับประตู เพื่อให้เขาเตะบอลให้โค้งผ่านตัวไป นี่คือสิ่งที่พยายามปลูกฝัง และฝึกฝนมาตลอด ผ่านการเล่นตั้งแต่เย็น จนแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไป

เบ็คแฮม กล่าวต่อว่า “ย้อนกลับไปเวลานั้น ที่เขาเล่นฟุตบอลกับพ่อ หลายคนพากันมองมา และอาจคิดว่าพวกเขาบ้าไปแล้ว กระนั้น เขาและพ่อ ต่างเล่นฟุตบอลกันจนถึงพระอาทิตย์ตกดิน โดยอาศัยแสงไฟที่ลอดจากหน้าต่างของบ้านเรือนผู้คน ที่ตั้งอยู่รอบๆสวนสาธารณะ”

เบ็คแฮม เปิดเผยถึงเรื่องราวที่น่าสนใจว่า เขาไม่ได้รับอนุญาตจากครอบครัว ในการไล่หวดลูกฟุตบอลในบ้านของตัวเอง เพราะสุ่มเสี่ยงเหลือเกินที่ ข้าวของในบ้านจะเกิดความเสียหาย ดังนั้น เขาต้องพยายามค้นหาวิธี ผ่านอุปกรณ์ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อเครื่องใช้ภายในบ้านมากนัก

DB7 จึงต้องแก้ปัญหาด้วยการฝึกเตะตุ๊กตาหมี โดยอาศัยห้องนอนของพี่สาวเป็นสถานที่ ตอนนั้นคุณแม่มองว่ามันเป็นเรื่องตลก แต่มันแสดงให้เห็นว่า เขารักฟุตบอลมากมายแค่ไหน เขาอาศัยการเตะตุ๊กตาหมี เพื่อเป็นการฝึกการควบคุมน้ำหนัก และทิศทาง พร้อมกับจินตนาการว่า มันคือลูกฟุตบอลจริงๆ

และนี่คือเบื้องหลังบางเสี้ยว ที่ทำให้เบ็คแฮม กลายมาเป็นยอดนักยิงฟรีคิกคนหนึ่งของโลกลูกหนัง  แทงบอลออนไลน์

วิเคราะห์บอล แอสตัน วิลล่า – แมนฯ ซิตี้

Aston Villa

Aston Villa

Aston Villa สิงห์ผงาด แพ้ถึงครึ่งหนึ่งจากการเล่น 16 นัดในลีกปี 2021 และก็เอาชนะได้เพียงเกมเดียวจาก 6 นัดหลังสุดด้วย

กุนซือ ดีน สมิธ จะไม่สามารถใช้งาน เทรเซเก้ต์ ปีกชาวอียิปต์ที่เข้ารับการผ่าตัดหัวเข่า ขณะที่ แจ็ค กรีลิช ซึ่งชวดลงสนามมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์จากปัญหาที่หน้าแข้งก็ยังไม่พร้อมกลับมา

นอกจากนี้ มอร์กกาน ซ็องซง ก็จะเล่นไม่ได้เช่นกัน หลังมีอาการเจ็บเข่า ขณะที่ เวสเล่ย์ กองหน้าบราซิเลี่ยนนั้นยังไม่พร้อมคืนทีม หลังหายหน้าไปมากกว่า 15 เดือนจากปัญหาเอ็นไขว้หน้าหัวเข่า

Man City

เรือใบ กำลังมองหาโอกาสคว้าชัยนอกบ้านเป็นเกมที่ 10 ติดต่อกันในพรีเมียร์ลีก พวกเขาทำสถิติสถิติสโมสรกับการเอาชนะนอกบ้าน 16 นัดติดรวมทุกรายการ และไม่แพ้เลยจาก 19 เกมเยือนที่ผ่านมา

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือชาวสเปนจะไม่มี เควิน เดอ บรอยน์ กองกลางตัวเก่งที่เจ็บเท้า และข้อเท้าขวาระหว่างเกมเอฟเอ คัพ รอบตัดเชือก เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ในรายของ เซร์คิโอ อเกวโร่ กองหน้าของทีมก็หวังว่าจะพิสูจน์ความฟิตได้ หลังต้องพลาดลงสนามมาตลอด 3 นัดหลังสุดจากปัญหาที่กล้ามเนื้อ

11 players as expected

Aston Villa (4-2-3-1) : เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ – แม็ตตี้ แคช, เอซรี่ คอนซ่า, ไทโรน มิงก์ส, แม็ตต์ ทาร์เก็ตต์ – จอห์น แม็คกินน์, ดั๊กลาส ลุยซ์ – เบอร์ทรานด์ ตราโอเร่, รอสส์ บาร์คลี่ย์, อันวาร์ เอล กาซี่ – โอลลี่ วัตกิ้นส์

Man City (4-3-3) : เอแดร์ซอน – ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, รูเบน ดิอาส, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ – แบร์นาร์โด้ ซิลวา, โรดรี้ เอร์นานเดซ, อิลคาย กุนโดกัน – ริยาด มาห์เรซ, กาเบรียล เชซุส, ฟิล โฟเด้น

 ผู้ตัดสิน : ปีเตอร์ แบงค์ส

คืนวันพุธ ที่ 21 เมษายน 2564  แทงบอลออนไลน์

เบล การันตี สนแค่ตั้งเป้าพาไก่จบท็อปสี่ของตาราง

แกเร็ธ เบล

แกเร็ธ เบล

แกเร็ธ เบล ปีกปีกของสเปอร์สยืนยันว่าความสำคัญสูงสุดของเขาคือการพยายามช่วย

ให้ต้นสังกัดจบสี่อันดับแรก แม้ว่าเขาจะถูกวิพากษ์วิจารณ์มากมายหลังเอาชนะเซา

แธมป์ตัน 2-1 ในรอบก่อนหน้านี้ ทีมชาติเวลส์ที่ยิงประตูตีเสมอในเกมนี้กล่าวว่า

“เซาแธมป์ตันมาหาเราและสร้างความกดดันให้กับเราอย่างมากในช่วงครึ่งปีแรกเรา

มีเวลาเพียง 2-3 วันในการทดลองใช้กับผู้จัดการทีมคนใหม่ ลองดูสิจะต้องใช้เวลาสักระยะ

แต่เรามีการพูดคุยกันอย่างดีเกี่ยวกับสิ่งที่เราทำได้ในช่วงพักครึ่งเราทำได้ดีในครึ่งหลัง

ของปีเราคุมเกมได้และควรจะชนะ ” “มันสำคัญมากสำหรับฉัน (จำนวนประตู) แต่มากกว่า

ที่สโมสรและแฟน ๆ ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันทุกคนพูดถึงฉันมากมาย แต่มันไม่มีผลอะไรกับฉัน

ฉันไม่สนใจตัวเอง , ผมต้องการรักษาสปอร์เอาไว้จริงๆดังนั้นการชนะจึงเป็นสิ่งสำคัญ

เรายังมีโอกาสที่จะอยู่ในสี่อันดับแรกดังนั้นเราจะต่อสู้จนถึงที่สุด ” “เราต้องทำได้ดีกว่านี้เรา

เป็นทีมใหญ่ที่มีผู้เล่นที่ดีและเราต้องเล่นเกมรุกมากขึ้นและอยู่ในระดับที่สูงขึ้นในสนาม

“ขณะเดียวกับ เบล ยังได้แสดงความคิดเห็นถึงยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ ลีก ว่า “พวกเราในฐานะ

นักเตะทุกคน เราโฟกัสก็คือพยายามทำให้ผู้จัดการทีมคนใหม่ตั้งตัวได้ เรื่องนี้จบไปแล้ว

เท่าที่ผมกังวล มันไม่ได้เกิดขึ้น ดังนั้นเราทุกคนก็ทำได้ดีตามปกติ” แทงบอลออนไลน์

มิลานเช็กฟิต’อิบรา’1ใน4ตัวหลักเกมเจอ’ซาสซู’ และ เบรธเวตเจ็บข้อเท้าพลาดลงช่วยบาร์ซ่าอย่างน้อย2เกม

เอซี มิลาน ต้องลุ้นความฟิตของ 4 ตัวหลัก
เอซี มิลาน ต้องลุ้นความฟิตของ 4 ตัวหลัก

เอซี มิลาน ต้องลุ้นความฟิตของ 4 ตัวหลัก ซลาตัน อิบราฮิโมวิช, เตโอ แอร์กน็องเดซ, ฮาคาน ชาลาโนลู และ อิสมาเอล เบนนาเซอร์ สำหรับเกมเจอ ซาสซูโอโล่ วันพุธนี้ มิลาน จะเปิดรัง ซาน ซีโร่ ต้อนรับการมาเยือนของ ซาสซูโอโล่ เกมเซเรียอา วันพุธนี้ โดยเทรนเนอร์ สเตฟาโน่ ปิโอลี่ พูดถึงสภาพทีมที่ต้องเช็กอาการและความพร้อมของนักเตะหลายคนก่อนเกม

“จะเป็นเกมที่แตกต่างไปจากการเล่นกับ เจนัว, ซาสซูโอโล่ เตรียมตัวสำหรับเกมแบบนี้ได้ดีมาก เราต้องพร้อมสำหรับเกมนี้ ทั้งสองทีมชอบเล่นเกมรุก เราจึงมีพื้นที่เล่นมากขึ้น แต่ ซาสซูโอโล่ สามารถสร้างปัญหาให้กับทุกทีมได้”

“เรามีปัญหาเล็กน้อยสำหรับเกมวันพรุ่งนี้ อิบรา, เตโอ, ชาลาโนลู และ เบนนาเซอร์ มีปัญหาเล็กน้อยตอนซ้อม เราต้องประเมินอาการพวกเขาอีกครั้งในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้”

“โรมันโยลี่ ยังคงไม่ฟิต 100 เปอร์เซนต์ แต่เขาจะพร้อมเร็วๆ นี้ มานชูคิช ทำได้ดี (เกมกับ เจนัว) เขายังไม่อาจเล่นเต็ม 90 นาทีได้ แต่ผมไว้วางใจเขา เขาจะช่วยเราได้” ปิโอลี่ กล่าว

มาร์ติน เบรธเวต – Barcelona
มาร์ติน เบรธเวต

มาร์ติน เบรธเวต กองหน้าทีมชาติเดนมาร์กของ บาร์เซโลน่า จะพลาดลงช่วยทีมอย่างน้อย 2 เกมหลังบาดเจ็บข้อเท้าจากการฝึกซ้อมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

บาร์เซโลน่า จะไม่มี มาร์ติน เบรธเวต ลงเล่นอย่างน้อย 2 เกมและอาจจะพลาดการลงเล่นตลอดช่วงที่เหลือของซีซั่นนี้ หลังกองหน้าทีมชาติเดนมาร์กบาดเจ็บข้อเท้าจากการฝึกซ้อมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ตามรายงานจากมาร์ก้า

ทีมอาซูลกราน่ายืนยันว่า เบรธเวต บาดเจ็บข้อเท้าระหว่างการฝึกซ้อมในช่วงเช้าวันอังคารที่ผ่านมาและตอนนี้กำลังเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูร่างกาย โดยไม่มีการระบุกรอบเวลาชัดเจนว่ากองหน้าวัย 29 ปีจะใช้เวลาพักรักษาตัวมากน้อยเพียงใด

ตามรายงานระบุว่า เบรธเวต จะพลาดลงสนามอย่างน้อย 2 เกมรับมือ เคตาเฟ่ ในวันพฤหัสฯนี้ ต่อด้วยเกมเยือน บียาร์เรอัล ช่วงสุดสัปดาห์ โดยมีการคาดการณ์ว่ากองหน้าวัย 29 ปีอาจจะพักราวหนึ่งเดือน นั่นหมายความว่าเขาอาจจะกลับมาลงเล่นได้เฉพาะเกมกับ เออิบาร์ ในนัดสุดท้ายของซีซั่นเท่านั้น แทงบอลออนไลน์

ซีดานขอไม่แสดงความเห็นถึงซูเปอร์ลีก

ซีเนดีน ซีดาน
ซีเนดีน ซีดาน
ซีเนดีน ซีดาน

ซีเนดีน ซีดาน ไม่ยอมที่จะพูดถึงประเด็น ซูเปอร์ลีก โดยการันตีว่าเป็นปริศนาสำหรับ ฟลอเรนตีโน่ เปเรซ ประธานสโมสร เรอัล มาดริด แค่นั้น

ซีเนดีน ซีดาน เทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศสของ เรอัล มาดริด ไม่ยอมที่จะให้ความคิดเห็นถึงการเข้าร่วมศึก ‘ซูเปอร์ลีก’ ของทัพ ‘โลส บลังโกส’ ซึ่งกำลังกลายเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันในขณะนี้ ตามรายงานจากมาร์ก้าเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา 

เรอัล มาดริด เป็น 1 ใน 12 สโมสรยักษ์ใหญ่ของยุโรปที่รับรองความตั้งใจที่จะเข้าร่วมรายการใหม่อย่าง ‘ซูเปอร์ลีก’ เหมือนกันกับสองทีมคู่ปรับร่วมลีกอย่าง บาร์เซโลน่า และ แอตเลติโก มาดริด แต่ ซีดาน ปฏิเสธที่จะพูดถึงประเด็นดังกล่าวหลังถูกตั้งคำถามจากสื่อเมืองกระทิง

‘นี่เป็นคำถามสำหรับประธานสโมสร ผมมาตรงนี่เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเกม (กับ กาดีซ)’ ซีดาน กล่าว

‘พวกเรายังไม่ได้เสวนาเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการถูกแบนในแชมเปี้ยนส์ลีกสำหรับทีมที่เข้าร่วม ซูเปอร์ลีก ไม่มีอะไร เรายังไม่ได้พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนั้น’

‘ผมจะไม่ให้ความเห็นเกี่ยวกับ ซูเปอร์ลีก คุณสามารถเรียกได้ว่าผมไม่เคยเกี่ยวโยงและนั่นเป็นความจริง’

ซีดาน ยังเอ่ยถึงความพร้อมของทีมชุดขาวในเกมเยือน กาดีซ วันพุธนี้อีกทั้ง โทนี่ โครส กับ เอแด็น อาซาร์ จะไม่เดินทางไปเยือนแคว้นอันดาลูเซีย เนื่องจากวย่าปัญหาบาดเจ็บและยังต้องรอการประเมินสภาพร่างกายอีกครั้งก่อนเกมกับ เรอัล เบติส ตอนสุดสัปดาห์นี้  แทงบอลออนไลน์

บาเดียชิล” เผยเหตุผลที่ไม่ย้ายไปแมนยู และได้พูดว่าไม่เคยเสียใจที่ปฏิเสธข้อเสนอนี้

ข่าวฟุตบอลลีกเอิง ฝรั่งเศส “บาเดียชิล” มั่นใจอยู่ที่เดิมดีกว่า กับการปฏิเสธแมนยู

ข่าวฟุตบอลลีกเอิง ฝรั่งเศส “บาเดียชิล” มั่นใจอยู่ที่เดิมดีกว่า กับการปฏิเสธแมนยู ข่าวฟุตบอลลีกเอิง ฝรั่งเศส การเสริมทีมของทัพ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมแกร่งจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นที่สนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะข่าวลือการดึงตัวกองหลังจอมเทคนิคอย่าง เบอนัวต์ บาเดียชิล เข้าเสริมทีม ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีอย่างยิ่งให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด

ล่าสุดเจ้าตัวก็ได้ออกมาแถลงการณ์อย่างตรงไปตรงมาว่าไม่เคยเสียใจที่เคย “ปฏิเสธ” ไปค้าแข้งยังถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดเมื่อช่วงฤดูร้อนปีที่แล้ว พร้อมทั้งพูดถึงเหตุผลที่ไม่ย้ายไปค้าแข้งยังทีมดังอย่าง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

ข่าวฟุตบอลลีกเอิง ฝรั่งเศส

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีความสนใจในการหาเซ็นเตอร์แบ็คคนใหม่ให้แก่ทีมเพื่อที่จะมาประกบคู่กับกองหลังกัปตันทีมอย่าง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เมื่อในช่วงปีที่แล้ว ซึ่ง เบอนัวต์ บาเดียชิล ปราการหลัง วัย 19 ปีจาก อาแอส โมนาโก เป็นทางเลือกที่ดีอย่างมาก เนื่องจากผลงานที่โดดเด่นของกองหลังร่างยักษ์ที่เป็นที่จับตามองเป็นอย่างมาก

ซึ่งหลังจากเกิดข่าวลืออกมาต่อเนื่อง ล่าสุด เบอนัวต์ บาเดียชิล กองหลังดาวรุ่งก็ได้ออกมายืนยันชัดเจนว่า ในตอนนี้เจ้าตัวได้รับข้อเสนอจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างไรก็ตาม เบอนัวต์ บาเดียชิล ก็เลือกที่จะอยู่กับสโมสร อาแอส โมนาโก ต่อไป พร้อมทั้งเปิดเผยว่าตนไม่สนใจที่จะย้ายไปยังถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดเพราะมุ่งเน้นในการหาประสบการณ์ภายในลีกเอิงก่อน

เบอนัวต์ บาเดียชิล เจ้าหนูจอมแกร่งได้ออกมาพูดกับสื่อกีฬาชื่อดังของฝรั่งเศส RMC Sports ว่า มันเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง อย่างแรกก็คือ ตนไม่ได้มีความสุขกับซีซั่นที่ดีเท่าไหร่ ในช่วงแรกๆ ที่ได้ย้ายมาอยู่กับ โมนาโก ทีมของตนเล่นเพื่อที่จะรักษาตัวเองให้อยู่รอดต่อไปเรื่อยๆ

แต่ในตอนนี้ เบอนัวต์ บาเดียชิล เผยว่าทีมก็กำลังประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงในการขึ้นเป็นอันดับต้นๆ ของตารางคะแนนเกมลีก ซึ่งตนคิดว่าการที่อยู่กับทีมต่อไปนั้นเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง พร้อมทั้งเผยว่าตนคิดว่าทีมกำลังไปในเส้นทางที่ถูกต้องและพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีในซีซั่นนี้ พร้อมยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ไม่เสียใจที่ไม่ย้ายไปอยู่กับทีมดังอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

อาแอส โมนาโก ในตอนนี้อยู่อันดับที่ 4 ของตารางคะแนนเกมลีก ด้วย 52 แต้มจากการลงแข่งขันทั้งหมด 26 แมตช์ โดยมีแต้มห่างจากทีมอันดับ 1 อยู่เพียงแค่ 6 คะแนนเท่านั้น ซึ่งจากการเล่าถึงการปฏิเสธกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ของ เบอนัวต์ บาเดียชิล นั้น ทางด้านรองประธานของ อาแอส โมนาโก ก็ออกมายืนยันว่าแข้งดาวรุ่งกำลังจะย้ายสังกัดไปตอนซัมเมอร์ปีที่แล้ว แต่ผู้จัดการทีม นิโก โควัช ไม่ต้องการจะปล่อยตัวเขาไป แทงบอลออนไลน์

Scroll To Top