อาหาร ของหวาน และเครื่องดื่ม

รีวิว ซีรีส์ : Selection: The War Between Women ซีรี่แนวย้อนยุค

รีวิว ซีรีส์ : Selection: The War Between Women ซีรี่แนวย้อนยุค

รีวิว ซีรีส์ ” ศึกแย่งชิงบังลังก์ตำแหน่งองค์ราชินีที่ คังอึนโบ ตัดสินใจเข้าร่วม ได้เริ่มต้นขึ้นด้วยนัยยะแอบแฝงในการช่วงชิงตำแหน่งใหญ่ครั้งนี้ นั่นก็คือการตามหาความจริงเบื้องหลังการเสียชีวิตของฝาแฝดของเธอ “

ชื่อเรื่อง : Selection: The War Between Women (간택 – 여인들의 전쟁)
แนว : ประวัติศาสตร์ / การเมือง / โรแมนติก / แฟนตาซี
ผู้กำกับ : คิมจองมิน (ผลงานก่อนหน้า “Grand Prince” )
คนเขียนบท : ชเวซูมิ
ช่อง : TV Chosun
จำนวนตอน : 16
ช่วงเวลาออนแอร์ : 14 ธันวาคม 2562 – 2 กุมภาพันธ์ 2563
วัน-เวลาออนแอร์ : ศุกร์-เสาร์ เวลา 22.50 น. (ตามเวลาเกาหลีใต้)
เรื่องก่อนหน้า : “Leverage”
เรื่องต่อไป : –
เรื่องย่อ : ซีรีส์เรื่องนี้จะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการแข่งขันอันหฤโหดในการคัดเลือกราชินีองค์ใหม่ โดยจะมีเพียงคนเดียวเท่านั้นในอาณาจักรที่จะขึ้นครองอำนาจซึ่งไม่ขึ้นตรงกับขุนนางหรือไม่ต้องเป็นข้ารับใช้ เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อฝาแฝดของ คังอึนโบ (รับบทโดย จินเซยอน) ถูกฆาตกรรม หลังจากนั้นเธอจึงเริ่มต้นตามหาคนผิดที่ต้องมารับผิดชอบในการตายของฝาแฝดของเธอ คังอึนโบ ตัดสินใจว่าเธอจะต้องขึ้นเป็นองค์ราชินีให้จงได้โดยไม่สนใจว่าต้องทำอะไรที่ไร้เหตุผลหรือต้องกล้าบ้าบิ่นมาเพียงใด เธอทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ในสิ่งที่เธอหวังไว้ ในระหว่างทางของการทำภารกิจครั้งนี้ เธอได้พบกับ อีคยอง (รับบทโดย คิมมินกยู) องค์กษัตริย์ที่มีพระสิริโฉมงดงามและปัญญาอันหลักแหลมซึ่งมักจะทรงฝันถึงสาวนางหนึ่งเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้นอย่างซ้ำๆจนต้องไปเกี่ยวข้องกับสิ่งที่คาดไม่ถึง

นักแสดง
จินเซยอน รับบทเป็น คังอึนโบ
หญิงสาวที่ต้องการขึ้นเป็นราชินีเพื่อตามหาความจริงเบื้องหลังการตายของน้องสาวฝาแฝดของเธอ

คิมมินคยู รับบทเป็น อีคยอง
องค์กษัตริย์ที่ทรงทุกข์ทรมาณอย่างสาหัสหลังจากถูกยิงที่ศีรษะ เขาแสดงอารมณ์เจ็บปวดมากมายเสมือนคนที่เจ็บปวดจากความรักและยังต้องเกี่ยวข้องกับความวุ่นวายในพระราชสำนักระหว่างที่ทรงดำรงตำแหน่งสูงสุดอีกด้ว

อีซีออน รับบทเป็น วัล
ชายหนุ่มที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครแต่รู้แค่ว่าเงินนั้นสำคัญแค่ไหน

โดซังอู รับบทเป็น อีแจฮวา
ชายหนุ่มผู้อาศัยอยู่ตามข้างถนน วันหนึ่งเหมือนโชคชะตาเล่นตลกเมื่อเขาได้กลายมาเป็นผู้สืบทอดบังลังก์

อียอลอึม รับบทเป็น โจยองจี
บุตรสาวคนที่สองของท่านสมาชิกรัฐสภา โจฮึงกยอน เธอหลงใหลและหมกมุ่นกับ องค์กษัติรย์อีคยอง นับตั้งแต่ได้รับการช่วยเหลือตอนโดนแกล้งตั้งแต่เด็ก

ปกติเวลาดูซีรีส์เกาหลีพวกย้อนยุค สมัยโชซอน เนื้อเรื่องก็หนีไม่พ้นการชิงอำนาจของสองขั้วอำนาจที่มักจะมาจากเสนาบดีฝ่ายซ้ายและขวา โดยมีพระพันปี (แม่พระราชา) และพระหมื่นปี (ย่าพระราชา) เป็นคนที่คอยสนับสนุนอย่างเป็นทางการ และซีรีส์ยุคโชซอนต่างๆ

ก็มักจะมีฉากการคัดเลือกพระชายาขององค์รัชทายาทหรือพระมเหสีของพระราชา แทรกเข้ามาในเกือบจะทุกเรื่อง เพราะการเข้าไปเป็นพระราชาหรือพระมเหสี คือหนทางหนึ่งในการเสริมอำนาจของตระกูลนั้นให้แข็งแกร่งขึ้น (ลองย้อนกลับไปดู The moon embrace the sun หรือ Love in the moonlight
ดู ก็จะเห็นว่ามีฉากตอนพวกนี้อยู่ แต่แค่แทรกพอเป็นสีสัน แต่เรื่องนี้พูดเรื่องการคัดเลือกพระมเหสีล้วนๆเลย) สำหรับ Selection : The war between women

เป็นเรื่องเกี่ยวกับการคัดเลือกพระมเหสีของพระราชาทั้งเรื่องเลย ที่แสดงให้เห็นว่ามีการแย่งชิงตำแหน่งนี้กันมากขนาดไหน โดยที่เสนาบดีทั้งซ้ายทั้งขวา ต่างก็พยายามสุดกำลังที่จะให้ลูกสาวหลานสาวของตนได้เข้าไปเป็นพระมเหสี ในขณะที่พระราชาเองไม่สามารถมีปากมีเสียงอะไรได้มากนัก

เพราะอาจจะกระทบกับความมั่นคงของราชบัลลังก์ (เพราะถ้าไปขัดคอกับเสนาบดีเข้าสักคนหนึ่ง อาจจะไม่มีคนหนุนคานอำนาจ และอาจจะเกิดการกบฎหรือถูกโค่นบัลลังก์ได้) นอกจากการแย่งชิงขั้วอำนาจของเหล่าเสนาบดีแล้ว ยังมีการแย่งชิงราชบัลลังก์ของพวกรัชทายาทอันดับรองๆ อีกด้วย คังอึนกีและคังอึนโบ

(รับบทโดยจินเซยอน) เป็นพี่น้องฝาแฝด ตอนเด็กๆ คังอึนโบ ได้มีโอกาสพบเจอกับอีคยอง (รับบทโดยคิมมินคยู) สมัยที่ยังเป็นองค์รัชทายาท แต่หลังจากนั้น ก็มีเหตุที่ทำให้คังอึนโบต้องพลัดพรากจากครอบครัวไป ต่อมา คังอึนกีจับพลัดจับผลูได้เข้ามาร่วมคัดเลือกพระมเหสีของพระราชาอีคยอง และเธอผ่านการคัดเลือก

แต่ในวันที่ส่งตัวเข้าวัง กลับมีมือปืนมาลอบดักยิง จนคังอึนกีตาย ส่วนอีคยองบาดเจ็บ คังอึนโบได้รู้ในเวลาต่อมาว่า พระมเหสีคังอึนกีคือพี่สาวฝาแฝดของเธอ ทำให้เธออยากรู้สาเหตุว่าใครเป็นคนลอบยิง และเพื่อเป็นการถอนรากถอนโคนตระกูลคังครอบครัวเก่าของเธอให้สิ้นซาก ทำให้ผู้มีอำนาจจัดการทำให้ครอบครัวเก่าของเธอถูกตราหน้าว่าเป็นกบฎ

พ่อของเธอซึ่งเป็นที่ปรึกษาราชการ โดนประหารชีวิต เมื่อมีการประกาศรับสมัครหญิงสาวเข้าร่วมการคัดเลือกเป็นพระมเหสีอีกครั้ง คังอึนโบจึงตัดสินใจสมัครเข้ารับการคัดเลือก เธอได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนพ่อของเธอที่ถูกให้ออกจากราชการ และได้เจ้าเมืองเมืองหนึ่งยอมให้เธอแจ้งประวัติว่าเป็นลูกสาว ตลอดช่วงเวลาของการคัดเลือก

เธอต้องหาวิธีเอาตัวรอดจากการเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ต่างๆ จากลูกสาวและหลานสาวของเสนาบดีผู้ที่ต้องการรักษาอำนาจให้อยู่ค้ำฟ้า เพราะเป้าหมายสูงสุดของเธอคือการเข้ามาเป็นพระมเหสี คังอึนโบ จะได้เข้ามาเป็นพระมเหสีหรือไม่ พระราชาอีคยอนจะรู้ไหมว่าคังอึนโบไม่ใช่คังอึนกี และคนที่เคยเจอเมื่อตอนเด็กๆ คือคังอึนโบไม่ใช่คังอึนกี

ต้องมาช่วยกันลุ้นละ ตอนนี้ออนแอร์มาได้ 6 ตอนแล้ว ปกติซีรีส์พวกยุคโชซอนที่เคยดูมา พระหมื่นปีมักจะเป็นคนร้าย ส่วนพระพันปีมักจะเป็นคนดี คอยช่วยเหลือพระราชาอย่างลับๆ อย่าง Moon embrace the sun ตัวร้ายเลยคือพระหมื่นปี แต่เรื่องนี้ คนร้ายกลับเป็นพระพันปีเสีย

และบ่อยครั้งที่ พระพันปี กับ พระหมื่นปี มีความเห็นไม่ค่อยลงรอยกัน เป็นอีกซีรีส์ ที่อิงประวัติศาสต ร์เล็กๆ ใครที่อยากรู้ประวัติศาสตร์ เกาหลี แต่ไม่อยากอ่านตำรา ลองหาซีรีส์ พวกโชซอน ดูก็พอจะได้เห็นอยู่บ้าง แม้ว่าอาจจะไม่มากนัก อย่างเรื่องนี้ ดูแล้วก็จะได้รู้ว่า ขั้นตอนในการคัดเลือก พระมเหสีจะต้องพิจารณา จากอะไรบ้าง จินเซยอน หน้าเธอ สวยหวาน เหมาะกับบทซีรีส์ ย้อนยุคจริงๆ ส่วน คิมมินคยู เชื่อว่าสาวๆ หลายคน ก็ตกม้าตายตรงลักยิ้มนี่แหละ ยิ้มทีนึงนี่ นึกถึงศรราม เทพพิทักษ์ ยังไงยังงั้น เลย Selection : The war between women เริ่มออนแอร์เมื่อกลางๆ ธันวาคมที่ผ่านมา (ไล่ๆ กับ C

เรื่องราวของ #คังอึนโบ ที่ถูกแยกจากครอบครัว ตอนเด็ก และ ความทรงจำหายไป โตมา เป็นนายหน้า ขายข่าว ในเมืองหลวง นางเอก เลยไม่รู้ตัว ว่าตนเองมีพี่สาว ฝาแฝด แล้วพี่สาวฝาแฝด ก็ถูกคัดเลือก ให้เป็น มเหสี แห่งโชซอน แต่วันแต่ง เข้าวัง พี่สาวก ลับถูกลอบ ยิงซะงั้น แล้วนางเอก(ที่ตอนแรกยังจำอะไรไม่ได้)
ก็ดัน ไปเกี่ยวข้อง กับการซื้อขาย อาวุธปืน ซึ่งก็คือปืน ที่นำไปยิง พี่สาว ตัวเองนั่นแหละ
ฝั่งพระเอก #อีคยอง เป็นพระราชา แห่งโชซอน พบรักแรกกับสาวน้อย ตระกูลคัง ที่ได้เจอตอนเด็กๆ

แล้ว เด็กหญิง ตระกูล คังก็เข้ามาคัดเลือกเป็นมเหสี และได้กลายเป็นมเหสีของตน แต่วันแต่งงาน มเหสีก็ถูกลอบยิง (พระราชาก็โดนยิง แต่ตายแล้วฟื้น?) พระราชารู้สึกว่ามีอะไร(?)อยู่เบื้องหลังการตายของมเหสี โดยที่คาดการณ์ว่าเสด็จย่าของตนเกี่ยวข้อง มีคนใส่ร้ายตระกูลของมเหสีให้กลายเป็นกบฎ(?)
การเมืองของขุนนางหลายฝ่ายที่ชักใยและเชื่อมโยงมาจากปมในอดีต
และแล้วนางเอกก็ได้รู้ว่าพระมเหสีที่ตายไปหน้าตาเหมือนตัวเอง ความทรงจำที่หายไปก็กลับมา นางเอกพยายามเอาตัวรอดและสืบหาว่าใครฆ่าพี่สาวตัวเอง พร้อมๆ กับพระเอกที่พยายามสืบหาความจริง คืนความเป็นธรรมให้ตระกูลมเหสี แต่พระเอกจะทำได้แค่ไหน ในเมื่อขุนนางใหญ่ทั้งหลายมีอิทธิพลเหนือพระราชา (?)

ตอนที่พระราชาตาย ขุนนางก็ไปพาว่าที่พระราชามา ( #อีแจฮวา เป็นคนต่างจังหวัด ซื่อๆ เซ่อๆ คงกะว่าพามาเป็นหุ่นเชิด) แต่พระราชาฟื้นก่อน ว่าที่พระราชาเลยน่าจะกลายเป็น พระรอง 555555555
****พระนาง และตัวหลักประกอบแสดงดีเลยล่ะ บทนางเอกค่อนข้างหัวเดียวกระเทียมลีบ ไม่มีเส้นสายในวัง แต่ก็ยังมีเพื่อนพ่อคอยดูแล พล็อตดูเหมือนนางเอกจะกู้เกียรติตระกูลตามปกติ แต่จากสองตอนแรก ปมที่วางไว้ตั้งแต่พระเอกนางเอกเด็กๆ ก็น่าสนใจไม่น้อย (ไม่ได้เล่าถึงทั้งหมด กันสปอยล์ อยากให้ดูเอง ละครหย่อนปมไว้เยอะแยะเชียว 555)

พระเอกก็ดูไม่หูเบา นางเอกก็ฉลาด ดูแล้วไม่น่าจะน้ำเน่า
****แม้จะดูไม่ได้อิง ปวศ อะไร แต่จากเนื้อหาที่บอกว่ามีขุนนางหลายพรรคฝ่ายเหนือ ใต้ ออก ตก ตีกันอยู่ และญาติพระราชาก็มาจากตระกูลคิมแห่งอันดง ดูแล้วก็ตรงบรรทัดฐานการเมืองโชซอน น่าจะเขย่าดราม่าการเมืองมาผสมกับการคัดเลือกมเหสี (อีกรอบ) ของฝ่ายในของวัง และผสมโรแมนติกของฝั่งพระ-นางมาหน่อยๆ ดูหนังออนไลน์

รีวิว ซีรีส์ ‘Its Okay To Not Be Okay’ เรื่องหัวใจ ไม่ไหวอย่าฝืน สนุกมากก

รีวิว ซีรีส์ ‘Its Okay To Not Be Okay’ เรื่องหัวใจ ไม่ไหวอย่าฝืน สนุกมากก

ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครมุนคังแทและมุนซังแท

รีวิว ซีรีส์  “It’s Okay to Not Be Okay” เป็นซีรีส์ที่โด่งดังมากตั้งแต่มีข่าววางตัวการแสดง เพราะเรื่องนี้จะเป็นซีรีส์คัมแบ็คของนักแสดงฮันรยูสตาร์อย่าง “คิมซูฮยอน“ หลังจากปลดประจำการทหาร หลังจากที่ทำให้แฟน ๆ คิดถึงมานาน ในที่สุดเขาก็ตอบรับว่าจะแสดงนำในซีรีส์เรื่องนี้ โดย It’s Okay to Not Be Okay ซึ่งเป็นซีรีส์ที่บอกเล่าเรื่องราวของ “มุนคังแท” และ “โกมุนยอง” ที่พัฒนาความรักที่ผิดปกติไปพร้อม ๆ กับการรักษาบาดแผลทางอารมณ์และจิตใจของกันและกัน หลายคนอาจจะคิดว่าซีรีส์เรื่องนี้คล้ายกับนิทานแฟนตาซีที่มีตัวละครลึกลับและแปลกตา เพราะมีพล็อตที่แปลกใหม่นำเสนอชีวิตของผู้ดูแลในหอผู้ป่วยจิตเวชกับนักเขียนนิทานต่อต้านสังคมและนักวาดภาพประกอบออทิสติกที่มีความทรงจำอันแสนเจ็บปวด ดูเหมือนเรื่องนี้จะเป็นซีรีส์ที่เราไม่เคยรู้มาก่อนว่าเราต้องการดูเพื่อปลอบโยนจิตใจที่อ่อนแอ

It’s Okay to Not Be Okay นำเสนอแง่มุมของชีวิตที่แตกต่างกันในขณะที่ซูมเข้าไปที่ตัวละครต่าง ๆ ซึ่งแต่ละคนมีบาดแผลเป็นของตัวเอง มันมีหลายกรณีที่เราเห็นผู้คนและตัดสินว่าพวกเขาเป็นคนแบบนี้หรือคนแบบนั้น สิ่งนี้สามารถทำให้ผู้คนทำผิดพลาดและรู้สึกเสียใจ ซึ่งเรื่องนี้จะถ่ายทอดเรื่องราวการยอมรับผู้คนในสิ่งที่พวกเขาเป็นมากขึ้น หากวันนี้คุณกำลังตัดสินใจอยู่ว่าควรดู It’s Okay to Not Be Okay ดีไหม? ไปดูคำตอบกันค่ะว่าทำไมคุณต้องดูซีรีส์เรื่องนี้

ข้อมูลทั่วไปของซีรีส์ It’s Okay To Not Be Okay : เรื่องหัวใจ…ไม่ไหวอย่าฝืน
แนวซีรีส์ โรแมนติก ดราม่า
สร้างโดย Dragon Studio
เขียนบท โจยง
กำกับการแสดงโดย พัคชินอู
ช่องทางออกอากาศ tvN และ Netflix
จำนวนตอน 16 ตอน ตอนละ 70 – 85 นาที
นักแสดงนำ คิมซูฮยอน (มุนคังแท)
ซอเยจี (โกมุนยอง)
โอจองเซ (มุนซังแท)
พัคกยูยง (นัมจูรี)
นักแสดงสมทบ คิมจูฮัน (อีซองอิน)
พัคจูจิน (ยูซึงแจ)
คิมจางวาน (โอจีวัง)
คิมมีคยอง (คังซุนด็อก)
จางยองนัม (โดฮีแจ)
อีอึล (โกแดฮวาน)

คาแรคเตอร์ที่ซับซ้อนของตัวละครในเรื่อง

เรื่องย่อ Its Okay To Not Be Okay ?
รีวิว ซีรีส์  It’s Okay to Not Be Okay เป็นเรื่องราวของ 2 พี่น้อง อย่างมุนคังแท (คิมซูฮยอน) และมุนซังแท (โอจองเซ) ในทุกฤดูใบไม้ผลิ 2 พี่น้องจะต้องย้ายที่อยู่ เริ่มต้นชีวิตใหม่ในเมืองใหม่ พวกเขาเข้าใจกิจวัตรนี้ดีเพราะพวกเขาทำมานานมากแล้ว จุดเริ่มต้นคือการเสียชีวิตอย่างน่าเศร้าของแม่ของพวกเขาเมื่อพวกเขายังเด็ก มุนคังแททำงานเป็นผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเวช แต่ด้วยภาระงานที่เขาต้องดูแลพี่ชายที่เป็นออทิสติก เขาจึงจำเป็นต้องหางานเป็นผู้ดูแลในโรงพยาบาลแห่งใหม่ทุก ๆ 10 เดือน

สุดท้ายเขาก็ได้ย้ายไปที่โรงพยาบาลจิตเวชรื่นรมย์ในเมืองซองจิน เมืองที่พวกเขาจำเป็นต้องจากไปเมื่อตอนยังเป็นเด็กและเป็นสถานที่ที่แม่ของพวกเขาถูกฆาตกรรมอีกด้วย ก่อนที่พวกเขาจะก้าวไปสู่ที่นั่น มุนคังแทได้พบกับนักเขียนนิทานเด็กชื่อดัง “โกมุนยอง” (ซอเยจี) ด้วยความผิดปกติทางบุคลิกภาพของเธอ โกมุนยองจึงเกิดความชื่นชอบถึงขั้นหมกมุ่นกับคังแท และยอมทิ้งชีวิตคนดังในโซลเพื่อมาตั้งรกรากในเมืองซองจินเพื่อให้ได้อยู่ใกล้กับเขา แต่ทั้งมุนคังแท มุนซังแทและโกมุนยอง ต่างไม่รู้ว่าเขามีอดีตที่เจ็บปวดร่วมกัน

ทำไมต้องดู Its Okay To Not Be Okay ?
1. เป็นผลงานการคัมแบ็คของคิมซูฮยอน
It’s Okay to Not Be Okay นับเป็นบทบาทการแสดงครั้งแรกของคิมซูฮยอนในวงการนับตั้งแต่เขาปลดประจำการจากการเป็นทหาร ซึ่งเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าผู้ชายทุกคนของเกาหลีจะต้องได้รับการเกณฑ์เป็นทหารโดยที่ไม่มีข้อยกเว้น ตอนที่คิมซูฮยอนเข้ากรมไปหลายคนแทบรอไม่ไหวที่จะได้เห็นเขาจะกลับมาโลดแล่นบนหน้าจออีกครั้ง
ซีรีส์ที่ทำให้คิมซูฮยอนได้สร้างชื่อเสียงและได้เป็นนักแสดงระดับฮันรยูสตาร์ ก็คือซีรีส์เรื่อง Dream High (2011), The Moon Embracing the Sun (2012), My Love from the Star (2013), The Producers (2015) เราเองก็หวังมาตลอดว่าซีรีส์เรื่อง It’s Okay to Not Be Okay ก็จะต้องได้รับความนิยมอย่างมากเช่นกัน และแน่นอนค่ะมันเป็นไปตามที่เราคิดเลย ถือว่าการกลับมาของคิมซูฮยอนในครั้งนี้ไม่ทำให้เหล่าแฟน ๆ ต้องผิดหวังค่ะ

2. ซอเยจีแสดงให้คนดูเห็นว่าเธอมีความสามารถ
ซอเยจีได้รับบทเป็นโกมุนยอง บทบาทของเธอเป็นนักเขียนหนังสือสำหรับเด็กที่ประสบความสำเร็จ แต่เธอเป็นโรคบุคลิกภาพต่อต้านสังคม ซึ่งตรงกันข้ามกับบทบาทนำหญิงในซีรีส์เกาหลีที่เราคุ้นเคย เพราะซีรีส์เกาหลีแบบธรรมดานางเอกจะต้องมีชีวิตชีวา ใจดีและเต็มไปด้วยความอ่อนโยน แต่ในซีรีส์เรื่องนี้เธอเป็นนางเอกที่เห็นแก่ตัวสุด ๆ หยิ่งยโสและหยาบคาย เราไม่รู้ว่าคุณจะชอบบทบาทแบบนี้หรือไม่ ? แต่ผู้เขียนมองว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้ตัวละครโกมุนยองน่าหลงใหลมาก ๆ ค่ะ

อีกสิ่งหนึ่งที่เราชอบเกี่ยวกับตัวละครของซอเยจีคือชุดที่มีสไตล์ สวยงามอย่างไร้ที่ติ ชุดที่เธอสวมใส่ในชีวิตประจำวันจะดูเว่อร์วัง อลังการดาวล้านดวงมาก เรารู้ว่าตัวละครของเธออยู่ในขั้นที่ว่ารวย เพราะได้รับเงินจำนวนมากจากค่าลิขสิทธิ์ของเธอในฐานะนักเขียนนิทานเด็กที่ขายดีที่สุด และมันก็สะท้อนให้เห็นถึงตัวเลือกในตู้เสื้อผ้าของเธอ ตั้งแต่ชุดสไตล์มินิมอลล์ สไตล์ยุควิกตอเรียไปจนถึงเดรสแบบธรรมดา สไตล์การสวมเสื้อผ้าของเธอทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนอยู่ในเทพนิยายเลยทีเดียว

3. โอจองเซเป็นนักแสดงที่มีคุณภาพ
โอจองเซเป็นนักแสดงคุณภาพ เขาเคยได้รับรางวัลนักแสดงสมทบ Baeksang Arts Awards ของ KBS ในเรื่อง When the Camellia Blooms (2019) และเขาได้ฝากผลงานการแสดงไว้มากมายทั้ง Touch Your Heart (2019) และ Hot Stove League (2020)

คราวนี้สำหรับเรื่อง It’s Okay to Not Be Okay นักแสดงมากความสามารถอย่างอย่างเขาจะรับบทเป็นมุนซังแท พี่ชายของมุนคังแท (คิมซูฮยอน) ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคออทิสติก ขอบอกเลยว่าโอจองเซแสดงผลงานและบทบาทได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งท่าทาง การพูดและการแสดงอารมณ์ มีข่าวออกมาว่าโอจองเซได้ไปคลุกคลีกับคนที่มีอาการออทิสติกจริง ๆ ก่อนที่จะมารับบทบาทนี้ ถือว่าเขาเป็นนักแสดงที่เป็นมืออาชีพและทุ่มเทกับบทบาทมากจริง ๆ

4. เคมีระหว่างตัวละคร
สิ่งที่ดึงดูดผู้ชมได้มากที่สุดอย่างหนึ่งของซีรีส์เรื่องนี้คือ “เคมี” ที่เข้ากันของตัวละครหลัก ในช่วงแรกของ It’s Okay to Not Be Okay ตัวละครทั้งคู่อาจจะมีความไม่เข้ากันเล็กน้อยด้วยสถานการณ์ แต่ทุกฉากที่พวกเขาจ้องตากันเหมือนว่าทั้งคู่กำลังถ่ายทอดสิ่งต่าง ๆ นับพันโดยไม่ต้องใช้เสียงพูด

ความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาระหว่างมุนคังแทและโกมุนยองเป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก โกมุนยองป่วยเป็นโรคต่อต้านสังคมและมุนคังแทรับบทเป็นผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเวช ตลอดชีวิตของโกมุนยองเธอต้องต่อสู้กับปีศาจในใจของตัวเอง ส่วนมุนคังแท ก็รู้ดีว่าการเข้าใกล้โกมุนยองมันอันตรายแค่ไหน แต่ดูเหมือนว่าเขาจะอดไม่ได้ที่จะถูกดึงกลับเข้าสู่วงโคจรในชีวิตของมุนยอง โดยเฉพาะกับอดีตที่เคยมีร่วมกันของพวกเขา มุนยองมักจะประมาทและขาดการยั้งคิด ในขณะที่มุนคังแทจะช่วยควบคุมตัวของเธอและเมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเขารวมตัวกันก็เหมือนกับว่าพวกเขาช่วยสร้างสมดุลให้กันและกัน มันเป็นไดนามิกที่น่าดึงดูดซึ่งไม่ทำให้ผู้ชมหลุดจากพล็อตเรื่องที่วางไว้

5. มีการแสดงเรื่องราวแบบ 2 มิติ
ไม่ใช่แค่นักแสดงเท่านั้นที่ดึงให้คุณดูซีรีส์เรื่องนี้ แต่บทการ์ตูนที่เป็นภาพเคลื่อนไหวในตอนต้นเรื่องนั้นจะทำให้คุณติดใจ ตัวฉากเริ่มต้นด้วยการแสดงภาพเคลื่อนไหวของเทพนิยายของเด็ก ๆ โดยมีเจ้าหญิงอยู่ที่ระเบียง แต่ในแต่ละเรื่องราวมันไม่ได้จบลงอย่างมีความสุขเลยแม้แต่น้อย เมื่อฉากการ์ตูนเคลื่อนไหวจบไปจากนั้นก็กลายเป็นเรื่องราวของโกมุนยอง ที่คล้าย ๆ กับเรื่องราวของการ์ตูนข้างต้น

เมื่อคุณดูจบคุณอาจจะกำลังตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นคุณจะติดตามดูว่าทำไมเธอถึงเป็นเจ้าหญิงที่มีจุดจบที่น่าเศร้าและเธอจะมีความสุขตลอดไปในชีวิตจริงหรือไม่? ในเรื่องนี้เรื่องราวของตัวละครจะถูกเล่าในสไตล์เทพนิยายอันมืดมิดที่น่าสนใจเหมือนกับภาพเคลื่อนไหวในช่วงแรก มันจะดึงดูดสายตามากในขณะเดียวกันก็จะทำให้เรารู้สึกมีอารมณ์ร่วมกับการแสดง

6. เป็นเรื่องที่ลึกซึ้งมากกว่าตาเห็น
นอกเหนือจากความโรแมนติกและเนื้อเรื่องแล้วสิ่งที่อาจสำคัญที่สุดเกี่ยวกับ It’s Okay to Not Be Okay คือการพยายามเสริมสร้างความเข้าใจที่ดีขึ้นเกี่ยวกับสุขภาพจิต มีซีรีส์เกาหลีไม่มากนักที่พยายามแสดงให้เห็นถึงความเจ็บป่วยทางจิตและความผิดปกติ เช่น ออทิสติก โรคบุคลิกภาพต่อต้านสังคมและภาวะสมองเสื่อม

It’s Okay to Not Be Okay ให้ภาพที่ชัดเจนว่าการประสบกับความผิดปกติเหล่านี้เป็นอย่างไร ตัวอย่างทุกตัวจะสมบูรณ์แบบเมื่อหลับและจะกลายเป็นอีกคนเมื่อถูกสิ่งรบกวนจิตใจครอบงำ ในบางฉากเราจะเห็นอาการที่มุนยองเป็นก็คือการเป็นอัมพาตจากการนอนหลับ ในระหว่างที่เป็นอาการนั้นเธอจะรู้สึกหมดหนทาง ทำอะไรไม่ถูก ไม่สามารถเคลื่อนไหวและวิ่งหนีจากสิ่งชั่วร้ายในความคิดของเธอได้ ถือว่าเรื่องนี้ทำการบ้านได้ดีเพราะแสดงให้เห็นถึงความจริงของคนที่เป็นโรคนี้

อีกตัวอย่างที่ดีคือตัวละครมุนซังแท ซึ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นออทิสติก ครั้งสุดท้ายที่เราได้เห็นตัวละครออทิสติกในซีรีส์เกาหลีอาจจะเป็นเรื่อง Good Doctor ในปี 2013 ดังนั้นการได้เห็นซังแทมีความสุขกับเรื่องง่าย ๆ ในขณะเดียวกันก็ดูแลน้องชายของเขาในแบบของเขาเอง จะทำให้ผู้ชมรู้สึกดีมากที่ได้เห็น มันยอดเยี่ยมมากที่ได้เห็นว่าซีรีส์เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่ามุนซังแทและคนอื่น ๆ ที่เข้าข่ายเป็นออทิสติกนั้นประมวลผลโลกที่แตกต่างออกไป

It’s Okay To Not Be Okay เป็นซีรีส์ที่แตกต่างจากซีรีส์เรื่องอื่น ๆ ที่เราเคยดูมาก่อน ตั้งแต่เรื่องราวแอนิเมชั่นที่สวยงามที่กระจัดกระจายไปทั่วแต่ละตอน ไปจนถึงการใส่ใจในรายละเอียดที่เล็กที่สุดในการผลิตและโครงเรื่อง ซีรีส์เรื่องนี้มีฉากหลังเหมือนเทพนิยายที่คล้ายกับเรื่องราวของหนังสือ บางตอนเขียนขึ้นเพื่อการแสดงโดยเฉพาะ ด้วยองค์ประกอบแบบกอธิค – สยองขวัญ แฟชั่นและการออกแบบการผลิตนั้นถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ได้ภาพที่เห็นซึ่งยังคงสอดคล้องกันตลอดทั้งเรื่อง

สิ่งที่โดดเด่นคือนักแสดงเรื่องนี้มีพรสวรรค์เกินตัว ตัวละครแต่ละตัวมีความสำคัญต่อเนื้อเรื่อง แน่นอนมันเป็นงานที่ยากที่จะดึงคาแรคเตอร์มันออกมาและพวกเขาทุกคนก็ทำได้ดีมาก แต่นอกเหนือจากความสวยงามและการแสดงที่น่ายกย่องแล้ว เรื่องราวและข้อความที่ซีรีส์ถ่ายทอดออกมานั้นเป็นเรื่องที่มีความงามอยู่อย่างแท้จริง ทางเรื่องจัดการกับหัวข้อที่ยากและละเอียดอ่อน เช่น ความเจ็บป่วยทางจิต บุคลิกภาพและความผิดปกติของพัฒนาการ สุดท้ายแล้วทางเรื่องก็ได้แสดงให้เห็นว่าทุกคนได้รับการเยียวยาจากความเจ็บปวดและเติบโตขึ้นมาได้อย่างไร นอกจากนี้ยังมีการอ้างอิงด้วยภาพเพื่ออธิบายคำศัพท์ทางการแพทย์ที่กล่าวถึงในฉากและนี่เป็นองค์ประกอบที่เราคิดว่าเป็นเรื่องจำเป็น

คำเตือน

หากคุณเป็นโรคซึมเศร้าและอ่อนไหวง่าย อารมณ์และสภาพจิตใจของคุณอาจจะไม่พร้อมที่จะเผชิญกับความบอบช้ำส่วนตัวที่กลับมาอีกครั้งในขณะที่ดูบางฉาก มันอาจจะทำให้คุณเจ็บปวดและจมอยู่ในบ่อน้ำตา หากตัวคุณอยู่ในสภาพที่เปราะบาง คุณจะต้องเตรียมความพร้อมทางอารมณ์และจิตใจก่อนดูซีรีส์ในแต่ละตอน แต่หากคุณได้ดูคุณจะรู้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกใบนี้  ดูหนังออนไลน์ 

Scroll To Top