อาหาร ของหวาน และเครื่องดื่ม

ภาพยนตร์แอคชั่น Resident Evil

ผีชีวะ (อังกฤษ  Resident Evil)

ผีชีวะ (อังกฤษ Resident Evil)

ผีชีวะ (อังกฤษ  Resident Evil) เป็นภาพยนตร์แอคชั่นสัญชาติเยอรมัน-อังกฤษ ที่ออกฉายในปี ค.ศ. 2002 นำแสดงโดย มิลลา โยโววิช ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ภาคแรกในภาพยนตร์ชุด เรซิเดนท์อีวิล และภาพยนตร์เรื่องนี้มีภาคต่อคือ ผีชีวะ 2 ผ่าวิกฤตไวรัสสยองโลก

มีความผิดพลาดเกิดขึ้นที่ศูนย์วิจัยทางพันธุกรรม ซึ่งดำเนินการโดย อัมเบรลล่า คอปปอเรชั่น องค์กรลึกลับทางด้านวิศวพันธุกรรม หลังจากเกิดเหตุการณ์แพร่กระจายของไวรัสมรณะ เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า อลิซ และ เรน ได้รับมอบหมายให้นำทีมคอมมานโด เข้าสกัดกั้นการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสภายในศูนย์วิจัย ซึ่งส่งผลให้เจ้าหน้าที่วิจัยหลายคน กลายเป็นศพพวกเขาหารู้ไม่ว่า แม้เพียงแค่ รอยกัดเพียงรอยเดียวก็สามารถทำให้พวกเขากลายเป็นส่วนหนึ่งของพวกมันได้ อลิซและกองกำลังของเธอ มีเวลาในการสกัดกั้นไวรัสร้ายภายในไฮฟ์เพียงแค่สามชั่วโมง เท่านั้น ก่อนที่กองทัพผีดูดเลือดจะยึดครองโลก ระหว่างที่ทำการสกัดกั้นนี้เอง พวกเขาได้พบสาเหตุของการแพร่กระจายของไวรัสมรณะ โดยอาชญากรโรคจิตตัวจริงที่สังหารเหล่าทีมงานวิจัยก็คือ เร้ดควีน ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ควบคุมทุกอย่างที่อยู่ภายในไฮฟ์ ในการเข้าถึงเร้ดควีน อลิซและลูกทีมของเธอ ต้องผจญกับอุปสรรคที่น่ากลัวมากมาย อาทิ เลเซอร์มรณะ,หมากลายพันธุ์ และ ห้องทดลองขนาดใหญ่ ซึ่งอลิซได้เห็นผลการทดลองที่ชั่วร้าย ของบริษัทอัมเบรลล่า ไม่ช้าอลิซก็พบว่าเหล่าผีร้ายเป็นผลจากการทดลองที่ผิดพลาด ของโปรเจ็กต์ล่าสุดของบริษัทอัมเบรล่า ที่มีชื่อว่า ที-ไวรัส ซึ่งถูกคิดค้นขึ้นมา โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นยาชะลอความแก่และเพื่อรักษาเชื้อโรคที่เกิดขึ้นในระบบประสาท ไวรัสทีมีศักยภาพ ในการฟื้นคืนชีพเซลล์ที่ตายแล้ว แต่ก่อนที่จะถูกนำไปใช้ในทางบวก ไวรัสตัวนี้กลับถูกแพร่กระจายสู่อวกาศเสียก่อน เพื่อยับยั้งการแพร่กระจายของ เชื้อไวรัส เร้ดควีนได้ทำการปิดทุกส่วนของไฮฟ์ไว้ ขณะที่เผชิญหน้ากับคอมพิวเตอร์ยักษ์ เรนได้ขอให้เธอพาพวกของเธอออกไปก่อน ซึ่งเดอะเร้ดควีนตอบตกลง แต่ก็ย้ำว่า มันจะปล่อยเฉพาะพวกที่ไม่ติดเชื้อเท่านั้น แน่อนว่าไม่มีพวกเขาคนใดจะหนีไป จนกว่าจะค้นหา แอนตี้ไวรัส ที่สามารถยับยั้งเชื้อไวรัสมรณะเจอเสียก่อน ระหว่างนี้พวกเขาต้องต้องเผชิญกับ เดอะลิคเกอร์ สัตว์ประหลาดที่เกิดจากการกลายพันธุ์อีกตัวหนึ่ง พละกำลังของมันยากที่ใครจะต้านทานอีกด้วย

ผีชีวะ 2 ผ่าวิกฤตไวรัสสยองโลก

(อังกฤษ: Resident Evil: Apocalypse) เป็นภาพยนตร์แอคชั่นที่ออกฉายในปี ค.ศ. 2004 นำแสดงโดย มิลลา โยโววิช ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ภาคที่สองในภาพยนตร์ชุด เรซิเดนท์อีวิล ต่อจากภาพยนตร์เรื่อง ผีชีวะ และภาพยนตร์เรื่องนี้มีภาคต่อคือ ผีชีวะ 3 สงครามสูญพันธุ์ไวรัส

ภาพยนตร์เรื่องนี้อิงเค้าโครงเรื่องจากเกม เรซิเดนต์อีวีล ภาค 2 และ ภาค 3

ในภาค 2 นี้จะบอกเล่าเรื่องราวต่อจากภาคที่แล้ว ซึ่งกล่าวถึงผู้คนที่รอดชีวิตอยู่ใน เมืองแร็คคูนซิตี้ ยังคงติดอยู่ภายในวงล้อมกลายเป็นเมืองที่ถูกปิดตาย ซึ่ง 1 ในนั้นก็คือ อลิซ ที่นับตั้งแต่เธอถูกอัมเบรลล่า คอร์เปอเรชั่น จับตัวไปเป็นหนูทดลองก็ทำให้เธอกลายมาเป็นสุดยอดสาวนักสู้ ผู้มีความสามารถเหนือมนุษย์ ด้วยพละกำลัง, ประสาทสัมผัส และความหลักแหลม เธอจะเป็นความหวังให้กับทุกคนที่ยังมีชีวิตอยู่รอดในเมืองที่เต็มไปด้วยเหล่าผีดิบร้าย แต่ฝันร้ายก็ยังไม่จบลง ท่ามกลางเมืองที่แทบปราศจากผู้คนนั้น เหล่าซอมบี้ก็ออกตามล่าเธออย่างกระชั้นชิด และในดงผีชีวะเหล่านั้น อลิซก็พบเข้ากับเหล่าทหารหน่วยรบพิเศษที่นำทีมโดย “จิล วาเลนไทน์” และ “คาร์ลอส โอลิเวร่า” และเกมการไล่ล่ายิ่งเข้มข้นขึ้นเมื่อ “นีเมสิส” ปรากฏกายขึ้น และมีจุดประสงค์เพื่อจัดการกับอลิซโดยเฉพาะ

ผีชีวะ 3 สงครามสูญพันธุ์ไวรัส

(อังกฤษ: Resident Evil: Extinction) เป็นภาพยนตร์แอคชั่นที่ออกฉายในปี ค.ศ. 2007 นำแสดงโดย มิลลา โยโววิช ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ภาคที่สามในภาพยนตร์ชุด เรซิเดนท์อีวิล ต่อจากภาพยนตร์เรื่อง ผีชีวะ 2 ผ่าวิกฤตไวรัสสยองโลก และภาพยนตร์เรื่องนี้มีภาคต่อคือ ผีชีวะ 4 สงครามแตกพันธุ์ไวรัส โดยมีเค้าโครงเรื่องส่วนใหญ่มาจากเกม เรซิเดนต์อีวิล ของ แคปคอม

หลังจากผ่านเหตุการณ์เมืองแรคคูนซิตีใน ผีชีวะ 2 แล้ว แต่สงครามก็ยังไม่จบสิ้น เมื่อวันสิ้นโลกกำลังจะมาถึง…ที-ไวรัส ผลงานมรณะของบริษัทอัมเบรลล่าคอร์เปอเรชั่นแพร่กระจายเหมือนไฟป่า ไปทั่วสหรัฐ แล้วก็ทั่วโลก… ทำให้มนุษย์กลายเป็นซอมบี้กระหายเลือด เมื่อไม่มีที่ใดปลอดภัย คาร์ลอส โอลิเวร่า และ แอลเจ พร้อมด้วยผู้รอดชีวิตรายใหม่ ได้แก่ แคลร์, เคมาร์ท และเนิร์สเบ็ตตี้ จึงทำการรวบรวมผู้รอดชีวิตรายอื่นๆ ออกเดินทางข้ามทะเลทรายไปเรื่อยๆเป็นขบวนรถหุ้มเกราะ พวกเขากำลังตามหาผู้รอดชีวิตรายอื่นๆ แต่สิ่งที่พบเขาพบมีเพียง… ฝูงผีดิบ… ฉะนั้นสิ่งที่พวกเขาต้องการนั่นก็คือ ปืน และกระสุน เอาไว้ป้องกันตนเอง ภายใต้ดินลับอีกแห่งหนึ่ง บริษัทอัมเบรลล่ายังคงดำเนินต่อไป โดย ดร.ไอแซค ซึ่งกำลังควานหาตัว อลิซ ซึ่งเป็นกุญแจเดียวที่จะเยียวยาหายนะนี้ได้ และเพื่อการทดลองต่อไปอย่างไม่จบสิ้น ไม่เพียงแค่อัมเบรลล่าคอร์ปเท่านั้นที่ต้องการตัวอลิซ แต่อลิซเองก็รอที่จะจัดการกับบริษัทนี้เช่นกัน

ผีชีวะ 4 สงครามแตกพันธุ์ไวรัส

(อังกฤษ: Resident Evil: Afterlife) เป็นภาพยนตร์แอคชั่นที่ออกฉายในปี ค.ศ. 2010 นำแสดงโดย มิลลา โยโววิช ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ภาคที่สี่ในภาพยนตร์ชุด เรซิเดนท์อีวิล ต่อจากภาพยนตร์เรื่อง ผีชีวะ 3 สงครามสูญพันธุ์ไวรัส และภาพยนตร์เรื่องนี้มีภาคต่อคือ ผีชีวะ 5 สงครามไวรัสล้างนรก ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย พอล ดับบลิว.เอส. แอนเดอร์สัน ผู้กำกับจากผีชีวะ ภาคแรก

เมื่อโลกถูกคุกคามโดยไวรัสที่เปลี่ยนให้เหยื่อกลายเป็นซอมบี้ ฮีโร่สาวสุดอันตราย อลิซ ก็เริ่มทำการค้นหาผู้ที่ยังมีชีวิตรอดและตามล่า อัลเบรลล่า คอร์ป ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด โดยที่อลิซต้องเดินไปทางไปยัง โตเกียว อลาสก้า และเมืองลอสแอนเจลิสที่เต็มไปด้วยฝูงซอมบี้ รวมถึงการผชิญหน้ากับอสูรกายที่โหดร้ายที่สุด เธอต้องนำกองทัพโคลนของเธอบุกเข้าฐานกำลังของ อัลเบรลล่า คอร์ป ที่มีประธานบริษัท อัลเบิร์ต เวสเกอร์ เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง หลังจากเกิดการปะทะ อลิซ สูญเสียทั้งตัวโคลนและพลังพิเศษจนหมด เธอตัดสินใจบินไปยังอลาสก้าที่เธอได้รับประกาศจาก อาร์เคเดีย ว่าปลอดภัยจากที-ไวรัส ถึงแม้ที่นี่จะไม่ใช่สวรรค์อย่างที่เธอคิด แต่ อลิซ ก็ได้พบกับเพื่อนเก่าอย่าง แคลร์ ซึ่งสูญเสียความทรงจำไปทั้งหมด ทั้งสองออกเดินทางเพื่อหาคำตอบจนถึงเมืองลอสแอนเจลิส และพบกับกลุ่มผู้รอดชีวิตในคุกที่มีการป้องกันที่แน่นหนา อลิซ และ แคลร์ ได้พบกับ คริส พี่ชายของ แคลร์ ที่ถูกขังในคุก ทั้งสามจึงค้นพบกับมหันตภัยบางอย่างที่น่าสะพรึงเกินกลัวกว่าที่ทุกคนจะคาดคิด

ผีชีวะ 5 สงครามไวรัสล้างนรก

(อังกฤษ: Resident Evil: Retribution) เป็นภาพยนตร์แอคชั่นที่ออกฉายในปี ค.ศ. 2012 นำแสดงโดย มิลลา โยโววิช ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ภาคที่ห้าในภาพยนตร์ชุด เรซิเดนท์อีวิล ต่อจากภาพยนตร์เรื่อง ผีชีวะ 4 สงครามแตกพันธุ์ไวรัส และภาพยนตร์เรื่องนี้มีภาคต่อ อันเป็นภาคอวสานคือ อวสานผีชีวะ ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย พอล ดับบลิว.เอส. แอนเดอร์สัน ผู้กำกับจากผีชีวะ ภาคแรกเช่นกัน

การต่อสู้ครั้งสุดท้ายของมนุษยชาติ เชื้อมรณะ ที-ไวรัส ของบริษัทอัมเบรล่า คอร์ปอเรชั่น ได้แพร่ระบาดไปทั่วโลก และเปลี่ยนให้คนธรรมดากลายเป็นกองทัพซอมบี้ มนุษยชาติกำลังจะสูญพันธุ์ ความหวังเดียวอยู่ที่…อลิซ เธอกระโจนสู่ภารกิจต่อสู้ไปยังเมืองต่างๆทั่วทุกทวีป ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนอยู่ในศูนย์วิจัยระดับสุดยอดของอัมเบรล่า สหายเก่ากลายเป็นศัตรูใหม่ เมื่อเธอต้องต่อสู้เพื่อหนีนรกออกมาและค้นพบว่าทุกสิ่งที่เธอเคยเชื่อ อาจไม่เคยมีอยู่จริง

อวสานผีชีวะ

(อังกฤษ: Resident Evil: The Final Chapter) เป็นภาพยนตร์แอคชั่นที่ออกฉายในปี ค.ศ. 2017 นำแสดงโดย มิลลา โยโววิช ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ภาคที่หก และเป็นภาคอวสานในภาพยนตร์ชุด เรซิเดนท์อีวิล ต่อจากภาพยนตร์เรื่อง ผีชีวะ 5 สงครามไวรัสล้างนรก ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย พอล ดับบลิว.เอส. แอนเดอร์สัน ผู้กำกับจากผีชีวะ ทั้ง 4 ภาค

เรื่องราวในภาคนี้ จะเป็นการดำเนินต่อจากภาค Retribution เมื่อเผ่าพันธุ์มนุษยชาติผู้เหลือรอดได้ดำเนินมาถึงปลายทางของการดำรงอยู่ อลิซ สาวผู้รอดชีวิตในจำนวนไม่มาก จึงเป็นความหวังเดี่ยวที่จะต่อสู้กับเหล่าซอมบี้ต่อไป แต่การเดินหน้าไม่ใช่ทางออกที่ดีสำหรับครั้งนี้ เพราะเธอต้องย้อนกลับสู่จุดเริ่มต้นของหายนะ ณ เมือง Raccoon City เมื่อ The Umbrella Corporation กำลังรวบรวมกำลังพล เพื่อกำจัดมนุษยชาติผู้เหลือรอดเป็นครั้งสุดท้าย ให้สิ้นซาก อลิซจึงต้องผนึกกำลังกับมิตรเก่าและสหายใหม่ เพื่อต่อสู้กับศึกสองด้านในสงครามครั้งสุดท้ายนี้ ซึ่งมีการปรากฏตัวของอสูรกายตัวใหม่ออกมา แต่ชะตากรรมของสงครามการต่อสู้ เพื่อการดำรงไว้ซึ่งเผ่าพันธุ์มนุษยชาติครั้งยิ่งใหญ่นี้จะจบลงอย่างไร ดูหนังออนไลน์

Ratatouille พ่อครัวตัวจี๊ด หัวใจคับโลก

พ่อครัวตัวจี๊ด หัวใจคับโลก

พ่อครัวตัวจี๊ด หัวใจคับโลก

พ่อครัวตัวจี๊ด หัวใจคับโลก เป็นชื่อภาษาไทยของภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง Ratatouille ผลิตโดย พิกซาร์ และจัดจำหน่ายโดย วอล์ท ดิสนีย์ แอนิเมชัน กำกับภาพยนตร์โดย แบรด เบิร์ด (Brad Bird) ออกฉายในประเทศไทยในวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 และออกฉายในสหรัฐอเมริกาวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2550 ถือเป็นภาพยนตร์แอนิเมชันลำดับที่ 8 ของพิกซาร์ โดยตั้งชื่อตามอาหารของฝรั่งเศส ราทาทุย (ออกเสียง แรททาทูอี ในภาษาอังกฤษ) ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับรางวัลออสการ์, รางวัลลูกโลกทองคำ, รางวัลบาฟต้า, และรางวัลแกรมมี่

เนื้อเรื่อง

เรมี่ (Remy) เป็นหนูซึ่งอาศัยอยู่ในฝรั่งเศส อยู่กับอาณาจักรหนูโดยมีพี่ชายคือ เอมิล (Emile) และมีพ่อคือ จังโก้ (Django) ซึ่งเป็นหัวหน้าอาณาจักรหนู เรมี่มีประสาทรับรสที่ดีเยี่ยม พ่อของเขาจึงให้เรมี่เป็นคนตรวจสอบยาเบื่อ แต่เรมี่ค่อนข้างแตกต่างจากหนูตัวอื่นๆ ที่เขามักจะเลือกกินแต่ของดีๆ และเดินสองขาเพราะไม่อยากให้มือ (เท้าหน้า) สกปรก เรมี่จึงไม่ค่อยลงรอยกับพ่อเขามากนัก จนวันหนึ่งเรมี่และเอมิลได้เข้าไปภายในบ้านของหญิงแก่เพื่อหาของกิน และเขาก็พบหนังสือของ ออกุส กุสโตว์ (Auguste Gusteau) เชฟมือทองของฝรั่งเศส โดยเขามีร้านอาหารชื่อกุสโตว์ (Gusteau’s) ซึ่งเป็นร้านอาหารห้าดาวในปารีส โดยเรมี่ชื่นชมเชฟกุสโตว์มาก โดยเฉพาะคติของเขาที่ว่า “ไม่ว่าใครก็ทำอาหารได้” (Anyone can cook!) แต่เรมี่ก็ได้ดูโทรทัศน์ก็พบว่า ร้านกุสโตว์ถูกลดดาวเหลือเพียงสี่ดาวหลังจากถูกวิจารณ์โดยนักวิจารณ์อาหาร แอนทอน อีโก้ (Anton Ego) หลังจากนั้นไม่นานเชฟกุสโตว์ก็เสียชีวิตลงในเวลาต่อมาโดยไม่ทราบสาเหตุ ด้วยเหตุนี้ร้านกุสโตว์จึงถูกลดดาวอีกเป็นสามดาว ขณะที่เรมี่ดูโทรทัศน์อยู่และทราบว่าเชฟกุสโตว์ตายแล้ว หญิงแก่ก็ตื่นขึ้นพอดี และพยายามใช้ปืนไล่ยิงเรมี่และเอมิล จนหลังคาด้านบนแตกออกและหนูจำนวนมากก็หล่นลงมา พ่อของเรมี่จึงรีบให้หนูทุกตัวไปขึ้นแพตรงแม่น้ำ แต่เรมี่เอาหนังสือของกุสโตว์ไปด้วย ทำให้ตามหนูที่เหลือไม่ทันและพลัดพรากจากครอบครัว

หลังจากที่เรมี่เริ่มหมดหวัง ภาพในจินตนาการของเรมี่ซึ่งเป็นเชฟกุสโตว์ก็ออกมาและบอกเรมี่ว่า “อาหารจะมาหาผู้รักการทำอาหารเสมอ” เรมี่จึงวิ่งไปเรื่อยๆ และพบว่าเขาอยู่ในกรุงปารีสและพบร้านกุสโตว์ โดยปัจจุบันมีหัวหน้าเชฟคือ สกินเนอร์ (Skinner) ซึ่งเคยเป็นอดีต ซูเชฟ (sous-chef/รองหัวหน้าเชฟ) ของร้านกุสโตว์ ในขณะนั้นมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งชื่อ อัลเฟรโด้ ลินกวินี่ (Alfredo Linguini) มาขอทำงานในร้านกุสโตว์โดยมาพร้อมกับจดหมายจากแม่ของเขาซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว สกินเนอร์จึงให้ลิงกวินี่เป็นเด็กเทขยะ และเขาก็ทำหม้อซุปหล่น เขาจึงปรุงซุปแบบหยิบอะไรได้ก็ใส่ลงไป เรมี่บังเอิญหล่นจากหลังคาร้านกุสโตว์ลงไปยังอ่างล้างจาน หลังจากพยายามหนีออกมา เขาได้กลิ่นซุปแล้วรู้สึกไม่ดีเขาจึงพยายามแก้รสของซุป ลินกวินี่เห็นเรมี่พอดีจึงใช้ที่ครอบหม้อจับไว้ สกินเนอร์จึงจับลินกวินี่ไว้ข้อหาที่เขาทำอาหารในครัว ในขณะที่อยู่ในความสับสน ซุปได้ถูกเสิร์ฟไปยังแขกลูกค้าแล้ว และลูกค้าคนนั้นคือนักวิจารณ์อาหาร โซลีน เลอแคลร์ โดยเธอชมว่าซุปของร้านกุสโตว์มีรสชาติดีเยี่ยม

เซฟผู้หญิงคนเดียวในร้านกุสโตว์ คอลเลตต์ ทาทูว์ (Colette Tatou) บอกสกินเนอร์ไม่ให้ไล่ลิงกวินี่ออก และยกคติของเชฟกุสโตว์ว่า “ไม่ว่าใครก็ทำอาหารได้” สกินเนอร์จึงไม่ไล่ลินกวินี่ออกแต่จะให้เขาทำซุปใหม่อีกครั้ง ขณะที่สกินเนอร์กำลังคุยกับลินกวินี่อยู่นั้นเขาก็เห็นเรมี่กำลังหนีอยู่พอดี ลินกวินี่จึงจับเรมี่ไว้ในขวด และสกินเนอร์ก็สั่งให้เอาเรมี่ไปไกลๆ แล้วฆ่ามัน แต่เมื่อถึงริมฝั่งแม่น้ำลินกวินี่ไม่สามารถทำใจฆ่าเรมี่ได้ เขาจึงเริ่มคุยกับเรมี่ บอกปัญหาต่างๆ และเขาพบว่าเรมี่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด โดยการพยักหน้าและภาษากาย

วันรุ่งขึ้นร้านกุสโตว์ถูกจับตามองอีกครั้งหลังคำวิจารณ์ของโซลีน เลอแคลร์เผยแผร่ โดยลินกวินี่คิดหาว่าจะไว้เรมี่ที่ไหนดี และสุดท้ายหลังจากใช้ความพยายามหลายครั้งเขาจึงเอาเรมี่ไว้ในหมวกพ่อครัว และตอนนั้นลิงกวินี่เกือบจะชนกับบริกรของร้าน เรมี่ก็ดึงผมของลินกวินี่โดยไม่ได้ตั้งใจ ลินกวินี่ก็หลบบริกรได้ทัน ลินกวินี่จึงถามเรมี่ว่าเขาทำได้อย่างไร เรมี่ก็ลองดึงผมของลินกวินี่ แล้วเขาก็ขยับตามการดึงผมของเรมี่ เรมี่จึงใช้วิธีนี้ให้เขาสามารถควบคุมลินกวินี่ให้ทำอาหารได้

ลินกวินี่สามารถทำซุปอีกครั้งผ่านการควบคุมอย่างลับๆ ของเรมี่ แต่สกินเนอร์ก็ยังสงสัยว่าทำไมคนไม่เคยทำอาหารอย่างลินกวินี่จึงทำซุปได้อร่อยนัก ในคืนนั้นมีลูกค้าประจำโดยพวกเขาต้องการอาหารใหม่ที่ไม่มีอยู่ในเมนูบ้าง เรมี่และลินกวินี่ก็ทำอาหาร สวีตเบรด-อลากุสโตว์ ซึ่งกุสโตว์ยังเคยพูดเองว่าอาหารสูตรนี้แย่สุดๆ แต่ลูกค้าชอบมากและมีออเดอร์เข้ามาหลายที่ ระหว่างที่ลินกวินี่กำลังฉลองความสำเร็จเล็กๆ ในร้าน ในตอนนั้นสกินเนอร์เขาก็เห็นเงาของหนูในหมวกของลิงกวินี่ เขาจึงให้ลินกวินี่ดื่มไวน์ ชาโต ลาตูร์ (Château Latour) จนเมาเพื่ออาจจะได้ความลับบางอย่างแต่ก็ไม่สำเร็จ เขาจึงปล่อยให้ลินกวินี่ล้างจานและทำความสะอาดร้านจนถึงเช้า

วันรุ่งขึ้นขณะที่ลินกวินี่กำลังหลับอยู่และยังไม่สร่างเมา คอลเลตต์ได้มาถึงพอดี เรมี่จึงเข้าไปในหมวกของลินกวินี่และใส่แว่นดำให้กับเขา และควบคุมลิงกวินี่ทั้งๆ ที่หลับ จนสุดท้ายลินกวินี่เกือบที่จะเปิดเผยความจริง เรมี่จึงดึงผมของลินกวินี่จนลินกวินี่ล้มบนคอลเลตต์และจูบกันโดยไม่ได้ตั้งใจ ทั้งสองเริ่มเดตกัน ทำให้เรมี่รู้สึกว่าถูกละทิ้ง ในขณะนั้นสกินเนอร์ได้อ่านจดหมายจากแม่ของลินกวินี่และพบว่าลินกวินี่เป็นลูกชายของกุสโตว์ จากพินัยกรรมของเชฟกุสโตว์ หากไม่มีทายาทของกุสโตว์ปรากฏตัวภายใน 2 ปีหลังจากกุสโตว์เสียชีวิต ตำแหน่งหัวหน้าเชฟจะตกเป็นของผู้ช่วยเชฟ ซึ่งนั่นคือสกินเนอร์นั่นเอง ทำให้แผนการของสกินเนอร์ที่จะขายชื่อร้านกุสโตว์ในธุรกิจอาหารแช่แข็งอยู่ในสถานการณ์ล่อแหลม และสกินเนอร์ก็พยายามหาวิธีเขี่ยลินกวินี่ออกจากร้านกุสโตว์ให้ได้

คืนหนึ่ง เรมี่ได้พบกับครอบครัว จังโก้พ่อของเขาจัดงานฉลองอย่างใหญ่โต แต่เรมี่บอกว่าเขาจะไม่อยู่กับครอบครัวแต่จะกลับไปอยู่กับมนุษย์ (ลินกวินี่) แล้วจะกลับมาเยี่ยมครอบครัวบ่อยๆ จังโก้จึงพาเรมี่ไปยังร้านขายยาเบื่อและกับดักหนูซึ่งมีแต่หนูที่ตายอยู่ในตู้กระจก และบอกเรมี่ว่านี่คือผลจากการที่หนูทำตัวสบายใกล้มนุษย์เกินไป เรมี่ไม่เชื่อและขอเดินในเส้นทางของเขาเอง

ระหว่างที่กำลังหาอาหาร เรมี่ได้พบพินัยกรรมของกุสโตว์ในลิ้นชักของสกินเนอร์ หลังจากหนีการตามล่าของสกินเนอร์ เรมี่ได้นำพินัยกรรมไปให้ลิงกวินี่ ลินกวินี่ถือว่าเป็นเจ้าของร้านกุสโตว์อย่างสมบูรณ์แล้ว ทำให้แผนของสกินเนอร์ต้องล่มทั้งหมด สกินเนอร์ถูกไล่ออก ทำให้ร้านกุสโตว์มีหน้าตาขึ้นมาอีกครั้ง

แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ยินดีในตัวลินกวินี่ แอนทอน อีโก้ นักวิจารณ์อาหารได้มายังร้านกุสโตว์อีกครั้ง และบอกแก่ลินกวินี่ว่าพรุ่งนี้เขาจะมาอีกครั้งด้วยความหวังอย่างสูง แต่ในวันนั้นลินกวินี่และเรมี่แตกคอกัน แต่บังเอิญสกินเนอร์เห็นเรมี่พอดีและรู้ความจริงว่าเรมี่เป็นคนทำอาหาร วันต่อมาสกินเนอร์จึงวางกับดักเรมี่ และจะให้เรมี่ทำอาหารแช่แข็งยี่ห้อเชฟสกินเนอร์แลกกับการไม่ฆ่าเรมี่ ทางด้านร้านกุสโตว์ อีโก้ได้มาถึงและบอกแก่บริกรว่า “บอกเชฟลินกวินี่ของคุณว่าให้เอาอะไรก็ได้ที่เขากล้ามาเสิร์ฟผม ให้เขาซัดผมด้วยสูตรเด็ดของเขาเลย” สกินเนอร์ซึ่งแอบปลอมตัวมาก็สั่งอาหารตามที่อีโก้สั่ง ลินกวินี่ซึ่งไม่รู้จะทำอาหารอะไรเพราะตอนนี้เรมี่ไม่อยู่แล้ว เขาจึงกระวนกระวายและวิ่งเข้าห้องทำงานไป

เรมี่ได้รับความช่วยเหลือจากพ่อของเขาและเอมิล เรมี่รีบกลับไปที่ร้านกุสโตว์ทันทีเพราะเขารู้ว่าลินกวินี่ต้องทำอาหารไม่ได้แน่ แต่เมื่อเขาไปถึงพวกเชฟก็พยายามจะจับเรมี่ ลินกวินี่เห็นดังนั้นจึงรีบมาปกป้องเรมี่ไว้ และอธิบายว่าเรมี่เป็นคนทำอาหาร ทำให้คนอื่นๆ รับไม่ได้จึงเดินออกจากครัวไปหมด เหลือแต่ลินกวินี่กับเรมี่ ลินกวินี่จึงเดินคอตกเข้าห้องไป พ่อของเรมี่ก็ออกมาและบอกว่าเขามองเพื่อนของเรมี่ผิดไปและมองเรมี่ผิด เขาจึงเรียกพรรคพวกหนูของเขามาและบอกแก่เรมี่ว่า ให้เรมี่สั่งมาได้เลยว่าให้ทำอาหารยังไง แต่บังเอิญเจ้าหน้าที่กรมอนามัยที่สกินเนอร์ได้โทรนัดไว้มาพอดี พ่อของเรมี่จึงให้พรรคพวกส่วนหนึ่งจับไว้ อีกส่วนหนึ่งช่วยเรมี่ทำอาหาร

ด้านคอเลตต์ ขณะที่เธอกับขี่จักรยานยนต์ไปตามถนน เธอได้เห็นหนังสือของกุสโตว์ “ไม่ว่าใครก็ทำอาหารได้” เธอจึงยอมที่จะกลับไปที่ร้านกุสโตว์ ขณะนั้นลินกวินี่เป็นบริกรชั่วคราวโดยใช้โรวเลอร์สเก็ตเพื่อความรวดเร็ว เรมี่เสนอคอลเลตต์ให้ทำ แรททาทูอี (Ratatouille) แต่คอลเลตต์แย้งว่ามันเป็นอาหารคนจน แต่เรมี่มั่นใจที่จะทำแรททาทูอี เมื่อแรททาทูอีถูกเสิร์ฟไปยังโต๊ะของอีโก้และสกินเนอร์ เมื่ออีโก้กินเข้าไปคำแรก เขาก็ระลึกถึงวัยเด็กสมัยที่แม่ของเขาเคยทำแรททาทูอีให้กิน สกินเนอร์ซึ่งเมื่อกินแล้วก็บุกเข้าไปถึงในครัวแล้วถามว่าใครเป็นคนทำแรททาทูอี แต่เมื่อเขาเห็นหนูกำลังทำอาหารเขาก็ตกตะลึงและถูกพวกหนูจับขังเหมือนเจ้าหน้าที่อนามัย

อีโก้ตอนแรกคิดว่าลินกวินี่เป็นเชฟ แต่ลิงกวินี่บอกอีโก้ว่าเขาเป็นแค่เด็กเสิร์ฟ อีโก้ต้องการจะพบเชฟ คอลเลตต์จึงบอกอีโก้ว่าเขาต้องรอจนกว่าแขกคนอื่นๆ กลับไปหมดก่อน หลังร้านปิดลิงกวินี่ก็เผยว่าเรมี่เป็นคนทำอาหาร และได้พาไปดูถึงในครัว อีโก้จึงได้เปลี่ยนความคิดเดิมๆ ของเขาแล้วเขียนคำวิจารณ์ว่า ตอนนี้ผมพอที่จะเข้าใจความหมายของคำที่ว่า “ไม่ว่าใครก็ทำอาหารได้” และกล่าวว่าเชฟที่ร้านกุสโตว์เป็นเชฟที่ยอดเยี่ยมที่สุดของฝรั่งเศส

อย่างไรก็ตามร้านกุสโตว์ถูกปิดโดยกรมอนามัย อีโก้เสียเครดิตไปจำนวนมาก ถึงกระนั้น ลินกวินี่, คอลเลตต์, และเรมี่จึงไปเปิดร้านอาหารเล็กๆ แห่งใหม่ที่ชื่อว่า La Ratatouille โดยมีอีโก้เป็นลูกค้าประจำ ระเบียงด้านบนร้านเป็นร้านอาหารเล็กๆ สำหรับหนู ภาพยนตร์จบลงด้วยภาพคนต่อแถวยาวจากร้าน โดยมีสัญลักษณ์ร้านเป็นหนูใส่หมวกพ่อครัวและถือทัพพี และขึ้นคำว่า “Fin” ซึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศสแปลว่า “จบ”

ตัวละคร

  • เรมี่ (Remy)
หนูชนบทที่มีความใฝ่ฝันอยากที่จะเป็นเชฟชื่อดังในกรุงปารีส โดยตอนหลังอยู่ที่ร้าน La Ratatouille โดยคอยช่วยลิงกวินี่และคอลเลตต์ทำอาหาร
ให้เสียงพากย์โดย แพทตัน ออสวัลท์
  • อัลเฟรโด้ ลินกวินี่ (Alfredo Linguini)
ลูกชายของออกุส กุสโตว์ เชฟชื่อดังของฝรั่งเศส ตอนแรกเขาทำงานเป็นเด็กเทขยะ แต่เมื่อมีเรมี่คอยให้ความช่วยเหลือ เขาก็กลายเป็นเชฟที่มีชื่อเสียง โดยมีความสัมพันธ์กับคอลเลตต์ตั้งแต่เรมี่ทำให้ลินกวินี่จูบคอลเลตต์โดยไม่ได้ตั้งใจ
ให้เสียงพากย์โดย ลู โรมาโน
  • คอลเลตต์ ทาทูว์ (Colette Tatou)
เชฟผู้หญิงคนเดียวในร้านกุสโตว์ โดยเธอคอยฝึกการเป็นเชฟให้กับลิงกวินี่ตอนที่เข้ามาทำงานใหม่ๆ ถึงแม้เธอจะไม่ค่อยถูกใจลิงกวินี่เท่าไหร่นัก แต่เมื่อลิงกวินี่จูบเธอโดยไม่ได้ตั้งใจ เธอกับลิงกวินี่ก็เริ่มออกเดตด้วยกัน ทำให้เรมี่รู้สึกโดดเดี่ยว โดยเธอเป็นคนๆ เดียวที่กลับช่วยเหลือลิงกวินี่จนผ่านวิกฤตไปได้
ให้เสียงพากย์โดย จานีน กาโรฟาโล
  • สกินเนอร์ (Skinner)
เจ้าของร้านกุสโตว์หลังจากที่กุสโตว์ตายไป เป็นหนึ่งในตัวร้ายหลักของเรื่อง เขาต้องการที่จะขายชื่อกุสโตว์เพื่อทำการตลาดอาหารกล่องและอาหารแช่แข็ง
ให้เสียงพากย์โดย เซอร์ เอียน โฮล์ม
  • แอนทอน อีโก้ (Anton Ego)
เป็นนักวิจารณ์อาหารที่มีอิทธพลมากที่สุดในฝรั่งเศส และเคยวิจารณ์ร้านกุสโตว์ซึ่งอาจเป็นเหตุการตายของกุสโตว์ก็เป็นได้ เขากล่าวว่า เขารักอาหาร แต่ถ้าเขาไม่ชอบมันเขาจะไม่กลืนมันลงคอ
ให้เสียงพากย์โดย ปีเตอร์ โอ’ ทูล
  • ออกุส กุสโตว์ (Auguste Gusteau)
เชฟชื่อดังของฝรั่งเศสที่เสียชีวิตอย่างไม่ทราบสาเหตุหลังจากร้านกุสโตว์ถูกลดดาวเหลือสี่ดวงเหตุโดยคำวิจารณ์ของอีโก้ โดยเขาได้เขียนพินัยกรรมทิ้งไว้ก่อนเสียชีวิต กุสโตว์ปรากฏออกมาเป็นระยะในรูปจินตนาการของเรมี่
ให้เสียงพากย์โดย แบรด การ์เร็ต
  • เอมิล (Emile)
พี่ชายของเรมี่ เป็นคนทึ่งอะไรง่ายและมองโลกในแง่ดี และค่อนข้างตะกละ
ให้เสียงพากย์โดย ปีเตอร์ ซอห์น
  • จังโก้ (Django)
พ่อของเรมี่และเอมิล และเป็นหัวหน้าอาณาจักรหนู เขาไม่ต้องการอะไรนอกจากให้เรมี่เป็นเหมือนกันหนูตัวอื่นๆ ในอาณาจักร จังโก้ไม่เห็นด้วยที่เรมี่จะไปอยู่กับมนุษย์แต่สุดท้ายเขาก็ยอมที่จะช่วยเรมี่ให้ร้านกุสโตว์ฝ่าวิกฤตไปได้
ให้เสียงพากย์โดย ไบรอัน เดนเนฮี
  • Will Arnett พากย์เสียง ฮอร์สท์ (Horst) ซูเชฟร้านกุสโตว์
  • James Remar พากย์เสียง ลาร์รูส (Larousse) เชฟร้านกุสโตว์
  • Tony Fucile พากย์เสียง ปอมปีดู (Pompidou) เชฟร้านกุสโตว์ และ คนจากกรมอนามัย
  • Julius Callahan พากย์เสียง ลาโล (Lalo) เชฟร้านกุสโตว์ และ ฟรังซัวส์ (Francois) คนออกแบบอาหารให้กับสกินเนอร์
  • John Ratzenberger พากย์เสียง มุสตาฟาร์ (Mustafa) บริกรของร้านกุสโตว์
  • Teddy Newton พากย์เสียง ทาลอง ลาบาร์ดี (Talon Labarthe) ทนายของสกินเนอร์
  • แบรด เบิร์ด พากย์เสียง แอมบริสเตอร์ มีเนียน (Ambrister Minion) คนรับใช้ของอีโก้
  • โธมัส เคลเลอร์ พากย์เสียง แขกร้านกุสโตว์[2]

ภาพยนตร์เรื่อง The Hunger Games 

เกมล่าเกม The Hunger Games

เกมล่าเกม The Hunger Games 

เกมล่าเกม The Hunger Games  เป็นภาพยนตร์อเมริกัน ค.ศ. 2012 แนวแอ็คชั่นดราม่ารูปแบบนิยายวิทยาศาสตร์ว่าด้วยเรื่องราวอันโหดร้าย กำกับโดย แกรี รอสส์ ซึ่งอิงจากนิยายเนื้อเรื่องเดียวกัน ที่เขียนขึ้นโดย ซูซาน คอลลินส์ นำแสดงโดย เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์, จอช ฮัทเชอร์สัน, เลียม เฮมส์เวิร์ท, วู้ดดี้ ฮาร์เรลสัน และ เอลิ

ซาเบธ แบงส์ ภาพยนตร์ชุดนี้ได้รับการเปิดตัว ณ วันที่ 21 มีนาคม ค.ศ. 2012 ในประเทศฝรั่งเศสรวมถึงประเทศอื่นๆ และในระดับสากล ณ วันที่ 23 มีนาคม ค.ศ. 2012  โดยจัดฉายทั้งในโรงภาพยนตร์ทั่วไปรวมถึงโรงภาพยนตร์ดิจิตอลไอแมกซ์ ภาพยนตร์ชุดนี้ทำสถิติบ็อกซ์ออฟฟิศอันดับสามในช่วงสุดสัปดาห์เปิดตัวนับตั้งแต่

ภาพยนตร์ทุกเรื่องที่เคยมีมา (155 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในสหรัฐอเมริกาถัดจาก แบทแมน อัศวินรัตติกาล (158 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และ แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ภาค 2 (169 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) รวมถึงเป็นภาพยนตร์ที่มิใช่ภาคต่อที่ประสบความสำเร็จสูงสุด ภาพยนตร์ชุดนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักวิจารณ์ ซึ่งได้ยกย่องการแสดงของลอว์เรนซ์รวมถึงรูปแบบกับถ้อยคำที่ใช้

ปีกแห่งไฟ (อังกฤษ: Catching Fire) เป็นนวนิยายไซไฟ เสียดสีสังคม เขียนโดยซูซาน คอลลินส์ เป็นเล่มที่ 2 ในนวนิยายชุดเกมล่าชีวิต ซึ่งเล่าเรื่องราวหลังจบเกมล่าชีวิต เกือบ 1 ปี ซึ่งแคตนิสและพีต้าต้องออกทัวร์ผู้พิชิตเพื่อพบปะกับประชาชนทั้ง 12 เขต แต่ภายหลังจบเกมล่าชีวิต ทุกสิ่งได้เปลี่ยนไปแล้ว ชัยชนะของแคตนิสและพี

ต้าได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งการขัดขืนต่อแคปปิตอล ซึ่งอาจนำไปสู่การปฏิวัติ ดังนั้นประธานาธิบดีสโนว์ ของแคปปิตอล ไม่สามารถยอมให้เกิดการปฏิวัติขึ้นได้ สโนว์จัดการแข่งขันควอเตอร์เควล เกมล่าชีวิตปีพิเศษซึ่งจะจัด

ขึ้นทุกๆ 25 ปี โดยกติกาคือให้ผู้ที่เคยชนะการแข่งขันเกมล่าชีวิต เขตละ 2 คน ลงแข่งขันควอเตอร์เควล ทำให้แคตนิสและพีต้าต้องลงแข่งอีกครั้ง

ปีกแห่งไฟ ถูกวางจำหน่ายในวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2552 โดยสำนักพิมพ์สกอลาสติก โดยได้มีการนำไปดัดแปลงในรูปแบบภาพยนตร์ ในชื่อไทยว่า เกมล่าเกม 2 แคชชิ่งไฟเออร์ (The Hunger Games: Catching Fire) เข้าถายในวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 ดูหนังออนไลน์

ภาพยนตร์เรื่อง Alien Covenant

Alien Covenant ภาคต่อ

Alien Covenant ภาคต่อ

Alien Covenant ภาคต่อ ในเดือนกันยายนปี 2015 ริดลีย์สก็อตต์กล่าวว่าเขาวางแผนที่จะสร้างภาคต่อสองภาคสำหรับ Prometheus ซึ่งจะสร้างเป็นภาพยนตร์เอเลี่ยนเรื่องแรกโดยเสริมว่า“ ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจมี (หนึ่ง)” แฟรนไชส์ของมนุษย์ต่างดาว “(ซึ่งหมายความว่าจะไม่มีภาคต่ออีกต่อไป แต่มีสามกองพลของโพรมีธีอุส) ในเดือนพฤศจิกายน 2558 สก็อตต์ยืนยันเอเลี่ยน 

The Contract” จะเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกจากอีกสามเรื่องในซีรีส์พรีเควล “Alien” จากนั้นเชื่อมต่อกับเอเลี่ยนดั้งเดิมโดยสังเกตว่าภาคต่อของ Prometheus จะเปิดเผยว่าใครเป็นผู้สร้างไฟล์ Zeno เขียนขึ้นระหว่างการผลิต “Aliens: Covenant” และแล้วเสร็จในปี 2560

วางแผนที่จะเริ่มการผลิตระหว่างปีในเดือนมีนาคม 2017 สก็อตต์กล่าวว่า: “ถ้าคุณต้องการแฟรนไชส์จริงๆฉันสามารถหมุนมันได้อีกหกครั้งฉันจะไม่ปิดมันอีกครั้งไม่มีทาง” รอนนอกภาพยนตร์ดาราคือ ยกเลิก. ในการสัมภาษณ์ครั้งต่อมาเขาบอกว่าเขาจะเข้าร่วมในฐานะโปรดิวเซอร์ แต่ 20th Century Fox ตัดสินใจที่จะไม่ดำเนินโครงการต่อ

ในการให้สัมภาษณ์ริดลีย์สก็อตต์ยืนยันว่าภาคต่อของภาพยนตร์เรื่องต่อไปจะรวมถึงวิศวกรที่รอดชีวิตซึ่งอยู่ห่างจากโลกของพวกเขาในขณะที่เดวิดทำลายประชากรพื้นเมือง Michael Reyes เขียนเรื่อง Cinema Blend ใน

เดือนกรกฎาคม 2017 โดยอ้างคำพูดของ Scott ที่ระบุว่าหาก Sigourney Weaver สามารถแสดงบทบาทของเธอในฐานะ Ellen Ripley ในพรีเควลได้ “เรากำลังมุ่งหน้าไปยังจุดสิ้นสุดของภาคแรก เอเลี่ยน ดังนั้น [โดยใช้ CGI] อาจเป็นไปได้ ริปลีย์จะเป็นลูกสาวของใครบางคนแน่นอน เรากำลังเข้ามาจากด้านหลัง ข้อ จำกัด เรื่องเวลา

ระหว่างภาพยนตร์เรื่องนี้ซึ่งเราปล่อยให้เดวิดออกเดินทางไปยังอาณานิคมนั้นฉันคิดว่าคุณน่าจะเป็นหนังสองเรื่องที่ไม่ได้คำนึงถึงเธอด้วยซ้ำ “ ในเสียงบรรยายสำหรับ Alien: Covenantสก็อตยืนยันว่าเป็นภาคต่อของ Alien: Covenantหรือเรียกสั้น ๆ ว่า “Alien: Covenant 2 “กำลังเขียนโดย จอห์นโลแกนโดยมี Fassbender, Waterston และ McBride ชดใช้บทบาทของพวกเขา สกอตต์ยังยืนยันว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะเสร็จสมบูรณ์ในซีรีส์พรีเควลของเขาซึ่งจะนำไปสู่เหตุการณ์ต่างๆโดยตรง เอเลี่ยน.

ภายในเดือนกันยายน 2017 ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ 20th Century Fox Stacey Sniderระบุว่าแม้ว่า Alien: Covenant เป็นความผิดหวังทางการเงินสตูดิโอตั้งใจที่จะดำเนินการตามภาคต่อของ Ridley ปลายเดือนกันยายน 2017 Carl Braga นักออกแบบกราฟิกหน้าจอได้ประกาศว่าโครงการล่าช้า ในเดือนตุลาคมปี 2017 ริดลีย์สก็อตต์ระบุว่า “Alien: Covenant 2 “จะเน้นไปที่แอนดรอยด์และ เอ ตรงข้ามกับ xenomorphs สก็อตต์กล่าวว่า“ ฉันคิดว่าวิวัฒนาการของมนุษย์ต่างดาวนั้นใกล้จะจบลงแล้ว แต่สิ่งที่ฉันพยายามทำคือการก้าวข้ามและก้าวไปสู่อีกเรื่องหนึ่งซึ่งจะถูกยึดครองโดย AIs โลกที่ AI อาจสร้างขึ้นเป็นผู้นำได้หากเขา พบว่าตัวเองอยู่บนโลกใบใหม่จริงๆแล้วเรามีเลย์เอาต์ที่ค่อนข้างใหญ่สำหรับดวงต่อไป “ ในเดือนพฤศจิกายน 2018 มีการประกาศว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะเกิดขึ้นใน LV-426 โดยมีวิศวกรนอกโลกร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้และกำลังตามหาเดวิด8หลังจากการกระทำอันชั่วร้ายของเขาต่อ Planet 4

ในปี 2019 CinemaConมีการระบุว่าหลังจากนั้น การเข้าซื้อกิจการของ 21st Century Fox, ดิสนีย์ “จะยังคงสร้างเรื่องราวใหม่” ใน เอเลี่ยน ชุด. ในเดือนพฤษภาคม 2019 ความหลากหลาย รายงานว่ามีรายงานพรีเควลอีกเรื่อง “ในช่วงสคริปต์” โดยมีริดลีย์สก็อตต์เป็นผู้กำกับ ในเดือนกันยายนปี 2020 สก็อตต์ยืนยันว่าไฟล์ เอเลี่ยน ภาพยนตร์อยู่ระหว่างการพัฒนา  ดูหนังออนไลน์

ภาพยนตร์เรื่อง Deadpool 

 Deadpool

Deadpool 

Deadpool ภาคแรกที่ทำรายได้ถล่มทลายทั่วโลก แจ้งเกิดฮีโร่กวนบาทาที่เข้าไปอยู่ในก้นบึ่งหัวใจของใครหลายคน จนสร้างภาคต่อที่รับประกันความฮาอีกเท่าทวีคูณอย่างแน่นอน ใน Deadpool 2


เปิดตัวหนังมาแบบไม่ซับซ้อนเท่าไหร่เมื่อนาง (หมายถึง Wade Wilson หรือ “เดดพูล”) ต้องรวมทีมมนุษย์กลายพันธุ์ ที่ตั้งชื่อเก๋ๆ ว่า X – Force เพื่อทำภารกิจคุ้มกัน “รัสเซล” (Russell) เด็กมีปัญหารูปร่างอ้วนคนหนึ่งที่มีพลังพิเศษในการควบคุมไฟในตัว (Pyrokinesis) โดยสร้างความร้อนจากมือให้เปลี่ยนเป็นไฟ บังคับให้พุ่งเป็นสายระเบิดทำลายทุกสิ่งพินาศยับเยินตามใจต้องการ ให้พ้นจากการตามฆ่าของตัวละครลึกลับผู้ข้ามกาลเวลามาอย่าง “เคเบิล แต่ก่อนหน้าภารกิจพิชิตวายร้ายแขนเหล็กนี้จะบังเกิด นางก็เที่ยวรับงานจัดการเหล่าแก๊งยากูซ่าไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นฉากบู๊ Long Take ฮาๆ ปนบนความเสียวจนเผลอร้องอี๋ๆๆ เรตอาร์อย่างที่รู้ๆ กัน ซึ่งเพราะงานทลายแก๊งเหล่านั้นทำให้เป็นต้นเหตุโศกนาฏกรรมใหญ่ๆ กับนางเอกของเรื่อง “วาเนสซา คาไลส์ล”  รับบทโดย “Morena Baccarin” ซึ่งพระเอกของเราถึงจะดำรงคอนเซปต์แอนตี้ฮีโร่ก็ตามที แต่บทจะดีนางก็ดีเกิ๊น (เสียงสูง) โดยกับเด็กด้วยแล้ว นางจะอ่อนโยนขึ้นมาหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว อาจเพราะความเป็นพ่อมันล้นปรี่ โดยก่อนหน้านี้นางเคยระริกระรี้เหมือนปลากระดี่ได้น้ำเมื่อตอนที่วาเนสซาแฟนนางตัดสินใจพร้อมมีบุตรให้ … ถึงปากจะร้าย หยาบคายไปหน่อยก็ตาม

การกระทำโหดๆ ดาร์กสุดแรงเกิดมีตั้งแต่ต้นเรื่องและรักษาระดับได้ดี ไม่มีถดถอยเอาจริงๆ ซึ่งจะเรียกว่าภาค 2 นี้ ไม่ค่อยกั๊กหรือยั้งความรุนแรงเหมือนภาคเก่าก่อน พี่เลยเกิดอาการแหวะๆ แต๋วแตกออกมาบ้าง อย่างฉากนางถูกจอมทำลายล้าง “Juggernaut” ฉีกร่างออกเป็นสองท่อน คือไม่น่าสงสารหรอก มันชวนอ้วกซะมากกว่า พูดจริง
ความตลกโปกฮาอยู่ที่การนั่งซึมซับมุกล้อเลียนหนังเรื่องอื่นๆ  ทั้งแขวะ ทั้งจิกกัด เบาบ้างหนักบ้าง เกรียนไปเรื่อย เสียดสีเขาไปทั่วทั้งในและนอกจอ ดึงมาด่าซะแทบจะหมดวงการฮอลลีวูด แม้แต่ทีม X-MEN ยังโดน เอาสิ !! การต่อปากต่อคำต่อราคาของตัวละคร เปิดมุกตบมุกกันก็ฮาใช้ได้ ทว่าค่อนข้างเถื่อนถ่อยไปหน่อย มี Bad Jokes และ Dirty Jokes บ้างประปราย

นึกน่าเสียดายนิดๆ ที่ตัวละครทำให้หนังขาดความเข้มข้น เพราะเล่นมากเกินไปไม่จริงจัง ซีนแอ๊คชั่นแทบไม่เกิดอาการลุ้นหรือต้องเอาใจช่วยแบบหนังฮีโร่ทั่วๆ ไป แต่หลายฉากก็ยอมรับเดาทางไม่ได้ การทำลายกำแพงที่ 4 (“Breaking The 4th Wall”) คือนางเป็นฮีโร่คนเดียวที่สามารถคุยกับคนดูได้ อันนี้ยังคงมีตลอดทั้งเรื่อง ทำให้เกิดอาการลำไยบ้าง เอาเป็นว่าตั้งแต่ต้นยันจบอะจ้ะ รับกันได้ก็ดูเพลินไป …
สิ่งดีที่เซอร์ไพรส์แล้วเอาใจพี่มากๆ คือ เพลงประกอบยังคงคอนเซปต์เดิมมีทั้งเก่าใหม่ผสมกันไป ยุค 80s’, 90s’ แต่เพลงสวีตๆ ก็หวานเจียนเน่าเสียจนอยากจะกุมมือคนข้างๆ แล้วเอนหัวซบไหล่กันเลยทีเดียว และที่ดีขั้นกว่าคือมีดีว่า “เซลีน ดิออน” มาขับกล่อมเพลงเปิดหนังทำให้มีกลิ่นความเป็นครอบครัวก็มิปาน สร้างสีสันได้ดีทีเดียว
ความประทับใจเล็กๆ เกิดขึ้นมาในฉากที่ตัวละครในบท เนกาโซนิก ทีนเอจ วอร์เฮด รับบทโดย ไบรอันนา ฮิลเดอแบรนด์ ตัวละครตัวนี้ดูโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ได้เปิดตัวแฟนสาว ยูกิโอะ รับบทโดย ชิโอลิ คุตสึนะ เป็นการเผยอีกด้านของตัวละครนี้ออกมา นั่นหมายถึงจักรวาลมาร์เวลกล้าที่จะแตะและหยิบประเด็นเรื่องเพศสภาพมากขึ้น ซึ่งถูกใจพี่ยิ่งนัก และดูเหมือนว่าอนาคตอันใกล้เราอาจจะได้เห็นตัวละครที่มีความหลากหลายทางเพศมากยิ่งขึ้น …ถามว่าความเกรียนระดับนี้ ผู้ใหญ่ควรนำเด็กเข้าไปชมหรือไม่ ตอบตรงๆ เลย ไม่ควรเจ้าค่ะ ควรนำน้องๆ หนูๆ ไปเรียนร้อยมาลัยในเรือนแม่การะเกดจะดีกว่า ซึ่งยังมีหนังซูเปอร์ฮีโร่เข้าคิวรอฉายให้ผู้ปกครองเลือกได้อย่างเหมาะสมอีกมากมายยันปลายปี เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่ตัวละครทุกตัวที่จะได้ใจ บทบาทอาจจะไม่เป็นที่น่าจดจำสักเท่าไหร่ แต่สำหรับแฟนมาร์เวลที่เหนียวแน่นกันมากว่า 10 ปี นี่คือสิ่งที่พี่ๆ เพื่อนๆ ทั้งหลายรอคอยอย่างแน่นอน
แต่เดดพูลจะมีภาค 3 ต่อไปหรือไม่นั้น ก็ต้องดูกันอีกทีว่า พี่ไรอัน จะเสกสรรค์ความเกรียนให้ครีเอทได้มากโดนใจผู้ผลิตคนใหม่ หรือจะเป็นคนเก่า อันนี้ยังเดาไม่ได้เพราะเรื่องการซื้อขายของค่ายยังไม่ได้ข้อสรุป แต่ที่รู้ๆ มาคือถ้าทำภาค 3 รับรองต้องมีดราม่าชุดใหญ่แน่ๆ เพราะตัวละครที่ผู้ชมเห็นว่าใสๆ อาจไม่ใช่อยากที่เห็น

อาชญากลปล้นโลก (Now Can See Me) หนังปล้นสุดมันส์

อาชญากลปล้นโลก

Now You See Me 2 : อาชญากลปล้นโลก 2 - Official Trailer [เสียงอีสาน -  เวอร์ชั่นเต็ม] - YouTube

อาชญากลปล้นโลก (อังกฤษ: Now You See Me) เป็นภาพยนตร์แนวระทึกขวัญ/จารกรรม กำกับโดย หลุยส์ เลเทอร์เรียร์ นำแสดงโดย เจสซี ไอเซนเบิร์ก, มาร์ค รัฟฟาโล, มอร์แกน ฟรีแมน และไมเคิล เคน เข้าฉายในประเทศไทย วันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เรื่องย่อ

นักมายากลที่มีความสามารถทั้งสี่ Daniel Atlas, Jack Wilder, Merritt McKinney และ Henry Reeves ถูกเรียกตัวโดยชายลึกลับหนึ่งปีหลังจากที่พวกเขาแสดงในลาสเวกัสโดย Insurance “Four Horsemen” ซึ่งสนับสนุน

โดย Arthur Tessler เจ้าของธุรกิจ ในรายการแรกพวกเขาประกาศว่าจะขโมยเงินจากธนาคารในปารีสและส่งผู้ฟังชื่อเอเตียน เมื่อ Forsier เข้าไปในห้องนิรภัยของปารีสเขาใช้สายพานลำเลียงเพื่อไปยังปารีส Forsier คืนเงินให้

กับผู้ชมที่ลาสเวกัสผ่านช่องระบายอากาศ หลังจากพบว่าแท้จริงแล้วเงินมาจากห้องนิรภัยของธนาคารแห่งหนึ่งในปารีสเจ้าหน้าที่เอฟบีไอนำโดยดีแลน อัลมาเดรย์เข้าร่วมกับโรดส์และอินเตอร์โพลร่วมกับโรดส์ พวกเขาพาคนโบราณสี่คนไปสอบสวน แต่ต้องถูกปล่อยตัวเนื่องจากไม่มีหลักฐาน

ต่อมาดีแลนและอัลมาไปพบแทดเดียส แบรดลีย์ อดีตนักมายากลผู้ผันตัวมาทำรายการเปิดโปงกล แทดเดียสได้ชมการแสดงครั้งนั้นด้วยและสันนิษฐานว่าจตุรอาชาน่าจะขโมยเงินจริงมาไว้ที่ลาสเวกัสก่อนหน้าการแสดงหลาย

สัปดาห์ ส่วนเงินในห้องนิรภัยที่ปารีสเป็นธนบัตรปลอมทำจากไนโตรเซลลูโลสที่ติดไฟง่าย ทั้งสามคนไปที่นิวออร์ลีนส์เพื่อชมการแสดงต่อไปของจตุรอาชา โดยครั้งนี้พวกเขาขโมยเงินจากเทสส์เลอร์ไปให้ผู้ชมที่บางส่วนไม่ได้

รับความเป็นธรรมจากบริษัทประกันภัยของเทสส์เลอร์ ดีแลนพยายามไล่ตามจตุรอาชาไปแต่ทั้งหมดหนีไปได้ ส่วนเทสส์เลอร์ที่โกรธจัดพบกับแทดเดียสเพื่อจ้างให้เขาแฉกลและทำลายกลุ่มจตุรอาชา ในขณะเดียวกันอัลมาพบว่า

จตุรอาชามีความเกี่ยวข้องกับสมาคมโบราณของนักมายากลนามว่า “เนตรภาคี” (The Eye) และพบว่าเมื่อหลายสิบปีก่อน ไลโอเนล ชไรค์ หนึ่งในสมาชิกภาคีเคยถูกแทดเดียสเปิดเผยกล ชไรค์พยายามกอบกู้ชื่อเสียงโดยแสดงกลหนีออกจากตู้นิรภัยที่ถูกทิ้งลงแม่น้ำ แต่เขาหนีออกมาไม่ได้และเสียชีวิต ในตอนนั้นเริ่มมีข้อสงสัยว่าอัลมาอาจจะเป็นจตุรอาชา “คนที่ห้า” ที่คอยให้ความช่วยเหลือทั้งสี่คนอย่างลับ ๆ

ระหว่างเตรียมการแสดงในนิวยอร์ก จตุรอาชาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจไล่ล่า ดีแลนและอัลมาขับรถไล่ตามแจ็คไปจนกระทั่งรถของแจ็คพลิกคว่ำและระเบิด ดีแลนเก็บเอกสารของแจ็คซึ่งชี้ไปถึงการแสดงสุดท้ายของจตุรอาชา คือการขโมยเงินจากตู้นิรภัยบริษัทเอลค์ฮอร์น ดีแลน อัลมาและแทดเดียสตามตู้นิรภัยที่ถูกขโมยไปแต่กลับพบว่า

ภายในมีแต่ลูกโป่ง ส่วนจตุรอาชาแพร่ภาพการแสดงที่ 5 Pointz ในนครนิวยอร์ก เมื่อเห็นว่าจตุรอาชากำลังจะกระโดดลงจากอาคาร ดีแลนได้ใช้ปืนยิง แต่กลับพบว่าจตุรอาชากลายเป็นธนบัตรปลิวว่อนท่ามกลางผู้ชม แต่ธนบัตรดังกล่าวเป็นของปลอม ส่วนธนบัตรของจริงพบในรถของแทดเดียส ทำให้แทดเดียสถูกจับและเชื่อว่าเป็น

จตุรอาชา “คนที่ห้า” ต่อมาดีแลนมาเยี่ยมแทดเดียสในคุก แทดเดียสได้อธิบายกลสุดท้ายและเชื่อว่าจตุรอาชา “คนที่ห้า” จะต้องเป็นคนวงใน เมื่อเห็นดีแลนที่อยู่ในคุกด้วยกันออกไปยืนอยู่ข้างนอกคุก แทดเดียสจึงตระหนักว่าจตุรอาชา “คนที่ห้า” ที่แท้จริงคือตัวดีแลนเอง ดีแลนบอกว่าเขาอยากให้แทดเดียสใช้เวลาทั้งชีวิตในคุกเพื่อคิดว่าทำไมจตุรอาชา “คนที่ห้า” คือดีแลน ต่อมาจตุรอาชาและแจ็คที่แกล้งตายในอุบัติเหตุทางรถยนต์ไปพบดีแลน ซึ่งเป็นคนที่ทำให้ทั้งสี่คนมาพบกัน ดีแลนต้อนรับพวกเขาเข้าสู่เนตรภาคี

ที่ปงเดซาร์ในปารีส อัลมาพบกับดีแลน ดีแลนบอกเธอว่าเขาเป็นลูกชายของไลโอเนล ชไรค์และวางแผนทั้งหมดเพื่อแก้แค้นให้พ่อ โดยจับแทดเดียสที่เปิดเผยกล ขโมยเงินจากธนาคารปารีสและเทสส์เลอร์ที่ไม่ยอมชดเชยเงินประกันชีวิตและขโมยเงินจากเอลค์ฮอร์นที่ผลิตตู้นิรภัยที่ไม่ได้มาตรฐาน อัลมาฟังเรื่องทั้งหมดและไม่จับกุมดีแลน ทั้งคู่ล็อกกุญแจที่ราวสะพาน ก่อนจะโยนลูกกุญแจลงในแม่น้ำแซน ดูหนังออนไลน์

ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่กัปตันอเมริกา

กัปตันอเมริกา

กัปตันอเมริกา

กัปตันอเมริกาในปัจจุบัน กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ในทวีปอาร์กติกค้นพบวัตถุกลมสีแดง ขาว และน้ำเงิน ถูกแช่แข็งในห้องโดยสารของเครื่องบินรบที่ถูกทิ้งร้าง

เดือนมีนาคม ค.ศ. 1942 ทหารนาซี โยฮันน์ ชมิดต์ และกองกำลังของเขาเดินทางเข้าเมืองเทินส์แบย์ ในนอร์เวย์ที่ถูกยึดครองโดยเยอรมนีเพื่อขโมยวัตถุลึกลับเรียกว่า เทสเซอแรกต์ (Tesseract) ซึ่งครอบครองพลังที่ไม่เคยถูกเปิดเผย ขณะเดียวกัน ในนครนิวยอร์ก สตีฟ โรเจอส์ ไม่ผ่านการเกณฑ์ทหารประจำการในสงครามโลกครั้งที่สองเนื่องจากมีปัญหาสุขภาพหลายอย่าง ขณะเข้าชมนิทรรศการเทคโนโลยีอนาคตกับเพื่อนของเขาชื่อ จ่าเจมส์ “บักกี” บานส์ โรเจอส์พยายามเข้าสมัครทหารอีกครั้ง หลังแอบได้ยินบทสนทนาระหว่างโรเจอส์กับบานส์เกี่ยวกับความต้องการช่วยรบในสงคราม ดร.อับราฮัม เออร์สกินอนุญาตให้โรเจอส์เป็นทหารได้ เขาเข้าเกณฑ์ทหารในหน่วยวิทยาศาสตร์กลยุทธ์เป็นส่วนหนึ่งของโครงการทดลอง “ซูเปอร์โซลเจอร์” ปฏิบัติการโดยเออร์สกิน พันเอกเชสเตอร์ ฟิลิปส์ และเจ้าหน้าที่ชาวอังกฤษ เพ็กกี คาร์เทอร์ ฟิลิปส์ไม่เชื่อคำกล่าวของเออร์สกินที่ว่าโรเจอส์เหมาะสมกับการทดลอง แต่ยอมให้หลังจากโรเจอส์แสดงความกล้าหาญสละชีวิตตนเองเพื่อการทดลอง คืนก่อนการทดลอง เออร์สกินเผยกับโรเจอส์ว่าชมิดต์เคยเข้ารับการทดลองขณะที่ยังไม่สมบูรณ์ และต้องทนทรมานกับผลข้างเคียงถาวร

ที่ยุโรป ชมิดต์และดร.อาร์นิม โซลา ควบคุมพลังงานของเทสเซอแรกต์ โดยตั้งใจใช้พลังเพื่อเติมเชื้อเพลิงให้สิ่งประดิษฐ์ของโซลาเพื่อเปลี่ยนแปลงโลกได้ ชมิดต์ค้นพบตำแหน่งของเออร์สกินและส่งนักฆ่าเพื่อฆ่าเขา ในสหรัฐอเมริกา เออร์สกินทดลองโรเจอส์เข้าเครื่องทดลองซูเปอร์โซลเจอร์ ฉีดเซรัมชนิดพิเศษและป้อน “สารไวตาเรย์” ที่ตัวเขา หลังจากโรเจอส์ออกมาจากเครื่องทดลอง เขาตัวสูงและมีกล้ามมากขึ้น หนึ่งในผู้เข้าชมฆ่าเออร์สกิน เปิดเผยว่าตนเป็นไฮนซ์ ครูเกอร์ นักฆ่าของชมิดต์ โรเจอส์ไล่ตามและจับครูเกอร์ได้ แต่ครูเกอร์หลีกเลี่ยงการสอบสวนโดยฆ่าตัวตายด้วยแคปซูลไซยาไนด์

เมื่อเออร์สกินเสียชีวิตและสูตรซูเปอร์โซลเจอร์สูญหาย แบรนต์ สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐอเมริกาให้โรเจอส์ออกทัวร์ทั่วประเทศในชุด “กัปตันอเมริกา” เพื่อสนับสนุนพันธะทางสงครามแทนการให้นักวิทยาศาสตร์วิจัยเขาเพื่อฟื้นฟูสูตร ในปี ค.ศ. 1943 ขณะออกทัวร์ที่ประเทศอิตาลี โรเจอส์ทราบว่าหน่วยของบานส์สูญหายขณะปฏิบัติหน้าที่ในสงครามต่อต้านกำลังของชมิดต์ โรเจอส์ ไม่เชื่อว่าบานส์เสียชีวิต จึงให้คาร์เทอร์และวิศวกรชื่อ ฮาวเวิร์ด สตาร์ก พาเขาตามฝ่ายศัตรูเพื่อออกปฏิบัติการช่วยชีวิต โรเจอส์บุกเข้าป้อมปราการขององค์กรไฮดราของชมิดต์ ปล่อยตัวบานส์ และนักโทษคนอื่น ๆ โรเจอส์เผชิญหน้ากับชมิดต์ที่ถอดหน้ากาก เผยใบหน้ากะโหลกสีแดงที่เป็นที่มาของชื่อเล่นว่า “เรดสกัล” ชมิดต์หลบหนีไปและโรเจอส์กลับเข้าฐานทัพพร้อมกับทหารที่ถูกปล่อยตัว

โรเจอส์เกณฑ์บานส์ ดัม ดัม ดูแกน เกบ โจนส์ จิม มอริตา เจมส์ มอนต์โกเมอรี ฟอลสเวิร์ท และแจ็กส์ เดอร์เนียร์ ให้จู่โจมฐานทัพไฮดราอีกฐานหนึ่ง สตาร์กเตรียมเครื่องแต่งกายชุดใหม่ให้โรเจอส์ ที่โดดเด่นคือโล่วงกลมทำจากไวเบรเนียม โลหะหายากที่ไม่อาจถูกทำลายได้ โรเจอส์และทีมเข้าลอบทำลายปฏิบัติการต่าง ๆ ของไฮดรา ต่อมา ทีมได้โจมตีรถไฟที่โซลาโดยสารอยู่ โรเจอส์และโจนส์สามารถจับตัวโซลาไว้ได้ แต่บานส์ตกจากรถไฟและทำให้เข้าใจว่าเขาเสียชีวิต หลังเค้นข้อมูลจากโซลา ทำให้รู้ที่ตั้งฐานทัพของไฮดราฐานสุดท้าย และโรเจอส์สามารถหยุดชมิดต์ไม่ให้ใช้อาวุธทำลายล้างเมืองในอเมริกาาและเมืองใหญ่ทั่วโลกได้ โรเจอส์ปีนขึ้นเครื่องบินของชมิดต์ขณะกำลังแล่นขึ้น ระหว่างต่อสู้กันอย่างต่อเนื่อง ภาชนะใส่เทสซาแรกต์เสียหาย ชมิดต์จับวัตถุเทสซาแรกต์ ทำให้ตัวเขาระเหยหายไปในแสงสว่าง เทสซาแรกต์ตกลงพื้น เผาทำลายเครื่องบินและตกลงสู่พื้นโลก โรเจอส์ไม่เห็นทางลงจอดอย่างปลอดภัย ทำให้เครื่องบินตกลงในทวีปอาร์กติก ต่อมา สตาร์กเก็บวัตถุเทสซาแรกต์จากมหาสมุทรได้ แต่ไม่สามารถระบุพิกัดของโรเจอส์หรือเครื่องบินได้ จึงสันนิษฐานว่าเขาเสียชีวิตไปแล้ว

โรเจอส์ตื่นขึ้นมาในห้องพยาบาลที่ถูกตกแต่งเป็นยุคปี 1940 หลังจากวิทยุออกอากาศบางอย่างผิดปกติ เขาหนีออกมาและพบว่าตนเองอยู่ที่ไทม์สแควร์ในยุคปัจจุบัน โดยมีนิก ฟิวรี หัวหน้าองค์กรชิลด์ (S.H.I.E.L.D.) แจ้งว่าเขา “นอนหลับใหล” เป็นเวลาเกือบ 70 ปี

ในฉากหลังเครดิต ฟิวรีเดินมาหาโรเจอส์ เสนอภารกิจใหญ่ระดับโลก

Money Heist ทรชนคนปล้นโลก Season 3-4 The Best On Netflix

ภาคปล้นธนาคารกลางสเปน

ภาคปล้นธนาคารกลางสเปน 

ภาคปล้นธนาคารกลางสเปน (ซีซัน 3-4 และยังมีต่อ) เป็นภาคที่ทำให้รู้สึกว่าทีมงานพยายามจะสานต่อความสำเร็จของซีรีส์ออกไปอีก เหมือนละครที่ยืดเรื่องต่อไปแล้วเริ่มมีความย้วยให้เห็น โดยจุดที่เห็นชัดคือการขาดตัวละครหลักบางตัวไปทำให้สีสันของเรื่องลดลงอย่างมีนัยยะ ส่วนตัวละครใหม่อย่าง มาร์ติน ก็ยังทดแทนตำแหน่งของตัวละครเก่าอย่างเบอร์ลินไม่ได้

เรื่องราวในภาคนี้เปิดมาได้น่าสนใจเมื่อโตเกียวทนหลบอยู่นิ่ง ๆ ไม่ได้และเริ่มออกสู่โลกภายนอกไปปาร์ตี้อีกครั้ง ทำให้ริโอที่คิดถึงโตเกียวมากต้องโทรศัพท์หาและกลายเป็นจุดอ่อนให้รัฐบาลสเปนหาตัวเขาเจอจากสัญญาณโทรศัพท์ และเมื่อริโอถูกจับไปทรมานในคุกลับ โตเกียวที่รู้สึกผิดว่าตนเป็นสาเหตุให้แฟนหนุ่มถูกจับจึงขอความช่วยเหลือไปยังศาสตราจารย์ และแล้วศาสตราจารย์ก็ต้องดึงทุกคนกลับมาอีกครั้งและดำเนินการแผนเก่าของมาร์ตินกับเบอร์ลินที่เขาคิดว่ายังมีจุดอ่อนมาใช้อย่างจำเป็น

ด้วยความที่มันเป็นแผนที่เขาไม่ได้คิด เขาจึงต้องเดินทางไปขออนุญาตมาร์ตินให้มาเป็นผู้นำกลุ่มโจรแทนเบอร์ลิน ในขณะที่เขาก็ไม่มีเวลาเกลาแผนให้สมบูรณ์แบบจึงต้องด้นสดไปพร้อม ๆ กัน และทำให้สถานการณ์ปล้นรอบนี้มีบรรยากาศแปลกกว่ารอบก่อน ยิ่งเมื่อตัวละครผูกพันกันมากขึ้นซึ่งเป็นข้อห้ามที่ศาสตราจารย์เองเข้มงวดมากจนถึงขนาดห้ามรู้ชื่อจริงกันในภาคก่อน จุดอ่อนของตัวละครและแผนการเมื่อผสมกันก็ทำให้ทุกอย่างชวนลุ้นอยู่ไม่น้อย ยิ่งครั้งนี้คู่เจรจาที่พวกเขาต้องเจอไม่ใช่สาวที่มีจุดอ่อนอย่างสารวัตรราเกล หากแต่เป็นเสือสาวสุดแสบผู้ไร้หัวใจแทน การปล้นที่ไร้ความรุนแรงอันเป็นอุดมคติของศาสตราจารย์จึงสุ่มเสี่ยงจะพังยับไม่เป็นท่า ดีกรีการห้ำหั่นและการสูญเสียในครั้งนี้จึงเข้มข้นถึงขีดสุด

ส่วนที่ชอบสำหรับภาคนี้ก็ยังคงเป็นโพรดักชันที่มีความสมจริงและเท่ไปพร้อมกันเช่นเคย ฉากการคิดวิธีขโมยทองคำดูอลังการกว่ารอบก่อน การดำน้ำในห้องเซฟนี่เท่มาก ๆ การสร้างตัวละครต่าง ๆ ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีพยายามหาปมใหม่ ๆ มาเล่นรวมถึงการเอาปมเก่ามาขยี้ก็ยังดี พัฒนาการของตัวละครต่าง ๆ น่าสนใจ เดนเวอร์ที่มีความรับผิดชอบแบบพ่อคนมากขึ้นแต่ก็ยังทิ้งความเลือดร้อนคิดมากที่เป็นนิสัยติดตัวไม่ได้ รักสามเส้าแบบหลากหลายทางเพศของเฮลซิงกิกับมาร์ตินและไนโรบี (และอาจ

รวมถึงเบอร์ลิน) ก็สร้างสรรค์มุมมองใหม่ ๆ เรื่องความรัก ส่วนความรักของริโอที่เปลี่ยนคนหลุดโลกอย่างโตเกียวได้ก็น่าสนใจ ที่น่าจะเปลี่ยนจากเดิมมากสุดก็คงเป็นตัวศาสตราจารย์เองที่ตอนนี้สานสัมพันธ์รักกับสารวัตรราเกลและกลายเป็นตัวละครที่มีจุดอ่อนในตัวผุดขึ้นไม่หยุดจากการเริ่มมีหัวใจนี่เอง เพราะในภาคแรกศาสตราจารย์มีจุดแข็งเรื่องจิตใจกับแผนการมากพอสมควร พอมาภาคนี้ยิ่งเห็นพัฒนาการของเขาชัดขึ้นไปอีก

 

ด้านฝั่งตัวร้ายก็ดุดันน่ากลัวขึ้นสมกับที่ควรเป็น เพราะนี่เป็นการเผชิญหน้ากลุ่มโจรเดิมที่มีลายเซ็นในวิธีการมาแล้ว ฝ่ายรัฐย่อมควรต้องรับมือได้ดีขึ้นไปด้วย อย่างการตัดวงจรดิจิทัลไปเลย และแนวคิดว่าแข่งการเงินกับทางพระเอกก็สู้พวกโจรไม่ได้หรอกเพราะกำลังเงินของรัฐที่ใช้ในการต่อต้านการก่อการร้ายมันจำกัดในขณะที่พระเอกมีเงินเป็นร้อยล้าน ก็เป็นสิ่งที่มาเหนือการคาดเดามาก ๆ และการเพิ่มโจทย์ยาก ๆ ให้ฝั่งตัวเอกก็ทำได้น่าสนใจดีทีเดียว โดยเฉพาะตัวละครสารวัตรอลิเซียสาวโหดท้องแก่

แค่ภาพลักษณ์ภายนอกก็มีความขัดแย้งรุนแรงแล้วเพราะความรุนแรงกับความเป็นแม่เป็นอะไรที่เข้ากันไม่ได้เลย อีกตัวละครที่น่าสนใจก็คือหัวหน้า รปภ. ของธนาคารสเปนที่น่าจะเป็นตัวปัญหาสุดของภาคนี้แล้ว ด้วยคาแรกเตอร์แบบจงใจลอกตัวละคร จอห์น แม็กเคลน ในหนัง Die Hard มาใช้เป็นไอเดียที่น่าสนใจมาก เพราะเราต้องเอาใจช่วยคนร้ายสู้กับตัวละครคล้ายพระเอกดังแบบนี้ เป็นอะไรที่สนุกมาก ยิ่งพี่แกตายยากสมชื่อยิ่งน่าจะมีผลกระทบกับซีรีส์ในฉากสำคัญต่อไปแน่ ๆ

ส่วนที่ไม่ชอบสำหรับซีรีส์ในภาคนี้ คือความโลกสวยและบังคับสกิลมหานิยมให้กลุ่มตัวเอกไปหน่อย เพราะว่ากันตามความจริงแล้วการปล้นโรงกษาปณ์ในภาคก่อนถ้าว่าตามโลกความจริง มันจะเกิดความปั่นป่วนทางการเงินทั้งประเทศหรือทั้งโลกด้วยซ้ำ ผลกระทบนี้จะลงไปที่เศรษฐกิจและตัวประชาชนรากหญ้าอย่างเลี่ยงไม่ได้ ว่ากันตามนี้การที่ชาวบ้านจะสนับสนุนกลุ่มพระเอกหรือยกให้เป็นวีรบุรุษมันพูดยากมากทีเดียว การมาโปรยเงินหลังจากผ่านเหตุการณ์เก่าไปปีสองปีแทบไม่ได้สร้างอารมณ์ร่วม

อะไรขนาดนั้นเลย ยิ่งดูมีวาระซ่อนเร้นในการช่วยพรรคพวกเข้าไปอีก (และว่ากันตามจริงการโยนเงินนอกระบบเข้ามาแบบนี้ยังทำให้เงินลดค่ากลายเป็นแค่กระดาษเข้าไปอีก) ยังไม่นับเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนของคนร้ายในคดีก่อการร้ายทางเศรษฐกิจเองก็ไม่น่าเป็นระเบิดที่เปลี่ยนสถานการณ์ได้ขนาดนั้นเลย (จริง ๆ เอกสารลับของรัฐบาลนั่นยังดูน่าเอามาใช้เสียมากกว่า) โดยสรุปก็คือในแง่ของความพยายามให้พวกพระเอกเป็นกลุ่มฮีโรมันขัดความรู้สึกมากไปพอสมควร

ส่วนที่รู้สึกว่าแย่กว่าเดิมเลยคือการเล่าเรื่อง แผนการมีเวลาเกลาน้อย ทั้งในเรื่องจริงที่ต้องเข็นภาคต่อออกมา และในเรื่องที่พระเอกต้องเอาแผนไม่สมบูรณ์มาใช้ก็ทำให้ความฉลาดลดลงไป แล้วการเอาเรื่องดราม่าเข้ามาอุดเนื้อหาให้แน่นก็ใช้มากไปจนการเดินเรื่องย้วยไปมา วนเวียนอยู่กับเรื่องรักสองเส้าสามเส้าของตัวละครกลุ่มนั้นกลุ่มนี้วนอยู่อย่างนั้น ยิ่งประเด็นเฟมินิสต์ที่จริง ๆ ก็เป็นซับพลอตในภาคแรกอยู่แล้วและเอามาใช้ขับพลอตหลักได้น่าสนุกดี พอมาภาคนี้ยิ่งเลยเถิดเอามาเล่นจนล้นเหมือน

ตัวละครไม่มีการเรียนรู้อะไรเลย และที่หนักสุดคือฉากแฟลชแบ็กที่ภาคก่อนเน้นเอามาเฉลยแผนการหรือเปิดปมที่กระทบแผนการต่าง ๆ มาภาคนี้เอามาแค่ขยายปมดราม่าแบบไม่ส่งผลกับเรื่องราวหลักเสียเยอะ บางช่วงคือเอาดราม่าเพียว ๆ ไม่มีประเด็นอะไรใหม่เลยจริง ๆ เป็นดราม่าที่รู้อยู่แล้ว หรือบางครั้งก็แค่พยายามมีที่ทางให้ตัวละครแสนรักของผู้ชมอย่างเบอร์ลินที่ได้มีเวลาออกมาโชว์บ้าง ซึ่งไม่ส่งผลอะไรกับเนื้อหาอีกแล้ว ถ้าเป็นละครไทยก็คือฉากยัดเอ็มวีมาให้เต็มเวลานั่นเลย

สรุป

แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็ต้องบอกว่านี่ยังเป็นซีรีส์สายอาชญากรรมสมองเพชรที่สนุกน่าติดตามมากที่สุดในช่วงนี้อยู่ดี และความนิยมในบ้านเราต่อตัวซีรีส์ที่มากขนาดติดเทรนด์ประจำวันอันดับต้น ๆ จนซีรีส์ยังมาถ่ายฉากในประเทศไทยเป็นเซอร์ไพรส์ให้แฟนชาวไทยได้วี้ดว้ายด้วย ก็น่าจะเพียงพอที่จะบอกว่า ถึงย้วยลงบ้างแต่ยังรักซีรีส์นี้อยู่เช่นเดิม ดูหนังออนไลน์

The Best Films Of 2014

The Lego Movie

The Lego Movie

The Lego Movie Overcast With A Chance Of Meatballs and 21 (and 22) Jump Street veterans Chris Miller and Phil Lord have never been short of a little turmoil. Yet The Lego Movie truly carried three-sacks of-Haribo hyperactivity to movement. With a major, brilliant blockbuster brimming with jokes you never suspected you’d find in a component. Film tie-in dependent on Danish development toys. Properly acclaimed by pundits – the voice acting, visual style and utilization of “SPACESHIP!” drawing specific commendation – it’s additional confirmation that Lord and Miller are the bosses of transforming apparently unfortunate thoughts into much-adored comedies. Will Arnett’s interpretation of Lego Batman. Was the break-out character, procuring a side project in 2017. A year prior to the film’s full continuation hits films, something he’s no uncertainty excited about.

Calvary

Calvary' Review: Brendan Gleeson and John Michael McDonagh Reteam - Variety

In lesser hands, this might have transformed into a sub-Father Ted-style knockabout satire with a dim undercurrent. Yet, coming from The Guard’s John Michael McDonagh and including probably the most grounded execution of the year from Brendan Gleeson, it’s a great deal more. Stepping a scarcely discernible difference between the snickers and the sensation of crawling fear, Calvary utilizes very much worn thoughts regarding little island life and afterward gives them a new layer of paint. Gleeson is the world tired at this point driven minister who watches out for his run even as his life is undermined and you pull for him each second he’s on screen.

Interstellar

Interstellar | Reviews | Screen

Christopher Nolan does enormous scope, large cerebrum sci-fi. Sold. Good, so some have been disillusioned with the outcomes and the nitpickers have been protesting in the streets, however the cerebral chief’s doubters don’t appear to have felt the beating, human heart that controls this one similarly as unequivocally as the creative mind behind it. Matthew McConaughey and Jessica Chastain specifically ground it in character, but on the other hand there’s a lot of grain for the individuals who need their films to be outwardly nervy and planned so you’re taken on an excursion with the fundamental cast. In addition: best robots of the year, hands – indeed, metal extremities – down. ดูหนัง hd

The Best Action Movies Every Serious Film

Godzilla (1954)

Godzilla (1954)

Godzilla (1954) Why It’s Essential: The 90s were a colossal decade for thrill rides. However nothing very hit the statures of 1993’s The Fugitive regarding the decade’s contributions for “activity thrill rides.” Nominated for seven Oscars including Best Picture. This variation of a 1960s TV arrangement has no option to be on par with what it is. Yet it’s an ideal tempest of projecting and filmmaking that comes full circle in a remarkably fulfilling thrill ride that set a best quality level for the remainder of the decade.

Godzilla wasn’t the principal calamity film, hell, it wasn’t even the main beast debacle film by far. However Honda and unbelievable impacts craftsman Eiji Tsuburaya raised the special visualizations game with a mix of manikins, small sets. And costumed entertainers to catch the full size of Godzilla’s obliteration. That method. Called “tokusatsu”, was exceptionally compelling in Japanese film and TV specifically. Not simply in the endless animal highlights to follow however in famous mecha and hero stories, and its effect can in any case be felt in globally dearest mainstream society properties like Power Rangers and. All the more as of late. The Ant-Man films. Nonetheless, while the campier components of Godzilla’s belongings have demonstrated generally suffering as of late. The tokusatsu inheritance branches all through kinds and ages of movie producers. From Kubrick to Spielberg to Del Toro. And Honda’s unnerving scene of aggregate injury has left an impression on film so tremendous. It could just have come from the King of Monsters himself.

Hard Target (1993)

Godzilla (1954)

The most disappointing piece of composing a rundown of “fundamental” activity films is that I need to clarify why as opposed to crushing my clench hands against the shout point until the console goes to clean. Which I accept would precisely recreate the soul and vibe of John Woo’s Hard Target. The second most baffling part is that each section isn’t a John Woo film. The guardian of weapon fu made his American introduction with this light revamp of The Most Dangerous Game, and I say light on the grounds that The Most Dangerous Game didn’t highlight Wilford Brimley victoriously riding a pony away from an enormous blast. View that picture for in any event 30 seconds before we proceed. It’ll clear your skin.

OK: Hard Target stars Jean-Claude Van Damme—who has lamentably been reduced to a zinger nowadays yet is as vital for the class as your Stallones and Schwarzeneggers—as Chance Bourdreaux. A previous Marine living in the city of New Orleans. Whenever Chance safeguards a lady. Natasha (Yancy Butler) by round-lodging her assailants into insensibility. He finds hilead mself brought into an activity wherein the rich compensation finance manager Emil Fouchon (Lance Henriksen) to put together chases for the destitute. Charm acquainted himself with American crowds as unadulterated, unfiltered abundance.

The set-pieces in Hard Target exist some place other than our existence. One where shots are boundless. Weapon fights are a delightful artful dance. And a slight Autumn breeze will make a cruiser detonate. Hard Target is the consequence of an expert movie producer solidly dug in the capital-x Extreme Action that shouts The 1990s so boisterously it’ll thump your seat in reverse. Jean-Claude Van Damme punches a snake into obviousness. Shout point. Outcry point, shout point.

movie hd

Scroll To Top