อาหาร ของหวาน และเครื่องดื่ม

หนังดีดีHD ที่ไม่ควรพลาดในทศวรรษที่ผ่านมา moviefree8k

1.Silence ( 2016 ) หนังดีดีHD หนังเรื่องนี้ไม่ได้พยายามโน้มน้าวให้เราเชื่อในศาสนาคริสต์หรือไม่เชื่อในศาสนา( Atheism ) แต่อย่างใด เเต่มันมีเเง่มุมที่น่าสนใจหลาย ๆ อย่างมากกว่านั้นถ้าเราได้เข้าไปผจญภัยกับพวกเขาอย่างเปิดใจ แต่ต้องยอมรับว่า Silence เป็นหนังที่ดูยากเรื่องหนึ่งเพราะมันเต็มไปด้วยภาพที่รุนแรง สะเทือนอารมณ์

นี่เป็นหนังเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังเเละอารมณ์ที่ยากจะอธิบาย คล้าย ๆ กับความรู้สึกเเรกที่เราได้ดู Apocalypse Now หรือ Schindler’s List มันรู้สึกได้ทันทีว่านี่คือหนังที่สำคัญ ที่กำลังส่งผ่านเมสเสจที่ยิ่งใหญ่ของยุคสมัยมาให้แก่เรา

หนังไม่ลังเลที่จะถามเราด้วยคำถามที่ยิ่งใหญ่ พร้อมกดดันให้เราต้องหาคำตอบให้ได้อย่างไม่ประนีประนอม ว่าทำไมเราต้องมีความเชื่อ , อะไรคือคุณค่าของการมีชีวิต , ความเชื่อของเรานำไปสู่อะไรได้บ้าง , อะไรที่ทำให้เรายังมีชีวิตอยู่ , เราต้องเเสดงออกในความเชื่อของเราหรือไม่ , ความเชื่อนำพาสันติสุขได้จริงเหรอ หรือความเชื่อนั่นแหละที่ทำให้คนเห็นเเก่ตัวมากขึ้น แล้วอะไรล่ะที่เป็นเส้นแบ่งของความเสียสละกับความเห็นแก่ตัว ฯลฯ

ในขณะเดียวกันหนังก็เหมือนพยายามวัดระดับ “การเปิดใจ” ของเรา และพยายามทำลายความเป็นโรดิเกซ(ตัวละครหลัก)ในตัวเราอยู่ตลอดเวลา ที่มีสภาวะดึงดันยึดมั่นกับความเชื่อของตัวเองเหนือสิ่งอื่นใด

หนังเปิดพื้นที่ให้เราครุ่นคิดตั้งเเต่ต้นจนจบ โดยที่ไม่ชี้นำว่าเราควรจะคิดเเบบไหน นับถือศาสนาอะไร หรือเชื่อในอะไร แต่สิ่งที่เราชื่นชอบที่สุดในหนังคือวิธีการที่ตัวละครใช้สื่อสารกัน พวกเขาจะกระซิบกันเป็นส่วนใหญ่ จนการกระซิบนั้นได้แปรเปลี่ยนเป็นความเงียบ ที่ยิ่งเงียบเท่าไรก็ดูเหมือนความรู้สึกจะยิ่งส่งเสียงออกมาชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ

2.Mad Max : Fury Road ( 2015 )

หนังดีดีHD นี่คือหนังแอคชั่นที่ดึงความ Feminist เข้ามาผสมกับความ Masculinity ได้เร้าใจที่สุดตั้งเเต่ที่เคยมีมา ทั้งยังสามารถสนุกสนาน เมามันสุด ๆกับสิ่งที่หนังได้ใส่เข้ามาหาคนดูอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เป็นหนังที่ได้สร้างมาตรฐานหนังแอคชั่นยุคใหม่อย่างเเท้จริง ว่ามันจะต้องมีฉากแอคชั่นระดับไคลแม็กซ์ เข้ามาอย่างต่อเนื่องในทุก ๆ 5 นาที ดังเช่นที่เกินใน Avenger , John Wick เเต่ยังคงไว้ซึ่งความสำคัญของเนื้อเรื่องเอาไว้อยู่

3.Parasite ( 2019 )

หนังดีดีHD สิ่งที่ชอบที่สุดในหนังของบงจุงโฮ คือการที่เขาสามารถหาช่องทางในการใส่มุกตลกเข้าไปในหนังจนได้เเม้ว่าเรื่องราวจะดราม่าเเค่ไหนก็ตาม และก็สามารถแบ่งที่ว่างให้คนดูได้ตีความถึงเมสเสจที่ซ่อนอยู่ได้อย่างพอดี

หนังเข้าใจการเร้าจังหวะ เร่งหัวใจของคนดู เเละมีการผสมผสานอารมณ์ได้อย่างลงตัว ทั้งความตลกร้าย ความดราม่าเสียดสีสังคม ความสยองขวัญลึกลับ ดูเป็นหนังแมส หนังครอบครัวที่ไม่ดูง่ายจนเกินไป เเต่เข้าถึงง่าย

การที่หนังทำให้ชาวอเมริกัน(ชนชาติที่เกลียดการอ่านซับเป็นที่สุด) ยอมรับหนังเรื่องนี้ได้ ก็ถือว่าเป็นบทพิสูจน์ถึงคุณภาพของหนังได้ดีเลยทีเดียว

4. Inception ( 2010 )

หนังดีดีHD ถ้าลองหาเส้นมาตรฐานมาหนึ่งเส้นเพื่อเเบ่งว่า หนังเเบบไหนที่มีเพียงฮอลลีวูดทำได้ กับหนังแบบไหนที่ “ไม่ต้อง” ฮอลลีวูดก็ทำได้ Inception คือเส้นแบ่งนั้น มันเป็นงานที่มี Production ยิ่งใหญ่และมีเนื้อหาที่เข้มข้น คือการทำเรื่องเพ้อเจ้อเหนือจินตนาการให้ดูน่าเชื่อถือ ที่สำคัญคือ มันเป็น “สิ่งใหม่” ในโลกภาพยนตร์ที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับหนังเรื่องอื่น ๆ

5. Poetry ( 2010 )

เป็นเรื่องราวของหญิงชราที่พบว่าตนเองเป็นโรคอัลไซเมอร์ ส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเธอคือการเรียนเขียนกลอนและเธอก็ทำได้ดี ส่วนหนึ่งทำงานหาเงินในอาชีพที่ไม่ค่อยน่าทำเท่าไร อีกส่วนหนึ่งต้องจัดการกับปัญหาของหลานชายของเธอ ที่เธอกำลังสงสัยว่าเขาได้ทำเรื่องเลวร้ายบางอย่างมา สิ่งที่อีชางดงทำได้เก่งสุด ๆ

คือ เขารู้วิธีดึงเสน่ห์ตัวละครที่มีอดีตอันขมขื่นออกมาได้อย่างงดงาม พร้อมกับการหักมุมด้วยวิธีพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์ โดยการให้เราหักมุมหนังด้วยตัวของเราเอง! และเข้าใจเนื้อหาของเรื่องในส่วนที่ไม่ได้เล่าออกมา! เช่น “ยายคนนั้นอาจจะเคย…มาก่อน” “เขาคนนั้นอาจจะเคย…มาก่อน” “เหตุการณ์นั้นอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นจริง?” มันเป็นช่องว่างวิเศษที่เหมือนว่ามีเเต่อีชางดงเท่านั้นที่ทำอะไรเเบบนี้ได้ การตกผลึกทางความคิดหลังจากได้ดูหนังของเขาทำให้มาตรฐานในการดูหนังของเราเปลี่ยนไป

6. Incendies ( 2010 )

หนึ่งสิ่งที่เรามักเเอบคาดหวังในการดูหนังที่มีเนื้อหาเข้มข้น ๆ ดิบ ๆ ที่เกี่ยวกับผลกระทบจากสงคราม คือ ตัวเรื่องจะพาเราไปในพื้นที่อันตรายมากเเค่ไหน ลงลึกถึงเพียงใด ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็พาเราไปลึกจริง ๆ เเละรู้สึกเรียลสุด ๆ สะเทือนใจสุด ๆ ถ้าคุณพร้อมที่จะรับมือกับอารมณ์หดหู่บาดลึก มึนเมาในห่วงความคิดเหมือนเพลงของ Radiohead หลอกหลอนในความรู้สึกถึงขั้นรบกวนจิตใจ Incendies เป็นหนังที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

หนังดีดีHD ที่ไม่ควรพลาดในทศวรรษที่ผ่านมา ! – moviefree8k

1.Silence ( 2016 )

หนังดีดีHD หนังเรื่องนี้ไม่ได้พยายามโน้มน้าวให้เราเชื่อในศาสนาคริสต์หรือไม่เชื่อในศาสนา( Atheism ) แต่อย่างใด เเต่มันมีเเง่มุมที่น่าสนใจหลาย ๆ อย่างมากกว่านั้นถ้าเราได้เข้าไปผจญภัยกับพวกเขาอย่างเปิดใจ แต่ต้องยอมรับว่า Silence เป็นหนังที่ดูยากเรื่องหนึ่งเพราะมันเต็มไปด้วยภาพที่รุนแรง สะเทือนอารมณ์

นี่เป็นหนังเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังเเละอารมณ์ที่ยากจะอธิบาย คล้าย ๆ กับความรู้สึกเเรกที่เราได้ดู Apocalypse Now หรือ Schindler’s List มันรู้สึกได้ทันทีว่านี่คือหนังที่สำคัญ ที่กำลังส่งผ่านเมสเสจที่ยิ่งใหญ่ของยุคสมัยมาให้แก่เรา

หนังไม่ลังเลที่จะถามเราด้วยคำถามที่ยิ่งใหญ่ พร้อมกดดันให้เราต้องหาคำตอบให้ได้อย่างไม่ประนีประนอม ว่าทำไมเราต้องมีความเชื่อ , อะไรคือคุณค่าของการมีชีวิต , ความเชื่อของเรานำไปสู่อะไรได้บ้าง , อะไรที่ทำให้เรายังมีชีวิตอยู่ , เราต้องเเสดงออกในความเชื่อของเราหรือไม่ , ความเชื่อนำพาสันติสุขได้จริงเหรอ หรือความเชื่อนั่นแหละที่ทำให้คนเห็นเเก่ตัวมากขึ้น แล้วอะไรล่ะที่เป็นเส้นแบ่งของความเสียสละกับความเห็นแก่ตัว ฯลฯ

ในขณะเดียวกันหนังก็เหมือนพยายามวัดระดับ “การเปิดใจ” ของเรา และพยายามทำลายความเป็นโรดิเกซ(ตัวละครหลัก)ในตัวเราอยู่ตลอดเวลา ที่มีสภาวะดึงดันยึดมั่นกับความเชื่อของตัวเองเหนือสิ่งอื่นใด

หนังเปิดพื้นที่ให้เราครุ่นคิดตั้งเเต่ต้นจนจบ โดยที่ไม่ชี้นำว่าเราควรจะคิดเเบบไหน นับถือศาสนาอะไร หรือเชื่อในอะไร แต่สิ่งที่เราชื่นชอบที่สุดในหนังคือวิธีการที่ตัวละครใช้สื่อสารกัน พวกเขาจะกระซิบกันเป็นส่วนใหญ่ จนการกระซิบนั้นได้แปรเปลี่ยนเป็นความเงียบ ที่ยิ่งเงียบเท่าไรก็ดูเหมือนความรู้สึกจะยิ่งส่งเสียงออกมาชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ

2.Mad Max : Fury Road ( 2015 )

หนังดีดีHD นี่คือหนังแอคชั่นที่ดึงความ Feminist เข้ามาผสมกับความ Masculinity ได้เร้าใจที่สุดตั้งเเต่ที่เคยมีมา ทั้งยังสามารถสนุกสนาน เมามันสุด ๆกับสิ่งที่หนังได้ใส่เข้ามาหาคนดูอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เป็นหนังที่ได้สร้างมาตรฐานหนังแอคชั่นยุคใหม่อย่างเเท้จริง ว่ามันจะต้องมีฉากแอคชั่นระดับไคลแม็กซ์ เข้ามาอย่างต่อเนื่องในทุก ๆ 5 นาที ดังเช่นที่เกินใน Avenger , John Wick เเต่ยังคงไว้ซึ่งความสำคัญของเนื้อเรื่องเอาไว้อยู่

3.Parasite ( 2019 )

หนังดีดีHD สิ่งที่ชอบที่สุดในหนังของบงจุงโฮ คือการที่เขาสามารถหาช่องทางในการใส่มุกตลกเข้าไปในหนังจนได้เเม้ว่าเรื่องราวจะดราม่าเเค่ไหนก็ตาม และก็สามารถแบ่งที่ว่างให้คนดูได้ตีความถึงเมสเสจที่ซ่อนอยู่ได้อย่างพอดี

หนังเข้าใจการเร้าจังหวะ เร่งหัวใจของคนดู เเละมีการผสมผสานอารมณ์ได้อย่างลงตัว ทั้งความตลกร้าย ความดราม่าเสียดสีสังคม ความสยองขวัญลึกลับ ดูเป็นหนังแมส หนังครอบครัวที่ไม่ดูง่ายจนเกินไป เเต่เข้าถึงง่าย

การที่หนังทำให้ชาวอเมริกัน(ชนชาติที่เกลียดการอ่านซับเป็นที่สุด) ยอมรับหนังเรื่องนี้ได้ ก็ถือว่าเป็นบทพิสูจน์ถึงคุณภาพของหนังได้ดีเลยทีเดียว

4. Inception ( 2010 )

หนังดีดีHD ถ้าลองหาเส้นมาตรฐานมาหนึ่งเส้นเพื่อเเบ่งว่า หนังเเบบไหนที่มีเพียงฮอลลีวูดทำได้ กับหนังแบบไหนที่ “ไม่ต้อง” ฮอลลีวูดก็ทำได้ Inception คือเส้นแบ่งนั้น มันเป็นงานที่มี Production ยิ่งใหญ่และมีเนื้อหาที่เข้มข้น คือการทำเรื่องเพ้อเจ้อเหนือจินตนาการให้ดูน่าเชื่อถือ ที่สำคัญคือ มันเป็น “สิ่งใหม่” ในโลกภาพยนตร์ที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับหนังเรื่องอื่น ๆ

5. Poetry ( 2010 )

หนังดีดีHD เป็นเรื่องราวของหญิงชราที่พบว่าตนเองเป็นโรคอัลไซเมอร์ ส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเธอคือการเรียนเขียนกลอนและเธอก็ทำได้ดี ส่วนหนึ่งทำงานหาเงินในอาชีพที่ไม่ค่อยน่าทำเท่าไร อีกส่วนหนึ่งต้องจัดการกับปัญหาของหลานชายของเธอ ที่เธอกำลังสงสัยว่าเขาได้ทำเรื่องเลวร้ายบางอย่างมา สิ่งที่อีชางดงทำได้เก่งสุด ๆ

คือ เขารู้วิธีดึงเสน่ห์ตัวละครที่มีอดีตอันขมขื่นออกมาได้อย่างงดงาม พร้อมกับการหักมุมด้วยวิธีพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์ โดยการให้เราหักมุมหนังด้วยตัวของเราเอง! และเข้าใจเนื้อหาของเรื่องในส่วนที่ไม่ได้เล่าออกมา! เช่น “ยายคนนั้นอาจจะเคย…มาก่อน” “เขาคนนั้นอาจจะเคย…มาก่อน” “เหตุการณ์นั้นอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นจริง?” มันเป็นช่องว่างวิเศษที่เหมือนว่ามีเเต่อีชางดงเท่านั้นที่ทำอะไรเเบบนี้ได้ การตกผลึกทางความคิดหลังจากได้ดูหนังของเขาทำให้มาตรฐานในการดูหนังของเราเปลี่ยนไป

6. Incendies ( 2010 )

หนึ่งสิ่งที่เรามักเเอบคาดหวังในการดูหนังที่มีเนื้อหาเข้มข้น ๆ ดิบ ๆ ที่เกี่ยวกับผลกระทบจากสงคราม คือ ตัวเรื่องจะพาเราไปในพื้นที่อันตรายมากเเค่ไหน ลงลึกถึงเพียงใด ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็พาเราไปลึกจริง ๆ เเละรู้สึกเรียลสุด ๆ สะเทือนใจสุด ๆ ถ้าคุณพร้อมที่จะรับมือกับอารมณ์หดหู่บาดลึก มึนเมาในห่วงความคิดเหมือนเพลงของ Radiohead หลอกหลอนในความรู้สึกถึงขั้นรบกวนจิตใจ Incendies เป็นหนังที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

7. Manchester by the sea ( 2016 )

Manchester by the Sea คือ ผู้ท้าชิง Oscar ประจำปีนี้ที่น่าจะตามองมากๆ ด้วยการเข้าชิง Oscar ถึง 6 รางวัล และยังได้รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากเวทีลูกโลกทองคำมาแล้ว อีกทั้งยังได้รับเสียงชื่นชมจากเทศกาลหนังใหญ่ๆมากมาย ดังนั้น Manchester by the Sea ถือเป็นตัวเก็งที่คอหนังผู้ชื่นชอบหนังรางวัลต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดและพลาดไม่ได้จริงๆ

Manchester by the Sea ได้รับการกำกับและเขียนบทโดย Kenneth Lonergan โดยมีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับชีวิตของ Lee Chandler (Casey Affleck) ชายหนุ่มผู้เผชิญความทุกข์อย่างแสนสาหัสมากมายและในครั้งนี้ เขาก็ได้เป็นผู้สูญเสียอีกครั้งในฐานะน้องชายที่ต้องสูญเสียพี่ชาย Joe Chandler (Kyle Chandler) ทำให้เขาต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดการงานศพและเป็นดูแลของ Patrick (Lucas Hedges) ลูกชายของโจ หนุ่มวัยรุ่นที่ไม่มีความสัมพันธ์ไม่ค่อยดีกับลีนัก

Manchester by the Sea เป็นหนังชีวิตที่ดีมากๆเรื่องหนึ่งสำหรับผม ด้วยสไตล์การเล่าเรื่องที่ค่อนข้าง Real และละเมียดละไมในการเล่า Manchester by the Sea มีแก่นหนังอยู่ที่เรื่อง ‘ ความเจ็บปวดของลี ’ ที่ต้องผ่านการสูญเสียสิ่งต่างๆมากมาย จนแทบเรียกได้ว่าชีวิตไม่เหลืออะไรเลย หนังจะค่อยๆเล่าถึงความเจ็บปวดอย่างละเลียด พิถีพิถัน ให้คนดูค่อยๆสัมผัสถึงความเจ็บปวดต่างๆที่เขาต้องเจอ โดยไม่เค้นดราม่าแบบฟ้าถล่มหรือเล่นที่ความเครียดอย่างหนักๆ สุดท้ายเราก็จะรู้สึกสะเทือนใจไปกับชีวิตของลีและเข้าใจว่าทำไมลีถึงไม่แทบไม่เคยยิ้มและหน้าตาอมทุกข์เลยตลอดทั้งเรื่อง

ในส่วนการดำเนินเรื่อง หนังจะดำเนินเรื่องแบบเรื่อยๆ Real และไม่เน้นเค้นอารมณ์มากมาย ค่อยๆปล่อยให้เรื่องราวไหลผ่านผู้ชมไปอย่างช้าๆ แต่เต็มเปี่ยมด้วยอารมณ์ ในช่วงแรกของหนัง หนังจะดำเนินเรื่องแบบช้าๆ (แต่ไม่น่าเบื่อนะ) ดูชีวิตประจำวันของลี ซึ่งเหมือนจะเพื่อให้เราทำความคุ้นเคยกับลีก่อนว่า เขาเป็นคนนิสัยอย่างไร มีความรู้สึกอย่างไร ทำไมเขาถึงทำตัวแปลกแยกหรือบางทีก็ดูซึมๆตลอดเวลา ชีวิตเป็นอย่างไรบ้าง แล้วก็ค่อยๆเฉลยปมหนังทีละจุดในเวลาต่อมา ทั้งเรื่องราวในอดีต ความเจ็บปวดของเขา ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอดีตภรรยา ความรักและความผูกพันระหว่างเขาก็พี่ชาย ตัดสลับกับเล่าเรื่องราวปัจจุบันที่เขาต้องจัดการงานศพและจัดการชีวิตหลานชายที่ไม่ค่อยถูกชะตากับเขา

ในขณะที่หนังดำเนินเรื่องด้วยประเด็นที่ค่อนข้างหนัก แต่หนังสามารถทำให้คนดูสะเทือนอารมณ์ได้แบบไม่บีบอัดเกินไป มิหนำซ้ำหนังยังเป็นธรรมชาติมาก ราวกับชีวิตคนจริงๆที่เราตามดูชีวิตเขาว่าเขาจะเป็นอย่างไร ในเรื่องราวที่มีแต่ความทุกข์ก็มีเรื่องตลกแฝงมาด้วย (แต่ในโทนตลกร้าย ตลกหน้าตาย) นอกจากนี้หนังก็ไม่ได้เน้นไปที่เฉพาะตัวลีอย่างเดียว แต่หนังยังผสมผสานเรื่องราวหลายอย่างเข้าด้วยกัน ทั้งการดำเนินเรื่องผ่านชีวิตของหลานชาย ปัญหาวัยรุ่น ครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ของหลาน การแบกรับความทุกข์จากการสูญเสียคนที่พ่อไปอย่างกะทันหัน จนกระทั่งการรับมืออาที่ไม่ค่อยจะลงรอยกันสักเท่าไร หนังจึงไม่ได้ดราม่าอย่างเดียว แต่เต็มไปด้วยเรื่องราวส่วนผสมมากมายที่ซับซ้อน มาพร้อมกับอารมณ์ที่หลากหลาย

สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ Manchester by the Sea แตกต่างจากหนังเรื่องอื่น ทั้งในแง่เป็นหนังชีวิต หนังครอบครัว หนังปัญหาวัยรุ่นและหนังตลกร้ายในเรื่องเดียว

หนังงน่าดู moviefree8k 6 เรื่อง ที่พลาดแล้วต้องเสียดาย! อัพเดท 2021

หนังน่าดู Netflix หนัง Netflix lalalandLa La Land : นครดารา หนังงน่าดู Netflix แนว Musical ที่ประทับใจใครต่อใครหลายคนมาแล้ว แถมยังคว้ารางวัลจากออสการ์ไปถึง 6 รางวัลอีก โดยเนื้อเรื่องของหนังนั้น ได้เล่าถึงมีอา ที่มีความฝันอยากจะเป็นดารา ส่วนชายหนุ่มเซบาสเตียน ที่ฝันอยากจะเป็นนักดนตรี และอยากเป็นเจ้าของคาเฟ่แจ๊สในมหานครแห่งนี้ เมื่อทั้งสองมาเจอกันจึงเกิดเป็นความรักขึ้นมา และได้ออกเดินทางตามความฝัน แต่ก็ต้องเจออุปสรรคอะไรอีกหลายๆ อย่าง เรื่องนี้ภาพสวย เพลงเราะ นักแสดงดี น่าดูมากๆ

หนังน่าดู Netflix หนัง Netflix into the wild

Into The Wild : เข้าป่าหาชีวิต

หนังงน่าดู Netflix เรื่องต่อมานี้ เหมาะกับสายเข้าป่าและสายเหงาอย่างแท้จริง ว่าด้วยเรื่องราว ที่สร้างจากเรื่อยจริงของ คริสโตเฟอร์ แมคแคนเดิลส์ ที่ได้เรียบจบมหาลัยมาได้ไม่นาน แต่ด้วยความติสท์ และไม่อยากอยู่ในสังคมที่ต้องทำงานไปวันๆ เคา้จึงได้ออกไปตามหาชีวิตที่อลาสกา ที่ที่เค้าฝันว่าจะได้เจอธรรมชาติอันแสนสวยงาม ด้วยการเดินทางทั้งแสนจะลำบาก และมีอุปสรรคอีกมากมาย พร้อมกับเรื่องราวน่าตื่นเต้น ที่ตัวเค้าเองต้องเจออยู่ตลอดเส้นทาง การที่จะออกไปหาความหมายของชีวิต เค้าจะทำได้หรือไม่ หรือว่าทั้งหมดที่ทำมาเป็นความคิดที่ผิดพลาด อยากรู้ต้องไปติดตามดูกันได้ในหนังน่าดู Netflix กันต่อได้เลย หนังเรื่องนี้ภาพวิวและเสียงดีมากๆ ถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ดีพอสมควรเลย

หนังน่าดู Netflix หนัง Netflix white tiger

The White Tiger : พยัคฆ์ขาวรำพัน

หนังงน่าดู Netflix เรื่องต่อมานี้เป็นหนังอินเดีย ที่ไม่ใช่อินเดียแบบเวอร์วังที่เคยเห็นกันมานะ โดยหนังเรื่องนี้ได้สร้างมาจากนิยายชื่อดัง ที่พูดถึงเรื่องราวของ พลราม ฮาลไว เด็กที่มีความรู้เรื่องภาษาอังกฤษ และมีหัวก้าวหน้าไปไกลกว่าเด็กทั่วไป แต่เหมือนสวรรค์จะไม่เข้าข้าง เพราะด้วยความยากจนจึงต้องไปช่วยพ่อ และพี่ชายทำงาน จนสุดท้ายก็ได้คิดนอกกรอบที่เคยอยู่ ไปเป็นคนขับรถให้มหาเศรษฐีในเมืองที่ชื่อ อโศก และ พิงกี้แฟนสาว จากการเรียนรู้สิ่งต่างๆ และดูเหมือนทุกอย่างจะราบรื่นไปได้ สุดท้ายแล้วเขาก็โดนหักหลัง จนต้องคิดวิธีเอาตัวรอด เพื่อมาใช้ชีวิตของตัวเองให้ได้ เรื่องราวการเอาตัวรอดเพื่อหนีชีวิตจนตรอกของตัวเอง จะต้องก้าวข้ามความเหลื่อมล้ำ และชนชั้นไปให้ได้ เรื่องราวจะเป็นยังไงต้องตามไปดูกัน

หนังน่าดู Netflix หนัง Netflix top gun

Top Gun : ท็อปกัน ฟ้าเหนือฟ้า

หนังงน่าดู เก่าแต่ยังเก๋าอยู่อีกหนึ่งเรื่อง ที่เป็นหนังน่าดู Netflix ในตอนนี้ ทั้งความหล่อและความเท่แบบจัดๆ ของพระเอกชื่อดัง ทอม ครูซ ที่ทำให้แว่นแบรนด์ดัง Rey-Ban ถึงกับขายดีเป็นเทน้ำเทท่ากับทรง Aviator หรือแว่นตี๋ใหญ่ หนังเรื่องนี้ได้พูดถึง มาเวอริค ผู้เป็นพระเอกในเรื่อง ที่มีนิสัยออกแนวหัวรั้น ได้ถูกเข้ามาประจำการอยู่ที่หน่วย Top Gun และชอบแหกกฏของทางการบินเป็นประจำ แต่เขาก็มีความมั่นใจในตัวเองสูง จนถึงขั้นสูงเกินไป จนทำให้เกิดเรื่องราวที่เลวร้ายขึ้น และสิ่งนั้นเป็นบทเรียนที่ทำให้เขาต้องเปลี่ยนชีวิตตัวเอง และกลับมาตั้งใจฝึกไปพร้อมกับหน่วย และยังได้เจอกับครูฝึกสุดสวยอย่าง ชาร์ลี ด้วย

หนังน่าดู Netflix หนัง Netflix the naked gun

The Naked Gun : From the files of Police Squad : ปืนเปลือย

Naked Gun 1 : From the Files of Police Squad! เป็นภาพยนตร์คอเมดี้อาชญากรรมอเมริกันปี 1988 ที่กำกับโดย เดวิด ซัคเกอร์ และเผยแพร่โดยพาราเมาท์พิคเจอร์ ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดย เลสลี นีลเซน รับบทเป็นร้อยตำรวจโทแฟรงก์เดรบิน พริสซิลลา เพรสลีย์, ริคาร์โด้ มอนทาบัน, จอร์จ เคนเนดี และ โอ. เจ.

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความตลกขบขันอย่างรวดเร็วรวมถึงการเล่นมุขและภาพและคำพูดมากมาย ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากตัวละครที่แสดงโดยนีลเส็นในซีรีส์ทางโทรทัศน์หน่วยตำรวจ! และยังเป็นภาคต่อของภาคหลัง ทีมสร้างสรรค์หลักที่อยู่เบื้องหลังทีมตำรวจ! และซีรีส์ภาพยนตร์รวมถึงทีมงานของ เดวิด ซัคเกอร์, จิม อับราฮัมส์ และ เจอร์รี ซัคเกอร์ รวมถึง แพท พรอฟต์ ในชุดต่างๆ

เปิดตัวเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2531 ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ซึ่งนำไปสู่สองภาคต่อ: The Naked Gun 2 1⁄2 : The Smell of Fear (1991) และ Naked Gun 33 1⁄3 : The Final Insult (1994)

เรื่องย่อ
ร้อยตำรวจโทแฟรงก์เดรบินหยุดพักร้อนที่เบรุตขัดขวางการประชุมของศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอเมริกา (อูเดย์อามีน, มูอัมมาร์กัดดาฟี, อยาตุลเลาะห์โคไมนี, ยัสเซอร์อาราฟัต, ฟิเดลคาสโตร และ มิคาอิลกอร์บาชอฟ) ที่พยายามคิดแผนการก่อการร้าย เพื่อทำให้สหรัฐฯอับอายในลอสแองเจลิสเจ้าหน้าที่นอร์ดเบิร์กพยายามจับกุมขบวนการค้ายาเฮโรอีนที่ท่าเรือซึ่งจัดโดยวินเซนต์ลุดวิกเจ้าของท่าเทียบเรือและถูกลูกน้องของลุดวิกยิง หลังจากกลับไปที่ LA และได้รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับคดีโดยหัวหน้าของเขากัปตัน เอ็ด ฮอคเกน เดรบินไปเยี่ยมนอร์เบิร์กในโรงพยาบาลนอร์ดเบิร์กให้เบาะแสที่เป็นความลับรวมถึงภาพเรือของลุดวิก ซึ่งมีการจัดการข้อตกลง แฟรงค์พบกับเท็ดโอลเซ่นนักวิทยาศาสตร์ของตำรวจผู้คิดค้นกระดุมข้อมือที่ยิงลูกดอกยากล่อมประสาท แฟรงค์เรียนรู้ผ่านเท็ดว่าเสื้อแจ็คเก็ตของนอร์ดเบิร์กทดสอบเฮโรอีนได้ดี

ทีมตำรวจมีหน้าที่รักษาความปลอดภัยสำหรับการมาเยือนของควีนอลิซาเบธ ที่ 2 ที่ลอสแองเจลิสและเอ็ดบอกแฟรงก์ว่าเขามีเวลา 24 ชั่วโมงในการเคลียร์นอร์เบิร์กก่อนที่คำพูดจะออกมาเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นและเบี่ยงเบนความสนใจจากการมาเยือนของราชินี

เมื่อแฟรงก์ไปเยี่ยมลุดวิกในที่ทำงานลุดวิกรู้ว่านอร์ดเบิร์กยังมีชีวิตอยู่ ลุดวิกมีเจนสเปนเซอร์ผู้ช่วยของเขาคอยช่วยเหลือแฟรงค์ในการสืบสวนและทั้งสองก็ตกหลุมรักกัน อย่างไรก็ตามเจนไม่รู้ถึงกิจกรรมที่ผิดกฎหมายของนายจ้าง หลังจากแฟรงค์ออกจากที่ทำงานลุดวิกได้พบกับปาห์ชเมียร์ผู้เข้าร่วมการประชุมเบรุตเพื่อหารือเกี่ยวกับแผนการลอบสังหารราชินี ลุดวิกตกลงที่จะทำในราคา 20 ล้านดอลลาร์โดยที่ปาห์ชเมียร์สงสัยว่าเขามีแผนจะดึงมันออกไปอย่างไร ลุดวิกอธิบายว่าการใช้บี๊บเขาจะสร้างมือสังหารโดยใช้คำแนะนำหลังการสะกดจิต ลุดวิกพยายามฆ่านอร์ดเบิร์กที่โรงพยาบาลไม่สำเร็จ ขณะที่หมอสะกดจิตหลบหนีแฟรงก์เขาบังเอิญลงเอยด้วยการขี่ขีปนาวุธเข้าไปในร้านดอกไม้ไฟโดยไม่ทราบแรงจูงใจในการลอบสังหาร

แฟรงค์บุกเข้าไปในสำนักงานของลุดวิกในขณะที่เขาไม่อยู่เพื่อค้นหาหลักฐาน แม้ว่าแฟรงก์จะพบข้อความจากปาห์ชเมียร์ที่ส่งถึงลุดวิกซึ่งเป็นการยืนยันความสงสัยของเขา แต่เขาก็เริ่มจุดไฟที่ทำลายโน้ตและสำนักงานโดยไม่ได้ตั้งใจ ต่อมาแฟรงค์ได้พบกับชายคนหนึ่งของลุดวิกที่โรงงานของเขาในโกดังและหลังจากนั้นเขาก็เผชิญหน้ากับลุดวิกด้วยข้อกล่าวหาของเขาที่งานเลี้ยงต้อนรับการมาถึงของราชินี แฟรงค์ตีความการนำเสนอปืนคาบศิลาของลุดวิกต่อราชินีอย่างผิด ๆ ว่าเป็นการโจมตีและพยายามปกป้องเธอ แต่กลับทำให้เกิดปัญหามากขึ้นและถูกไล่ออกจากหน่วยตำรวจ หลังจากนั้นเจนก็ค้นพบเกี่ยวกับพล็อตเรื่องนี้และบอกแฟรงค์ว่าแผนจะดำเนินการในเกมเบสบอลระหว่างซีแอตเทิลกะลาสีเรือและนางฟ้าแคลิฟอร์เนียที่สนามกีฬาอนาไฮม์ในช่วงโอกาสที่ 7 และผู้เล่นคนใดคนหนึ่งจะแสดง

ทีมตำรวจมาถึงสนาม ในการค้นหาผู้เล่นแฟรงค์เคาะผู้ตัดสินเจ้าบ้านด้วยไม้เบสบอลและเข้ามาแทนที่ผู้เล่นเพื่อหาอาวุธในขณะที่พวกเขากำลังตีไม้ตี โอกาสที่เจ็ดเริ่มต้นขึ้นและลุดวิกก็เปิดใช้งาน “ไม้หมอน” ของเขาเรกกีแจ็คสัน เจนแจ้งเตือนแฟรงก์ที่ไล่ตามแจ็คสันและเข้าสกัดเขา แต่แจ็คสันพยายามหนีเมื่อการกระทำของแฟรงก์เริ่มทะเลาะวิวาทกัน ลุดวิกจับเจนจ่อขณะเริ่มออกจากสนามขณะที่แจ็คสันเล็งไปที่ราชินี แฟรงค์พยายามที่จะทำให้แจ็คสันไร้ความสามารถด้วยลูกดอกกระดุมข้อมือ แต่พลาดไปโดนผู้หญิงตัวใหญ่ที่ดาดฟ้าชั้นบน ผู้หญิงคนนั้นล้มลงบนราวบันไดและตกลงมาที่แจ็คสันทำให้เขาไร้ความสามารถและช่วยชีวิตราชินี

แฟรงค์ตามลุดวิกไปที่ด้านบนสุดของสนามกีฬาและยิงลุดวิกด้วยลูกดอกคัฟลิงค์ทำให้เขาล้มลงข้างสนามที่ซึ่งเขาถูกรถบัสวิ่งผ่านวิ่งทับด้วยเรือกลไฟและเหยียบย่ำโดยวงโยธวาทิตของยูเอส . สมาชิกในวงบางคนเหยียบบี๊บเปอร์ของลุดวิกโดยไม่ได้ตั้งใจทำให้เจนพยายามฆ่าแฟรงก์ด้วยปืนของลุดวิก แฟรงก์หยุดสถานะที่ถูกสะกดจิตของเจนโดยเปิดเผยความรู้สึกของเขาที่มีต่อเธอและมอบแหวนหมั้นให้กับเธอ แฟรงก์และเจนได้พบกับนายกเทศมนตรีบาร์คลีย์ซึ่งทำให้แฟรงก์กลับสู่ทีมตำรวจและนอร์ดเบิร์กที่ฟื้นคืนมาก็แสดงความยินดีกับเขา – จนกระทั่งแฟรงก์ผลักรถเข็นของนอร์ดเบิร์กลงบันไดสนามโดยไม่ได้ตั้งใจ

หนังน่าดู Netflix หนัง Netflix django

Django Unchained : จังโก้ โคตรคนแดนเถื่อน

DJANGO UNCHAINED จังโก้ โคตรคนแดนเถื่อน เรื่องราวเกิดขึ้นทางตอนใต้สองปีก่อนหน้าสงครามกลางเมืองจะอุบัติ นำแสดงโดยดาราตุ๊กตาทอง เจมี่ ฟ็อกซ์ ในบท จังโก้ ทาสผู้ซึ่งประวัติร้ายกาจของเขากับอดีตนายจ้างทำให้เขาต้องเผชิญหน้ากับดร.คิง ชูลซ์ (คริสตอฟ วอลซ์ ดาราเจ้าของรางวัลอคาเดมี่ อวอร์ดและ ออสการ์ อวอร์ด) นักล่าค่าหัวชาวเยอรมัน ชูลซ์กำลังไล่ล่าพี่น้องฆาตกรบริทเทิล และมีเพียงจังโก้เท่านั้นที่สามารถนำทางเขาไปสู่เหยื่อที่เขาหมายปองได้ ชูลซ์ ผู้มีนิสัยพิลึกพิลั่นได้ให้จังโก้นำทางเขา โดยสัญญาว่าจะปลดปล่อยเขาให้เป็นอิสระ หลังจากจับตัวพี่น้องบริทเทิลได้ ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย

ความสำเร็จทำให้ชูลซ์ปล่อยตัวจังโก้ แม้ว่าทั้งคู่เลือกที่จะไม่แยกทางกันเดินก็ตาม ชูลซ์เลือกที่จะตามเด็ดหัวอาชญากรที่เป็นที่ต้องการตัวสูงสุดของฝ่ายใต้ โดยมีจังโก้เคียงข้าง จังโก้ ที่ขัดเกลาทักษะการล่าที่จำเป็น ยังคงมีปณิธานแน่วแน่อยู่กับสิ่งเดียว นั่นคือการตามหาและช่วยเหลือบรูมฮิลดา (เคอร์รี วอชิงตัน) ภรรยาที่เขาเสียไปให้กับการค้าทาสเมื่อนานมาแล้วท้ายที่สุดแล้ว การค้นหาของจังโก้และชูลซ์ก็นำพวกเขาไปหาเคลวิน แคนดี้ (ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงอคาเดมี อวอร์ด) เจ้าของ “แคนดี้แลนด์” ไร่ชื่อฉาวโฉ่

การสำรวจบริเวณไร่ภายใต้ข้ออ้างปลอมๆ ทำให้จังโกและชูลซ์ไปปลุกเร้าความสงสัยของสตีเฟน (ซามวล แอล. แจ็คสัน ผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงอคาเดมี่ อวอร์ด) ทาสที่ได้รับความไว้วางใจจากแคนดี้ การเคลื่อนไหวของพวกเขาถูกจับตามองและองค์กรร้ายก็รุกคืบโอบล้อมพวกเขาไว้ ถ้าจังโก้และชูลซ์จะหนีไปพร้อมกับบรูมฮิลดาให้ได้ล่ะก็ พวกเขาจะต้องเลือกระหว่างความเป็นตัวของตัวเองและความสามัคคี ระหว่างการเสียสละและการเอาตัวรอด

หนังงน่าดู moviefree8k 7 เรื่อง ที่พลาดแล้วต้องเสียดาย! อัพเดท 2021

หนังน่าดู Netflix หนัง Netflix lalalandLa La Land : นครดารา หนังงน่าดู Netflix แนว Musical ที่ประทับใจใครต่อใครหลายคนมาแล้ว แถมยังคว้ารางวัลจากออสการ์ไปถึง 6 รางวัลอีก โดยเนื้อเรื่องของหนังนั้น ได้เล่าถึงมีอา ที่มีความฝันอยากจะเป็นดารา ส่วนชายหนุ่มเซบาสเตียน ที่ฝันอยากจะเป็นนักดนตรี และอยากเป็นเจ้าของคาเฟ่แจ๊สในมหานครแห่งนี้ เมื่อทั้งสองมาเจอกันจึงเกิดเป็นความรักขึ้นมา และได้ออกเดินทางตามความฝัน แต่ก็ต้องเจออุปสรรคอะไรอีกหลายๆ อย่าง เรื่องนี้ภาพสวย เพลงเราะ นักแสดงดี น่าดูมากๆ

หนังน่าดู Netflix หนัง Netflix into the wild

Into The Wild : เข้าป่าหาชีวิต

หนังงน่าดู Netflix เรื่องต่อมานี้ เหมาะกับสายเข้าป่าและสายเหงาอย่างแท้จริง ว่าด้วยเรื่องราว ที่สร้างจากเรื่อยจริงของ คริสโตเฟอร์ แมคแคนเดิลส์ ที่ได้เรียบจบมหาลัยมาได้ไม่นาน แต่ด้วยความติสท์ และไม่อยากอยู่ในสังคมที่ต้องทำงานไปวันๆ เคา้จึงได้ออกไปตามหาชีวิตที่อลาสกา ที่ที่เค้าฝันว่าจะได้เจอธรรมชาติอันแสนสวยงาม ด้วยการเดินทางทั้งแสนจะลำบาก และมีอุปสรรคอีกมากมาย พร้อมกับเรื่องราวน่าตื่นเต้น ที่ตัวเค้าเองต้องเจออยู่ตลอดเส้นทาง การที่จะออกไปหาความหมายของชีวิต เค้าจะทำได้หรือไม่ หรือว่าทั้งหมดที่ทำมาเป็นความคิดที่ผิดพลาด อยากรู้ต้องไปติดตามดูกันได้ในหนังน่าดู Netflix กันต่อได้เลย หนังเรื่องนี้ภาพวิวและเสียงดีมากๆ ถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ดีพอสมควรเลย

หนังน่าดู Netflix หนัง Netflix white tiger

The White Tiger : พยัคฆ์ขาวรำพัน

หนังงน่าดู Netflix เรื่องต่อมานี้เป็นหนังอินเดีย ที่ไม่ใช่อินเดียแบบเวอร์วังที่เคยเห็นกันมานะ โดยหนังเรื่องนี้ได้สร้างมาจากนิยายชื่อดัง ที่พูดถึงเรื่องราวของ พลราม ฮาลไว เด็กที่มีความรู้เรื่องภาษาอังกฤษ และมีหัวก้าวหน้าไปไกลกว่าเด็กทั่วไป แต่เหมือนสวรรค์จะไม่เข้าข้าง เพราะด้วยความยากจนจึงต้องไปช่วยพ่อ และพี่ชายทำงาน จนสุดท้ายก็ได้คิดนอกกรอบที่เคยอยู่ ไปเป็นคนขับรถให้มหาเศรษฐีในเมืองที่ชื่อ อโศก และ พิงกี้แฟนสาว จากการเรียนรู้สิ่งต่างๆ และดูเหมือนทุกอย่างจะราบรื่นไปได้ สุดท้ายแล้วเขาก็โดนหักหลัง จนต้องคิดวิธีเอาตัวรอด เพื่อมาใช้ชีวิตของตัวเองให้ได้ เรื่องราวการเอาตัวรอดเพื่อหนีชีวิตจนตรอกของตัวเอง จะต้องก้าวข้ามความเหลื่อมล้ำ และชนชั้นไปให้ได้ เรื่องราวจะเป็นยังไงต้องตามไปดูกัน

หนังน่าดู Netflix หนัง Netflix top gun

Top Gun : ท็อปกัน ฟ้าเหนือฟ้า

หนังงน่าดู เก่าแต่ยังเก๋าอยู่อีกหนึ่งเรื่อง ที่เป็นหนังน่าดู Netflix ในตอนนี้ ทั้งความหล่อและความเท่แบบจัดๆ ของพระเอกชื่อดัง ทอม ครูซ ที่ทำให้แว่นแบรนด์ดัง Rey-Ban ถึงกับขายดีเป็นเทน้ำเทท่ากับทรง Aviator หรือแว่นตี๋ใหญ่ หนังเรื่องนี้ได้พูดถึง มาเวอริค ผู้เป็นพระเอกในเรื่อง ที่มีนิสัยออกแนวหัวรั้น ได้ถูกเข้ามาประจำการอยู่ที่หน่วย Top Gun และชอบแหกกฏของทางการบินเป็นประจำ แต่เขาก็มีความมั่นใจในตัวเองสูง จนถึงขั้นสูงเกินไป จนทำให้เกิดเรื่องราวที่เลวร้ายขึ้น และสิ่งนั้นเป็นบทเรียนที่ทำให้เขาต้องเปลี่ยนชีวิตตัวเอง และกลับมาตั้งใจฝึกไปพร้อมกับหน่วย และยังได้เจอกับครูฝึกสุดสวยอย่าง ชาร์ลี ด้วย

หนังน่าดู Netflix หนัง Netflix the naked gun

The Naked Gun : From the files of Police Squad : ปืนเปลือย

Naked Gun 1 : From the Files of Police Squad! เป็นภาพยนตร์คอเมดี้อาชญากรรมอเมริกันปี 1988 ที่กำกับโดย เดวิด ซัคเกอร์ และเผยแพร่โดยพาราเมาท์พิคเจอร์ ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดย เลสลี นีลเซน รับบทเป็นร้อยตำรวจโทแฟรงก์เดรบิน พริสซิลลา เพรสลีย์, ริคาร์โด้ มอนทาบัน, จอร์จ เคนเนดี และ โอ. เจ.

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความตลกขบขันอย่างรวดเร็วรวมถึงการเล่นมุขและภาพและคำพูดมากมาย ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากตัวละครที่แสดงโดยนีลเส็นในซีรีส์ทางโทรทัศน์หน่วยตำรวจ! และยังเป็นภาคต่อของภาคหลัง ทีมสร้างสรรค์หลักที่อยู่เบื้องหลังทีมตำรวจ! และซีรีส์ภาพยนตร์รวมถึงทีมงานของ เดวิด ซัคเกอร์, จิม อับราฮัมส์ และ เจอร์รี ซัคเกอร์ รวมถึง แพท พรอฟต์ ในชุดต่างๆ

เปิดตัวเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2531 ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ซึ่งนำไปสู่สองภาคต่อ: The Naked Gun 2 1⁄2 : The Smell of Fear (1991) และ Naked Gun 33 1⁄3 : The Final Insult (1994)

เรื่องย่อ
ร้อยตำรวจโทแฟรงก์เดรบินหยุดพักร้อนที่เบรุตขัดขวางการประชุมของศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอเมริกา (อูเดย์อามีน, มูอัมมาร์กัดดาฟี, อยาตุลเลาะห์โคไมนี, ยัสเซอร์อาราฟัต, ฟิเดลคาสโตร และ มิคาอิลกอร์บาชอฟ) ที่พยายามคิดแผนการก่อการร้าย เพื่อทำให้สหรัฐฯอับอายในลอสแองเจลิสเจ้าหน้าที่นอร์ดเบิร์กพยายามจับกุมขบวนการค้ายาเฮโรอีนที่ท่าเรือซึ่งจัดโดยวินเซนต์ลุดวิกเจ้าของท่าเทียบเรือและถูกลูกน้องของลุดวิกยิง หลังจากกลับไปที่ LA และได้รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับคดีโดยหัวหน้าของเขากัปตัน เอ็ด ฮอคเกน เดรบินไปเยี่ยมนอร์เบิร์กในโรงพยาบาลนอร์ดเบิร์กให้เบาะแสที่เป็นความลับรวมถึงภาพเรือของลุดวิก ซึ่งมีการจัดการข้อตกลง แฟรงค์พบกับเท็ดโอลเซ่นนักวิทยาศาสตร์ของตำรวจผู้คิดค้นกระดุมข้อมือที่ยิงลูกดอกยากล่อมประสาท แฟรงค์เรียนรู้ผ่านเท็ดว่าเสื้อแจ็คเก็ตของนอร์ดเบิร์กทดสอบเฮโรอีนได้ดี

ทีมตำรวจมีหน้าที่รักษาความปลอดภัยสำหรับการมาเยือนของควีนอลิซาเบธ ที่ 2 ที่ลอสแองเจลิสและเอ็ดบอกแฟรงก์ว่าเขามีเวลา 24 ชั่วโมงในการเคลียร์นอร์เบิร์กก่อนที่คำพูดจะออกมาเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นและเบี่ยงเบนความสนใจจากการมาเยือนของราชินี

เมื่อแฟรงก์ไปเยี่ยมลุดวิกในที่ทำงานลุดวิกรู้ว่านอร์ดเบิร์กยังมีชีวิตอยู่ ลุดวิกมีเจนสเปนเซอร์ผู้ช่วยของเขาคอยช่วยเหลือแฟรงค์ในการสืบสวนและทั้งสองก็ตกหลุมรักกัน อย่างไรก็ตามเจนไม่รู้ถึงกิจกรรมที่ผิดกฎหมายของนายจ้าง หลังจากแฟรงค์ออกจากที่ทำงานลุดวิกได้พบกับปาห์ชเมียร์ผู้เข้าร่วมการประชุมเบรุตเพื่อหารือเกี่ยวกับแผนการลอบสังหารราชินี ลุดวิกตกลงที่จะทำในราคา 20 ล้านดอลลาร์โดยที่ปาห์ชเมียร์สงสัยว่าเขามีแผนจะดึงมันออกไปอย่างไร ลุดวิกอธิบายว่าการใช้บี๊บเขาจะสร้างมือสังหารโดยใช้คำแนะนำหลังการสะกดจิต ลุดวิกพยายามฆ่านอร์ดเบิร์กที่โรงพยาบาลไม่สำเร็จ ขณะที่หมอสะกดจิตหลบหนีแฟรงก์เขาบังเอิญลงเอยด้วยการขี่ขีปนาวุธเข้าไปในร้านดอกไม้ไฟโดยไม่ทราบแรงจูงใจในการลอบสังหาร

แฟรงค์บุกเข้าไปในสำนักงานของลุดวิกในขณะที่เขาไม่อยู่เพื่อค้นหาหลักฐาน แม้ว่าแฟรงก์จะพบข้อความจากปาห์ชเมียร์ที่ส่งถึงลุดวิกซึ่งเป็นการยืนยันความสงสัยของเขา แต่เขาก็เริ่มจุดไฟที่ทำลายโน้ตและสำนักงานโดยไม่ได้ตั้งใจ ต่อมาแฟรงค์ได้พบกับชายคนหนึ่งของลุดวิกที่โรงงานของเขาในโกดังและหลังจากนั้นเขาก็เผชิญหน้ากับลุดวิกด้วยข้อกล่าวหาของเขาที่งานเลี้ยงต้อนรับการมาถึงของราชินี แฟรงค์ตีความการนำเสนอปืนคาบศิลาของลุดวิกต่อราชินีอย่างผิด ๆ ว่าเป็นการโจมตีและพยายามปกป้องเธอ แต่กลับทำให้เกิดปัญหามากขึ้นและถูกไล่ออกจากหน่วยตำรวจ หลังจากนั้นเจนก็ค้นพบเกี่ยวกับพล็อตเรื่องนี้และบอกแฟรงค์ว่าแผนจะดำเนินการในเกมเบสบอลระหว่างซีแอตเทิลกะลาสีเรือและนางฟ้าแคลิฟอร์เนียที่สนามกีฬาอนาไฮม์ในช่วงโอกาสที่ 7 และผู้เล่นคนใดคนหนึ่งจะแสดง

ทีมตำรวจมาถึงสนาม ในการค้นหาผู้เล่นแฟรงค์เคาะผู้ตัดสินเจ้าบ้านด้วยไม้เบสบอลและเข้ามาแทนที่ผู้เล่นเพื่อหาอาวุธในขณะที่พวกเขากำลังตีไม้ตี โอกาสที่เจ็ดเริ่มต้นขึ้นและลุดวิกก็เปิดใช้งาน “ไม้หมอน” ของเขาเรกกีแจ็คสัน เจนแจ้งเตือนแฟรงก์ที่ไล่ตามแจ็คสันและเข้าสกัดเขา แต่แจ็คสันพยายามหนีเมื่อการกระทำของแฟรงก์เริ่มทะเลาะวิวาทกัน ลุดวิกจับเจนจ่อขณะเริ่มออกจากสนามขณะที่แจ็คสันเล็งไปที่ราชินี แฟรงค์พยายามที่จะทำให้แจ็คสันไร้ความสามารถด้วยลูกดอกกระดุมข้อมือ แต่พลาดไปโดนผู้หญิงตัวใหญ่ที่ดาดฟ้าชั้นบน ผู้หญิงคนนั้นล้มลงบนราวบันไดและตกลงมาที่แจ็คสันทำให้เขาไร้ความสามารถและช่วยชีวิตราชินี

แฟรงค์ตามลุดวิกไปที่ด้านบนสุดของสนามกีฬาและยิงลุดวิกด้วยลูกดอกคัฟลิงค์ทำให้เขาล้มลงข้างสนามที่ซึ่งเขาถูกรถบัสวิ่งผ่านวิ่งทับด้วยเรือกลไฟและเหยียบย่ำโดยวงโยธวาทิตของยูเอส . สมาชิกในวงบางคนเหยียบบี๊บเปอร์ของลุดวิกโดยไม่ได้ตั้งใจทำให้เจนพยายามฆ่าแฟรงก์ด้วยปืนของลุดวิก แฟรงก์หยุดสถานะที่ถูกสะกดจิตของเจนโดยเปิดเผยความรู้สึกของเขาที่มีต่อเธอและมอบแหวนหมั้นให้กับเธอ แฟรงก์และเจนได้พบกับนายกเทศมนตรีบาร์คลีย์ซึ่งทำให้แฟรงก์กลับสู่ทีมตำรวจและนอร์ดเบิร์กที่ฟื้นคืนมาก็แสดงความยินดีกับเขา – จนกระทั่งแฟรงก์ผลักรถเข็นของนอร์ดเบิร์กลงบันไดสนามโดยไม่ได้ตั้งใจ

หนังน่าดู Netflix หนัง Netflix django

Django Unchained : จังโก้ โคตรคนแดนเถื่อน

DJANGO UNCHAINED จังโก้ โคตรคนแดนเถื่อน เรื่องราวเกิดขึ้นทางตอนใต้สองปีก่อนหน้าสงครามกลางเมืองจะอุบัติ นำแสดงโดยดาราตุ๊กตาทอง เจมี่ ฟ็อกซ์ ในบท จังโก้ ทาสผู้ซึ่งประวัติร้ายกาจของเขากับอดีตนายจ้างทำให้เขาต้องเผชิญหน้ากับดร.คิง ชูลซ์ (คริสตอฟ วอลซ์ ดาราเจ้าของรางวัลอคาเดมี่ อวอร์ดและ ออสการ์ อวอร์ด) นักล่าค่าหัวชาวเยอรมัน ชูลซ์กำลังไล่ล่าพี่น้องฆาตกรบริทเทิล และมีเพียงจังโก้เท่านั้นที่สามารถนำทางเขาไปสู่เหยื่อที่เขาหมายปองได้ ชูลซ์ ผู้มีนิสัยพิลึกพิลั่นได้ให้จังโก้นำทางเขา โดยสัญญาว่าจะปลดปล่อยเขาให้เป็นอิสระ หลังจากจับตัวพี่น้องบริทเทิลได้ ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย

ความสำเร็จทำให้ชูลซ์ปล่อยตัวจังโก้ แม้ว่าทั้งคู่เลือกที่จะไม่แยกทางกันเดินก็ตาม ชูลซ์เลือกที่จะตามเด็ดหัวอาชญากรที่เป็นที่ต้องการตัวสูงสุดของฝ่ายใต้ โดยมีจังโก้เคียงข้าง จังโก้ ที่ขัดเกลาทักษะการล่าที่จำเป็น ยังคงมีปณิธานแน่วแน่อยู่กับสิ่งเดียว นั่นคือการตามหาและช่วยเหลือบรูมฮิลดา (เคอร์รี วอชิงตัน) ภรรยาที่เขาเสียไปให้กับการค้าทาสเมื่อนานมาแล้วท้ายที่สุดแล้ว การค้นหาของจังโก้และชูลซ์ก็นำพวกเขาไปหาเคลวิน แคนดี้ (ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงอคาเดมี อวอร์ด) เจ้าของ “แคนดี้แลนด์” ไร่ชื่อฉาวโฉ่

การสำรวจบริเวณไร่ภายใต้ข้ออ้างปลอมๆ ทำให้จังโกและชูลซ์ไปปลุกเร้าความสงสัยของสตีเฟน (ซามวล แอล. แจ็คสัน ผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงอคาเดมี่ อวอร์ด) ทาสที่ได้รับความไว้วางใจจากแคนดี้ การเคลื่อนไหวของพวกเขาถูกจับตามองและองค์กรร้ายก็รุกคืบโอบล้อมพวกเขาไว้ ถ้าจังโก้และชูลซ์จะหนีไปพร้อมกับบรูมฮิลดาให้ได้ล่ะก็ พวกเขาจะต้องเลือกระหว่างความเป็นตัวของตัวเองและความสามัคคี ระหว่างการเสียสละและการเอาตัวรอด

หนังน่าดู Netflix หนัง Netflix the taking of 123

The Taking of Pelham 123 : ปล้นนรก รถด่วนขบวน 123

วอลเตอร์ การ์เบอร์ (Denzel Washington) พนักงานการรถไฟที่ตื่นเช้ามาพร้อมคิดว่าวันนี้ก็คงเป็นวันธรรมดาอีกวัน แค่ทำงานแล้วกลับบ้านพบหน้าภรรยา แต่แล้วเขากลับต้องพบกับสถานการณ์จับตัวประกัน เมื่อรถไฟใต้ดินแห่งมหานครนิวยอร์ก สายเพแลห์ม 123 ถูกยึดโดยผู้ก่อการร้าย 4 คน นำโดยชายที่เรียกตัวเองว่า ไรเดอร์ (John Travolta) พร้อมเสนอข้อเรียกร้องค่าไถ่ตัวประกันซึ่งก็คือผู้โดยสารบนรถ ให้จ่ายเงินมาภายในเวลา 15.15 น. ไม่เช่นนั้นตัวประกันจะต้องตายเรียงตัว

หนังเคยสร้างมาแล้วหนหนึ่งครับ ในปี 1974 โดย Walter Matthau แสดงเป็นการ์เบอร์ และ Robert Shaw แสดงเป็นไรเดอร์ (แต่ในฉบับนั้นเขาจะใช้ชื่อว่า บลู ครับ) ตัวหนังได้รับคำชมไปเยอะทีเดียว แต่ผมก็ยังไม่เคยดูครับจึงไม่ขอเปรียบเทียบกัน

สำหรับฉบับนี้ก็จัดว่าดูสนุกครับ ตื่นเต้น ลุ้น ฉับไวตามสไตล์ผู้กำกับ Tony Scott ผู้ล่วงลับ ตอนต้นก็แนะนำตัวละครก่อนจะเข้าเรือง แต่พอได้เข้าเรื่องเท่านั้นล่ะครับความน่าติดตามก็มาเป็นพักๆ แม้หนังจะออกแนวจับตัวประกัน มีการเจรจาบ้าง ฆ่ากันบ้าง ลุ้นกับบ้าง โดยรวมมันอาจเดิมๆ แต่ก็ขอยกความดีความชอบให้ลุง Tony ที่คุมหนังได้ดี ดูสนุกออกรสลุ้นกำลังดี

อีกส่วนคือพลังนักแสดงที่หายห่วงแน่นอนครับ Washington ไปได้ดีมากๆ กับบทการ์เบอร์ แววตาท่าทางนี่ไปตามบทหมดครับ อย่างตอนเขาโดนไรเดอร์บีบให้พูดเรื่องในเรื่องที่ไม่อยากพูดแล้วตาก็ค่อยๆ แดง น้ำตาค่อยๆ ไหลนั่นสุดยอดมาก ส่วน Travolta ก็ผ่านฉลุยล่ะครับกับบทร้ายแบบนี้ แค่ทำหน้าเหี่ยมๆ กวนๆ แววตาดุดันก็เชื่อแล้วล่ะครับว่านายคนนี้พร้อมจะฆ่าคนทุกคนเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตนต้องการ และยังเป็นคนประเภทเชื่อมั่นในตนเองสูง เชื่อในสิ่งที่ตนเองคิดและกล้าลงมือกระทำด้วย ขณะเดียวกันบทของไรเดอร์ก็ไม่ได้ร้ายแบบไร้มิติครับ เขามีเหตุผลในการทำ มีการวางแผน เรียกว่าเป็นตัวร้ายประเภทที่ใช้ได้ทั้งสมองและกำลัง

แล้วก็ยังมี John Turturro ในบทเจ้าหน้าที่คาร์โมเน็ตติ ที่มาช่วยเจรจาและประสานงานในการหยุดแผนของไรเดอร์ คนนี้ก็มืออาชีพไม่แพ้กันครับ แม้ความเด่นจะไม่มากเท่า 2 ดารานำแต่ก็คอยเสริมความแน่นให้กับเรื่องราวได้ดี และ James Gandolfini ในบทนายกเทศมนตรีที่แสดงอีกมุมหนึ่งของตัวละครประเภทนักการเมืองได้ดีครับ เพราะปกติเราจะเห็นนักการเมืองประเภทหวงเก้าอี้ ทำทุกอย่างเพื่อรักษาคะแนนนิยม แต่กับนายกคนนี้เป็นนายกที่เบื่อการเมืองครับ ไม่ลงสมัยหน้าเลยไม่ต้องห่วงคะแนนอะไรอีก ไปๆ มาๆ ก็พลอยไม่เหลือไฟจะทำงานอะไร ระหว่างดูไปก็รู้สึกแปลกดีครับ เป็นนายกลักษณะที่ไม่ค่อยได้เห็นเท่าไรจริงๆ

ครับ แม้หนังจะไม่สดใหม่อะไรมากในส่วนของเนื้อเรื่อง แต่ด้วยดาราดีๆ การเดินเรื่องมันส์ๆ ก็ทำให้เราเพลินไปกับหนังเรื่องนี้ได้ อีกอย่างที่ผมชอบคือทุกตัวละครมีมิติครับ มีมุมความเป็นคน หรืออย่างตัวการ์เบอร์กับไรเดอร์หนังก็สามารถสร้างสัมพันธภาพที่น่าสนใจให้เกิดขึ้นได้ เพราะแม้ทั้งคู่จะอยู่คนละฟาก แต่ลึกๆ ก็มีความนับถือและเห็นใจต่อกัน เพียงแค่การ์เบอร์ก็นับถือเห็นใจแบบฝ่ายพระเอก ส่วนไรเดอร์ก็มีน้ำใจแบบโจรที่แม้จะเห็นใจใครแค่ไหน แต่ก็ต้องคิดถึงตัวเองก่อน อีกทั้งเป็นคนประเภทคิดยังไงก็พูดอย่างนั้น อย่างตอนพี่แกเปิดปากด่าชาวบ้าน บางครั้งก็สะใจดีล่ะครับ เพราะมันก็เป็นความจริงในหลายเรื่องทีเดียว

รายละเอียดเล็กๆ ที่ดาราใส่กันลงมาก็ทำให้รสชาติหนังอร่อยขึ้น เมื่อมาผสมกับลีลาเล่าเรื่องแบบว่องไวแต่ได้ประเด็นแบบลุง Tony ผลที่ได้เลยเป็นผลงานที่น่าพอใจอีกเรื่องของเขาน่ะครับ

หนังสืบสวน จอม “ขยี้ปม” แห่งศตวรรษ ที่คนดูลุ้นหนักยันช็อต

Gone Baby Gone (2007) “ขยี้ปม” เรื่องราวเกิดขึ้นในบอสตัน ว่าด้วยเด็กสาววัย 4 ขวบได้หายตัวไปอย่างลึกลับ เป็นคดีฉาวที่สั่นประสาทคนทั้งเมือง จนในที่สุดตำรวจก็หาเบาะแสได้ แต่แล้วเรื่องกลับพลิกผันเหนือความคาดหมาย ปริศนาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการหายตัวของเด็กคนนี้มีความจริงเบื้องหลังอันน่าสะพรึงกลัว ผลงานกำกับโดย Ben Affleck แสดงนำโดย Michelle Monaghan และ Casey Affleck เจ้าของรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมออสการ์ปี 2017

Zodiac (2007)

“ขยี้ปม” ผลงานสุดระทึกขวัญโดยผู้กำกับ David Fincher จากเรื่อง Fight Club, Gone Girl ที่มีดาราแม่เหล็กอย่าง Robert Downey Jr. และ Jake Gyllenhaal เรื่องราวจากเรื่องจริงว่าด้วยการตามจับสืบสวนฆาตกรต่อเนื่องอัจฉริยะที่สร้างความผวาให้ประชาชนในซานฟรานซิสโกหวาดกลัวยาวนานถึง 25 ปี ที่ทั้งตำรวจและทางการ ไม่สามารถตามล่าฆาตกรรายนี้มาลงโทษได้ จนกลายเป็นหนึ่งในคดีประวัติศาสตร์ของอเมริกา

Mulholland Drive (2001)

หนังที่แบ่งความฝันและความจริง ขยี้ประเด็นนี้ได้อย่างซับซ้อนชวนลุ้นน่าติดตาม ถ้าใครเข้าใจจะรู้เลยว่านี่คือสุดยอดหนังที่มีพล็อตแหวกแนวที่สุดตลอดกาลเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว ว่าด้วยหญิงสาวที่สูญเสียความทรงจำจากอุบัติเหตุ ทำให้เธอได้เริ่มชีวิตใหม่ในวงการฮอลลีวูด แต่เบื้องหลังความจริงนั้นมีเบื้องหลังสุดช็อก ที่ถ้าใครเก็ทละก็ ต้องยืนปรบมือคารวะในความเทพของบทภาพยนตร์เลยจริงๆ ค่ะ

 

Prisoners (2013)

ผลงานกำกับโดย Denis Villeneuve จากเรื่อง Arrival เรื่องราวเส้นศีลธรรมว่าด้วยพ่อที่ลูกตัวเองโดนลักพาอย่างลึกลับ พร้อมความวิตกกังวลมากมายของผู้เป็นพ่อ โดยมีผู้ต้องสงสัยที่หลักฐานในการมัดตัวเขายังไม่แน่นพอที่จะเอาผิด วิธีการทางศาลเตี้ยนอกกฏหมายจึงเริ่มเกิดขึ้น จนเมื่อถึงช่วงไคลแมกซ์เรื่องราวกับตัลปัตรจนชนิดที่ต้องอุทานว่า อ้าวเฮ้ย! เลยทีเดียว

Memento (2000)

ผลงานแจ้งเกิดของผู้กำกับพล็อตซับซ้อนตัวพ่ออย่าง Christopher Nolan ที่สร้างความฮือฮาสุดๆ ด้วยการเล่าเรื่องคนสูญเสียความทรงจำระยะสั้นที่ต้องการล้างแค้นคนที่ฆ่าเมียตัวเอง แบบเพิ่งเจอหน้ากันพอผ่านซัก 2-3 นาทีก็จำไม่ได้แล้วว่าคนนี้เป็นใคร วิธีการเล่าเรื่องก็ยิ่งพิศดาร เล่นเอาตอนจบมาไว้ตอนแรกเลย ยิ่งทำให้เรื่องราวน่าติดตามว่าที่มาตอนแรกของเรื่องนั้นมันเกิดจากอะไรกันแน่

Fracture (2007)

เรื่องราวของวิศวกรการบินระดับอัจฉริยะ ที่สามารถมองเห็นจุดบกพร่องของเครื่องบินได้ภายในเสี้ยววินาที เขาได้ใช้ความอัจฉริยะนี้วางแผนฆาตกรรมภรรยาและชายชู้ ด้วยวิธีที่ไม่มีใครสามารถเอาผิดเขาได้ แต่เมื่อต้องปะทะกับหนุ่มอัยการไฟแรงที่ต้องการไขคดีนี้ให้สำเร็จ นับเป็นการชิงไหวชิงพริบที่ดุเด็ดเผ็ดมันส์ตลอดเรื่อง ดูง่ายไม่ยากเท่าเรื่องอื่นๆ ในลิสต์ แต่ความสนุกนี่ให้คะแนนเต็มไปเลยค่า

Before I Go to Sleep (2013)

พล็อตแนวความจำเสื่อมสุดแปลกอีกเรื่อง ว่าด้วยผู้หญิงที่ความทรงจำจะถูกรีเซ็ทใหม่ทุกวัน โดยมีชายแปลกหน้า 2 คนเคียงข้างเธอ คนหนึ่งอ้างว่าตนเป็นสามี อีกคนอ้างว่าตนเป็นจิตแพทย์ที่เข้ามารักษาเธอ และกล้องวิดิโอที่เธอบันทึกเรื่องราวต่างๆ ของตัวเอง พร้อมทิ้งคำเตือนไว้ว่า “อย่าเชื่อใจใคร” ที่น่าสนใจคือหนังสามารถหักมุมได้ทุกวินาที จนทำให้คุณไม่สามารถคาดเดาอะไรได้เลย

Mystic River (2003)

เชื่อว่าเรื่องนี้ต้องติดท็อป 1 ใน 10 หนังหักมุมตลอดกาลของโลกแน่นอน เนื้อเรื่องเล่าได้นิดเดียว ว่าด้วยเพื่อนรัก 3 คนที่แยกย้ายกันไปนานในอดีต จนมีเหตุการณ์สุดช็อกที่ทำให้พวกเขาต้องกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง พร้อมปมชีวิตมากมายของแต่ละคนที่พอเริ่มคลี่คลายแล้ว ยิ่งน่าหดหู่ขนพองสยองเกล้าอย่างคาดไม่ถึงทีเดียว

Flightplan (2005)

จริงหรือหลอก หลอนหรือใช่ คุณแม่ที่จู่ๆ พบว่าลูกตัวเองหายตัวไปบนเครื่องบิน ตามหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ จนเมื่อถามพนักงานบนเครื่องหรือถามใครต่างก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า “เธอมาคนเดียวไม่ได้มากับลูกสาวนะ” เอาล่ะสิ! ชะตากรรมลูกของเธอจะเป็นอย่างไร หรือเธอหลอนจะไปเองรึเปล่า หรือว่านี่คือแผนสมคบคิด หรือทุกคนในเครื่องบินไม่เห็นลูกเธอจริงๆ ต้องไปติดตามกันดูค่ะ รับรองว่าลุ้นจนนั่งไม่ติดเบาะแน่นอน

Knives out (2019) ฆาตกรรมหรรษา ใครฆ่าคุณปู่

9/10 – การเสียชีวิตของนักเขียนนวนิยายอาชญากรรมชื่อดัง Harlan Thrombey อาจดูเหมือนเป็นการฆ่าตัวตาย แต่นักสืบชื่อดัง Benoit Blanc รู้ว่ามีสิ่งที่ผิดธรรมชาติอยู่ เขาได้เริ่มสอบสวนทุกคนในครอบครัว Thrombey ทำให้พบว่าทุกคนล้วนมีการผิดใจกับผู้ตายทั้งนั้นแต่มีหนึ่งคนที่ลงมือฆ่า!!
*IMDb score: 7.9

Searching (2018) เสิร์ชหา สูญหาย

9/10– เดวิดคิมยื่นเรื่องร้องเรียนตำรวจเพื่อตามหา มาร์กอต ลูกสาวที่หายตัวไปอย่างปริศนา อย่างไรก็ตาม ด้วยความเป็นห่วงลูกสาว เขาได้ทำการสืบหาร่องรอยการหายตัวไปด้วยตัวเองโดยอาศัยเพียงคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต โดยได้ร่องรอยสำคัญจากแล็ปท็อปของลูกสาว
*IMDb score: 7.6

สนับสนุนโดย ดูหนังออนไลน์ใหม่

หนังผี สุดสยอง จากเรื่องจริง อย่างงี้ แบบหน้ากลัวกับเรา movie24h.com

The Exorcism เรื่องของอันเนลิส สุดสยอง เด็กสาวชาวเยอรมันอายุ 16 ปี ที่จู่ๆเธอก็มีอาการเหมือนกับคนถูกผีเข้า ทั้งทำร้ายตัวเองสารพัด พึมพำภาษาประหลาด หยาบคาย กินแมลง หรือแม้กระทั่งคลานอยู่ใต้โต๊ะแล้วเห่าหอนอยู่สองวันเต็ม กรีดร้องไม่รู้จักเหนื่อยนานนับชั่วโมง ร้องไห้ ด้วยร่างกายเธอทรุดโทรมลงมาก พ่อแม่เธอจึงไปขอร้องบาทหลวงเอิร์นส์ต อัลต์ กับหลวงพ่อโจเซฟ เรนซ์มาทำพิธีไล่ผี ที่แสนจะยากลำบาก เพราะอยู่ดีๆเธอก็มีแรงมหาศาล กระโดดไปสูงผิดปกติ จนสุดท้ายเธอก็เสียชีวิตลง เพราะร่างกายของเธอขาดน้ำ และอาหารมาเป็นเวลานาน

Audrey Rose

เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงกับครอบครัวของแฟรงค์ เดอ เฟลิตต้า ผู้เขียนนวนิยายเรื่องนี้ เนื่องจากลูกของเขาที่ชื่อว่า เรย์มอนด์ ลูกชายอายุ 6 ขวบของเขา ที่อยู่ๆก็ลุกขึ้นมาทำอะไรแปลกๆโดยที่ตัวเองไม่มีความสามารถด้านนั้นมาก่อน เช่นการเล่นเปียโน ทางครอบครัวจึงได้ไปปรึกษาคนทรง และได้ความว่าลูกของเขากลับชาติมาเกิด และคนนั้นก็ยังคงสิงอยู่ในร่างของลูกเขาอยู่ตลอดเวลา

มหาลัยสยองขวัญ (ศาลในห้องน้ำหญิง)

มาถึงคิวของหนังไทยที่น่ากลัวไม่แพ้กัน กับเรื่องเล่าในอดีตที่เคยเกิดขึ้น ณ ห้องน้ำ ชั้น 5 ตึก A คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง ว่ากันว่า มีคู่รักคู่หนึ่งที่รักกันมาก แต่วันหนึ่งฝ่ายชายได้บอกเลิก ฝ่ายหญิงทำใจไม่ได้เลยคิดสั้น ตัดสินใจผูกคอตายในห้องน้ำหญิงของตึกนี้ ตั้งแต่นั้นมาที่ตึกนี้ก็มีเรื่องแปลกๆเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะที่ชั้น 5 มักจะได้ยินเสียงแปลกๆ หรือเห็นเงาคนเดิน แต่เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ ก็ไม่พบอะไร บ้างก็เล่าว่าหากใครไปเข้าห้องน้ำตอนดึกๆ จะได้ยินเสียงเหมือนมีคนเข้าห้องน้ำห้องข้างๆ หรือหากส่องกระจกก็จะเห็นผู้หญิงยืนอยู่ด้านหลัง สร้างความหวาดผวาให้กับบรรดานักศึกษาที่ต้องทำงานในตึกนี้เป็นอันมาก ทางคณะจึงได้มีการตั้งศาลเพียงตาขึ้นในห้องน้ำ เพื่อให้ดวงวิญญาณได้มีที่อยู่

An American Haunting

เรื่องนี้เกิดจากตำนานของแม่มดเบลล์ ที่ถูกเล่าขานมาเป็นเวลานานตั้งแต่ปี 1820 ว่ากันว่า จอนห์น เบลล์ ชายที่พูดไม่ได้ เพราะถูกมือลึกลับมาจับที่หน้าหลายๆครั้ง และเสียชีวิตในที่สุดจากการกินยาพิษจากฝีมือของแม่มด แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้น เพราะผู้ที่ไปร่วมงานศพของเขาได้ยินเสียงหัวเราะลอยมาตามลม และพิธียังถูกรบกวนด้วยอะไรแปลกๆ โดยเบตซี่ เบลล์ ลูกสาวคนสุดท้องเล่าว่า บ้านของพวกเขามักจะมีเสียงการตี หรือการกัดอยู่ทั้งในและนอกบ้านเสมอ!!

My House บ้านขังวิญญาณ

อีกหนึ่งเรื่องราวสุดสยองจากไทย ที่ครอบครัวหนึ่งได้ซื้อบ้านโดยไม่ได้ตรวจสอบประวัติว่าบ้านหลังที่ซื้อ เมื่อเข้าไปอยู่ก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้น ทั้งเสียงฝีเท้าหนักๆ เดินขึ้นลงบันไดบ้านในยามค่ำคืน ,เงาดำของชายร่างสูงใหญ่เดินไปมาในบ้าน ,เสียงเด็กวิ่งเล่นในบ้าน ,เสียงหัวเราะยามค่ำคืนของหญิงสาวปริศนา, เวลาทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ดวงวิญญาณก็ได้ยินเสียงตะโกนลั่นว่า กูไม่เอา! ที่จริงแล้วบ้านหลังนี้เมื่อประมาณ 20 ปีก่อนหน้า มีการฆาตกรรมเกิดขึ้น สามีเป็นคนฆ่าภรรยาและลูกด้วยเหตุหึงหวงและโกรธแค้นที่ภรรยาคบชู้ และฆ่าตัวตายตามอย่างโหดเหี้ยม

The Amityville Horror

เรื่องราวสุดสยองของบ้านนี้ มีที่มาหลังจากที่ครอบครัวหนึ่งไปโดนฆ่าทิ้งยกครัว แต่ก่อนที่ครอบครัวนี้จะย้ายเข้ามามีถึง 6 ครอบครัวที่ย้ายเข้ามาและต้องย้ายออก เพราะมีการตายเกิดขึ้นบ้าง หลอนบ้าง จนครอบครัวลุตซ์ ได้เข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ เพียง 4 สัปดาห์เท่านั้น แต่พวกเขาไปเจอกับเหตุการณ์ประหลาดๆที่วิทยาศาสตร์พิสูจน์ไม่ได้ ทั้งเสียงที่ไร้ที่มา บริเวณในบ้านที่อุณหภูมิหนาวเย็นผิดปกติ ภาพปีศาจ ไม้กางเขนกลับหัวได้เอง และกำแพงที่มีเมือกสีเขียวซึมย้อยออกมา จนทั้งคู่ทนไม่ไหวจนต้องย้ายออกมาในที่สุด

The Haunting in Connecticut

เรื่องราวของครอบครัวพาร์คเกอร์ สุดสยอง ซึ่งย้ายมายังรัฐคอนเนคติกัทในปี 1986 เพื่อให้พอล ลูกชายอายุ 14 ปีของครอบครัวเข้ารับการรักษาโรคมะเร็ง ในห้องใต้ดินของบ้านซึ่งเป็นห้องนอนของพอล พวกเขาเจออุปกรณ์รักษาศพ ซึ่งทำให้เดาได้ว่าบ้านหลังนี้เคยใช้เป็นห้องดับจิต ครอบครัวพาร์คเกอร์เล่าว่า พวกเขาได้พบกับปรากฏการณ์บางอย่างที่อธิบายไม่ได้ บางครั้งพื้นห้องก็เจิ่งนองไปด้วยเลือด บ้างก็ได้ยินเสียงที่หาต้นตอไม่ได้ บ้างก็เห็นเงาวูบวาบ ต่อมาพอลถูกอะไรบางอย่างสิงร่าง จนทำให้เขาลงมือทำร้ายคนในครอบครัว พ่อแม่ของเขาจึงต้องเรียกผู้เชี่ยวชาญมาทำพิธีไล่ผีในบ้าน

ตายโหง (ผีคุกกองปราบ)

สถานที่ๆไม่น่าจะมาทำเป็นหนังได้ แต่ ณ คุกกองปราบ ในปี พ.ศ. 2552 ในค่ำคืนหนึ่งเวลาประมาณ ตี 3 จู่ๆ นายสมบูรณ์ ทองคำ ผู้ต้องหาคดีกรรโชก ที่ถูกคุมขังอยู่ในห้องขังก็ร้องโวยวายขึ้นมาว่า ถูกผีชายชุดแดงหลอก โดยผีชายชุดแดงมาชวนไปอยู่ด้วย และพยายามจะเข้าสิงเพื่อจะผูกคอตายกับซี่กรงห้องขัง ซึ่งห้องขังห้องนี้ เคยมีผู้ต้องหาผูกคอตายโดยใช้เสื้อสีแดง เมื่อปี 2550 แต่เรื่องหลอนๆนี้ไม่ได้เคยเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ยังเคยมีนักโทษเคยโดนผีเข้า ขนาดต้องนิมนต์พระสงฆ์มาช่วยปัดรังควานเลยทีเดียว

สนับสนุนโดย ดูหนังออนไลน์ hd

หนังภาคต่อ “ที่ดีสุด” ตลอดกาล ที่มีกี่ภาคก็จะดูให้หมด movie24h.com

“ที่ดีสุด” เอาใจสาวกมาเวลด้วยภาพยนตร์ซุปเปอร์ฮีโร่สุดแปลกแหวกแนว Guardian of the Galaxy Vol.2 พบกับการร่วมตัวกันของเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดี ทั้ง “สตาร์ลอร์ด”, “กาโมร่า”, “แดร็ก”,”ร็อกเก็ต”, และที่ขาดไม่ได้ ฮีโร่สุดน่ารัก“เบบี้กรูท” และตัวละครอื่นๆอีกมากมายพร้อมพาคุณออกเดินทางไปในอวกาศกับภารกิจการกอบกู้จักรวาลครั้งใหม่ รวมถึงการค้นหาถึงชาติกำเนิดที่แท้จริงของ “ปีเตอร์ควิลล์” พระเอกหนุ่มขวัญใจสาวๆอีกด้วย

“Alien: Covenant” กำหนดฉาย 10 พฤษภาคม

หนังภาคต่อภาคที่ 2 ของ Prometheus ซึ่งจะเชื่อมโยงโดยตรงเข้ากับนิยายวิทยาศาสตร์ปี 1979 ของสก็อตต์เอง โดยเรื่องราวจะดำเนินขึ้นเมื่อการเดินทางสู่ดาวเคราะห์อันไกลโพ้นที่สุดอีกด้านหนึ่งของกาแล็กซี่ ลูกเรือของยานอาณานิคม Covenant ได้ค้นพบสิ่งที่พวกเขาคิดว่าเป็นสวรรค์ซึ่งยังไม่เคยมีใครค้นพบมาก่อน แต่แท้จริงแล้วมันคือโลกอันตรายและดำมืด เป็นที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตสังเคราะห์ที่เจ้าเล่ห์และบ้าคลั่งหนึ่งเดียวนั้นคือ เดวิด (ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์) ผู้รอดชีวิตจากการสำรวจ Prometheus ที่ถูกทำลายไปแล้ว

Pirates of the Caribbean: Salazar’s Revenge กำหนดเข้าฉาย 24 พฤษภาคม

กำกับโดย โยคิม รอนนิง และ เอสเพน แซนด์เบิร์ก มุ่งหน้าเปิดศึกแห่งมหาสมุทรบทใหม่โดยมี “ตรีศูลของโพไซดอน” อาวุธสำคัญของเทพแห่งกรีกเป็นศูนย์กลางของเรื่อง ซึ่งใครที่ได้ครอบครองมันจะมีพลานุภาพเหนือทุกสิ่งทุกอย่างใต้ท้องทะเล กัปตันแจ็ค สแปร์โรว์ต้องเดินทางออกตามหามันเพื่อปกป้องท้องทะเลจากกัปตันซาลาซ่า มหาวายร้ายที่หลบหนีจากแดนแห่งความตายกลับมาล้างแค้นและหมายฆ่ากัปตันเดินเรือทุกคนบนโลก โดยเฉพาะ กัปตัน แจ็ค สแปร์โรว์ ที่มีอดีตบาดหมาง ยากที่จะให้อภัยได้นั่นเอง

Despicable Me 3 กำหนดเข้าฉาย 15 มิถุนายน

จากความสำเร็จของ Despicable Me และ Despicable Me 2 ที่กวาดรายได้ทั่วโลกมากกว่า 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ รวมถึง Minions ที่สามารถทำรายได้มากกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ อิลลูมิเนชั่น เอนเตอร์เทนเมนท์ เตรียมส่ง Despicable Me 3 มิสเตอร์แสบ ร้ายเกินพิกัด 3 พบกับการกลับมาของกรู, ลูซี่ พร้อมด้วยลูกสาวสุดที่รัก มาร์โก, อีดิธ และแอ็กเนส รวมถึงเจ้าตัวเหลือง มินเนี่ยน Despicable Me 3 มิสเตอร์แสบ ร้ายเกินพิกัด 3 กำกับโดย ปีแอร์ คอฟฟิน และไคล์ บัลดา โดยได้ สตีฟ คาเรลล์ และคริสเทน วิก กลับมาให้เสียงพากย์เหมือนเดิม ร่วมด้วย เทรย์ พาร์คเกอร์ เจ้าของรางวัลเอ็มมี่, โทนี่ และแกรมมี่ ที่มาให้เสียงพากย์วายร้ายตัวใหม่ บัลธาซาร์ แบรตต์ อดีตดาราเด็กที่ยังฝังใจกับคาแรกเตอร์ที่เขาเล่นในยุค 80’s

Transformers: The Last Knight กำหนดเข้าฉาย22 มิถุนายน

จะโฟกัสไปที่ ออพติมัส ไพรม์ ออโต้บอตส์ที่กำลังกลับไปยังดาวบ้านเกิดอย่าง ไซเบอร์ตรอนและพบว่าดาวของตนเองได้ถูกทำลายลง ซึ่งเขานั้นก็มีส่วนที่ทำให้ดาวถูกทำลายด้วย เพื่อจะทำให้ดาวของเขากลับมาเป็นปกติสุขได้นั้นออพติมัส ไพรม์ ต้องตามหาวัตถุชิ้นหนึ่งที่อยู่บนโลกมนุษย์ และวัตถุที่ว่านั้นก็เกี่ยวโยงไปถึง เมอร์ลิน พ่อมดในตำนานสมัยกษัตริย์อาเธอร์ด้วย

Spider-Man: Homecoming กำหนดเข้าฉาย 6 กรกฎาคม

หลังจากแอบโผล่ออกมาให้แฟนๆได้กรี๊ดกันใน Captain America: Civil War ไปแล้ว คราวนี้สไปดี้ของเราจะได้เปิดตัวเข้าสู่ Marvel Cinematic Universe อย่างเต็มตัวเสียทีในภาพยนตร์เดี่ยวเรื่อง Spider-Man: Homecoming ที่Marvel Studioได้มีส่วนในการควบคุมการผลิตร่วมโคลัมเบีย พิคเจอร์ส ทำให้การรีบูทในครั้งนี้จะมีความแตกต่างไปจากสองครั้งก่อน (Spiderman และ Amazing Spiderman) ตั้งแต่ตัวเอกของเรื่อง “ปีเตอร์พาร์คเกอร์”ที่ยังเด็กและมีความกวนโอ๊ยสูงเหมือนต้นฉบับ ซึ่งก็ได้แคสหนุ่มน้อย “ทอม ฮอลแลนด์”มารับบทนี้ให้สมกับเป็นวัยมัธยม

สนับสนุนโดย ดูหนังออนไลน์

ซีรีย์ญี่ปุ่น แนะนำ แนวโรงเรียนที่สาวๆ ฝึกภาษาตามได้แบบฟินๆ

ซีรีย์ญี่ปุ่นแนะนำ

ซีรีย์ญี่ปุ่น แนะนำ แนวโรงเรียนที่สาวๆ ฝึกภาษาตามได้แบบฟินๆ ซีรีย์ญี่ปุ่นจึงสามารถสะท้อนสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน และภาษาญี่ปุ่นที่ได้

1. Hajimete Koi o Shita Hi Ni Yomu Hanashi

ซีรีย์ญี่ปุ่นแนะนำที่น่าติดตามที่สุดเรื่องหนึ่งในปี 2020 สร้างจากมังงะชื่อเดียวกัน เล่าเรื่องราวของ ฮารุมิ จุนโกะ หญิงสาววัย 31 อดีตเด็กเรียนดี เกรดท็อปชั้นปี แต่ชีวิตต้องพลิกผันเมื่อเธอสอบเข้าโทไดหรือมหาวิทยาลัยโตเกียวไม่ได้จนทำให้ความสัมพันธ์กับครอบครัวเริ่มเลวร้าย แถมหน้าที่การงานก็ไม่มั่นคง ยังไม่ได้แต่งงาน และกลายเป็นคนไร้ความฝัน แต่แล้วชีวิตของฮารุมิก็เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อเธอต้องรับผิดชอบสอนพิเศษให้หนุ่มน้อยมัธยมปลายวัย 17 ปีจากโรงเรียนเด็กมีปัญหาที่ตั้งเป้าว่าจะเข้าโทไดให้ได้ แถมชีวิตรักยังวุ่นขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีชายหนุ่มถึง 3 คนมาให้ฮารุมิของเราได้ลุ้นว่าจะลงเอยกับใคร!?

ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ดำเนินเรื่องราวในรั้วโรงเรียน แต่นางเอกของเรื่องก็เป็นครูสอนพิเศษซึ่งต้องเข้าไปวุ่นวายกับเด็กๆ มัธยมปลายหลายคน แถมยังเป็นเรื่องราวที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เราอยากตั้งใจเรียน (และตั้งใจทำงาน) ด้วยนะ

ความยาว : 10 ตอน

นักแสดงนำ : ฟุคาดะ เคียวโกะ, โยโกฮามะ ริวเซย์

 

2. Boku dake ga 17-sai no Sekai de

พบกับซีรีย์ญี่ปุ่นแนะนำที่สายโรแมนติกดราม่าต้องดู เล่าเรื่องราวของ เมย์และโคตะ เพื่อนสมัยเด็กที่บ้านอยู่ข้างกันและอยู่โรงเรียนเดียวกันมาตลอดจนถึงชั้นมัธยมปลายปี 3 ทั้งคู่รู้ตัวว่าหลงรักกันและกันแต่ไม่มีใครสารภาพ จนโคตะเสียชีวิตก่อนเรียนจบ จากนั้นผ่านไป 7 ปี เมย์เดินทางกลับบ้านเกิดมาชมซากุระฤดูหนาว แต่ที่นั่นเธอกลับได้พบโคตะอีกครั้ง แต่ร่างกายและจิตใจของโคตะยังเป็นเด็กชายอายุ 17 เท่าเดิม ส่วนจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างทั้งคู่ เพื่อนๆ ต้องลองไปลุ้นกันนะ

เราจะได้เห็นความรัก ความผูกพันของเพื่อนสมัยเด็ก กับชีวิตวัยเรียนที่แสบๆ คันๆ แต่แอบหวานในหัวใจ กับความเศร้าของการจากลาโดยที่ยังมีเรื่องติดค้างในใจ ใครอยากดูซีรีย์ซึ้งๆ และฝึกฟังภาษาญี่ปุ่นไปด้วยต้องห้ามพลาดค่ะ

ความยาว : 8 ตอน

นักแสดงนำ : ซาโนะ ฮายาโตะ, อิโตโยะ มาริเอะ

 

3. Joshi Kosei no Mudazukai

ใครอยากดูซีรีย์เน้นฮา เบาสมอง ดูเพลินแบบไม่ต้องเครียด เราขอแนะนำซีรีย์ญี่ปุ่นแนวโรงเรียนเรื่องนี้ที่สร้างมาจากมังงะชื่อเดียวกัน เป็นเรื่องราวชีวิตประจำวันของบรรดาเด็กนักเรียนหญิงมัธยมปลายที่ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยไปวันๆ ดูไปอมยิ้มไปกับความฮาและความน่ารักของสาวๆ ในเรื่องแน่นอน

รวมหนังน่าดู จัดเต็มชุดใหญ่ นำเสนอรายละเอียดหนังใหม่ พร้อมทั้งตัวอย่างหนัง

รวมหนังน่าดู
รวมหนังน่าดู

รวมหนังน่าดู จัดเต็มชุดใหญ่ นำเสนอรายละเอียดหนังใหม่ พร้อมทั้งตัวอย่างหนัง กดเข้าไปชมพร้อมกับระดับกะโหลกของความน่าดู เลื่อนลงไปอ่านกันได้เลย

1. Dolittle

  • นักแสดง: Robert Downey Jr., Tom Holland, Rami Malek, Ralph Fiennes, John Cena, Selena Gomez
  • ผู้กำกับ: Stephen Gaghan (Gold, Syriana)
  • ระดับความน่าดู: 7/10 กะโหลก
  • ทำไมไม่ดูไม่ได้: หลังประกาศจบการศึกษาจากจักรวาล Marvel Robert Downey Jr. จะมีผลงานการแสดงเรื่องต่อไปเป็น Dolittle กำกับโดยผู้กำกับสายเครียด Stephen Gaghan ผู้เคยเขียนบทหนังอย่าง Syriana (2005) หรือหนัง 4 รางวัลออสการ์เกี่ยวกับการค้ายาเสพติดอย่าง Traffic (2000) ที่พลิกแนวอย่างหนักมาสายตลกแทน สมทบด้วยนักแสดงแถวหน้าที่ยกขบวนมาให้เสียงเป็นสิงสาราสัตว์เช่น Tom Holland (Spider-Man ที่ได้โคจรมาเจอ Tony Starks อีกครั้ง) นักแสดงรางวัลออสการ์ Rami Malek (Bohemian Rhapsody และตัวร้ายใน 007 ตอนล่าสุดที่จะออกฉายปี 2020 เช่นกัน) Ralph Fiennes (Voldemort จาก Harry Potter และ M จาก 007) โดย Dolittle ในฉบับนี้จะย้อนกลับไปเล่าเรื่องในสมัย Victorian ของอังกฤษซึ่งจะเหมือนกับหนังฉบับปี 1967 มากกว่า 1998 บอกเล่าเกี่ยวกับภารกิจของ “ดูลิตเติ้ล” ที่ต้องร่วมมือกับสิงสาราสัตว์ออกเสาะหาสมุนไพรมาเพื่อช่วยชีวิตของพระราชินี

2. Bad Boys for Life

  • นักแสดง: Will Smith, Martin Lawrence, Alexander Ludwig, Vanessa Hudgens
  • ผู้กำกับ:  Adil El Arbi & Bilall Fallah
  • ระดับความน่าดู: 8/10 กะโหลก
  • ทำไมไม่ดูไม่ได้: เตรียมบ้าระห่ำกันอีกครั้งในรอบ 17 ปีกับตำรวจคู่หูคู่ฮา “ไมค์ ลอว์รี่” และ “มาร์คัส เบอร์เนตต์” ในภารกิจบู๊สนั่นที่อาจจะกลายเป็นครั้งสุดท้ายของพวกเขา มาร์คัสนั้นพร้อมเกษียณตัวเองจากวงการตำรวจ แต่ต้องกลับมาลุยอีกครั้งเมื่อไมค์ตกเป็นเป้าสังหารของแก๊งพ่อค้ายาเสพติดที่โหดร้าย ทำให้มาร์คัสต้องกลับมาเพื่อช่วยเหลือเพื่อนรัก  ภาค 1 และภาค 2 เป็นหนังฮิตระเบิดในปี 1995 และ 2003 เป็นหนังที่แจ้งเกิดให้กับผู้กำกับอย่าง Michael Bay ซึ่งน่าเสียดายที่เขาไม่ได้กลับมากำกับในภาคนี้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ Adil El Arbi และ Bilall Fallah สองผู้กำกับหน้าใหม่ชาวโมร็อกโก ดีกรีรางวัลดิสคัฟเวอรี อวอร์ด จากเทศกาลหนังโตรอนโตปี 2015 แต่ยังคงอำนวยการสร้างโดย Jerry Bruckheimer เหมือนเดิม

3. Birds of Prey (And the Fantabulous Emancipation of One Harley Quinn)

  • นักแสดง: Margot Robbie, Mary Elizabeth Winstead, Ewan McGregor, Jurnee Smollett-Bell
  • ผู้กำกับ: Cathy Yan (Dead Pigs)
  • ระดับความน่าดู: 9/10 กะโหลก
  • ทำไมไม่ดูไม่ได้: ติดอันดับต้น ๆ ของหลายโพลล์สำรวจหนังน่าดูในปี 2020 สำหรับ Birds of Prey หนังรวมดาวสาวตัวร้ายขาโหดที่จะบอกเล่าเรื่องราวของฮาร์ลีย์ ควินน์ หลังเลิกกับโจ๊กเกอร์ เธอพยายามลบล้างตัวตนเดิมและสร้างตัวตนใหม่ เริ่มตั้งแต่ ตัดผม กินอาหารขยะ สักลายใหม่บนตัว และซื้อหมาไฮยีน่า มาเลี้ยง จากนั้นเราจะเห็นฮาร์ลีย์กลับไปยังโรงงานสารเคมี สถานที่ที่โจ๊กเกอร์สร้างเธอขึ้นมาในภาค Suicide Squad เมืองก็อตแธมจะดูแตกต่างและเต็มไปด้วยสีสันมากกว่าที่เคยเห็นมาในเรื่องไหน ๆ

อ่านต่อ

รับชมความบันเทิง ผ่านสื่อ ออนไลน์ สนุก ๆ มาให้แฟน ๆ ที่รักซีรีย์จีนได้เลือกดูกัน

อ่านต่อ

รับชมความบันเทิง
รับชมความบันเทิงรับชมความบันเทิง ผ่านสื่อ ออนไลน์ สนุก ๆ มาให้แฟน ๆ ที่รักซีรีย์จีนได้เลือกดูกัน พัฒนาทั้งเรื่องบทเเละโปรดักชั่น

1. The Story of Minglan

The Story of Minglan
The Story of Minglan

ซีรีย์จีนอันดับ 2 ที่ทิ้งห่าง All Is Well กว่า 5 หมื่นการค้นหาคือ ซีรีย์จีนย้อนยุคดราม่า The Story Of Ming Lan ที่มีดัชนีการค้นหาอยู่ที่ 678,546 เสิร์ช นำแสดงโดย 3 ซุป’ตาร์จีนอย่างเจ้าลี่อิ่ง (Zhao Liying) พร้อมด้วยสามีในจอและนอกจอ เฝิงเส้าเฟิง (Feng Shaofeng) และพระรองขวัญใจแฟน ๆ จูอี้หลง (Zhu Yilong) เรียกว่าขนดาราจีนระดับแถวหน้าของวงการมารวมไว้ในเรื่องเดียว จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมซีรี่ย์จีนย้อนยุคเรื่องนี้ถึงได้รับการจับตามองจากแฟนๆ ชาวจีนตั้งแต่ยังไม่ออกอากาศ

อย่างไรก็ตาม หลังจากซีรีย์จีน The Story Of Ming Lan ออนแอร์อย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2018 ก็ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารย์เกี่ยวกับงานสร้างของซีรี่ย์มากพอสมควร เช่น การดัดแปลงบท การใช้สรรพนามเรียกและบทพูดต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งในช่วงแรก ๆ ทางทีมงานของซีรี่ย์จีนเรื่องนี้ต้องแก้ไขงานกันสุดฤทธิ์ เนื่องจากโดนผู้ชมชาวจีนจับผิดกันพอสมควร แต่หลังจากซีรีย์ออนแอร์ไปได้เรื่อย ๆ เรตติ้งก็เริ่มพุ่งสูงมากขึ้นตอนต่อตอน แถมยังถูกพูดถึงอย่างมากในเวย์ป๋ออีกด้วย ส่วนใครที่อยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับซีรีย์จีน The Story Of Ming Lan

อ่านต่อ

Scroll To Top