อาหาร ของหวาน และเครื่องดื่ม

การวางแผนการตลาดยากมั้ย?? มีวิธีการวางแผนอย่างไรบ้าง?? หาคำตอบได้ที่นี่

การวางแผนการตลาดยากมั้ย?? มีวิธีการวางแผนอย่างไรบ้าง?? หาคำตอบได้ที่นี่

Email Marketing คืออะไร? ทำการตลาดด้วยอีเมลมีประโยชน์กว่าที่คิด!

วิธีการวางแผนการตลาด
การวางแผนการตลาดยากมั้ย?? กระบวนการวางแผนการตลาด (Marketing Planning Process) “ประกอบด้วยขั้นตอน คือ วิเคราะห์สถานการณ์ การพิจารณาวัตถุประสงค์ทางการตลาด การเลือกตลาดเป้าหมายและวัดขนาดความต้องการซื้อของตลาด การออกแบบส่วนประสมทางการตลาด และ การจัดเตรียมแผนการตลาดสำหรับปี”
การวิเคราะห์สถานการณ์ (Situation Analysis) หมายถึง การสำรวจโปรแกรมการตลาดในปัจจุบันของบริษัทเพื่อพิจารณาว่าโปรแกรมการตลาดในอนาคตควรจะเป็นอย่างไร รวมทั้งต้องวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมภายใน (ส่วนประสมทางการตลาด หรือปัจจัยทางการตลาด และสิ่งแวดล้อมภายในอื่นนอกเหนือจากปัจจัยทางการตลาด) และสิ่งแวดล้อมภายนอก ( สิ่งแวดล้อมจุลภาคและสิ่งแวดล้อมมหภาค ) ที่มีอิทธิพลต่อโปรแกรมการตลาด (ราละเอียดบทที่ 2)

การพิจารณาวัตถุประสงค์ทางการตลาด ( Determine the Marketing Objective ) เป็นการกำหนดเป้าหมายทางการตลาดซึ่งต้องเป็นจริง มีลักษณะเฉพาะเจาะจงและวัดได้ ตัวอย่างวัตถุประสงค์ทางการตลาดของบริษัทขายน้ำยาปรับผ้านุ่ม ประกอบด้วย ต้องการรายได้จากการขาย 9 ล้านบาท ยอดขายเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 10% ปริมาณการขาย 70,000 หน่วย คิดเป็นส่วนคลองตลาด 5% สามารถขยายการรับรู้ของผู้บริโภคในตรายี่ห้อจาก 15% เพิ่มเป็น 30% สามารถขยายจำนวนร้านค้าปลีกเป็น 10% ฯลฯ

การเลือกตลาดเป้าหมายและวัดความต้องการซื้อของตลาด ( Select and Measure Target Market ) เป็นการวิเคราะห์ตลาดในปัจจุบัน เพื่อหาโอกาสในตลาดที่คาดหวัง ( Potential Market ) แล้วเลือกตลาดที่ธุรกิจมีความสามารถที่จะตอบสนองความพอใจในตลาดนั้นได้

การออกแบบส่วนประสมทางการตลาดและยุทธวิธีการตลาด (Marketing Mix Strategies and Tactics Design) เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับส่วนประสมการตลาด (4’Ps) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ กล่าวคือ สามารถสนองความต้องการของตลาดเป้าหมายให้พึงพอใจและสามารถบรรลุจุดมุ่งหมายของตลาด โดยมีจุดเริ่มต้นที่การกำหนดและวิเคราะห์ตลาดเป้าหมาย ( Target Market ) แล้วจึงพัฒนาโปรแกรมทางการตลาดและส่วนประสมการตลาดเพื่อสนองความต้องการของตลาดเป้าหมายนั้น โดยมีวัตถุประสงค์ทางการตลาดคือความพึงพอใจของลูกค้า

การวางแผนการตลาดสำหรับปี ( Annual Marketing Plan ) เป็นแผนรวมกิจกรรมการตลาดของทั้งปีสำหรับธุรกิจ หรือผลิตภัณฑ์หนึ่งอย่าง ในแผนประกอบด้วย การกำหนดวัตถุประสงค์ การกำหนดตลาดเป้าหมาย กลยุทธ์และยุทธวิธีการตลาด ข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณที่ใช้สำหรับกิจกรรมการตลาด

การปฏิบัติการทางการตลาด

การปฏิบัติการทางการตลาด ( Marketing Implementation ) เป็นขั้นตอนที่สองในการบริหารการตลาดมีกิจกรรมที่สำคัญ 3 ประการคือ การจัดองค์กรทางการตลาด การจัดบุคคลเข้าทำงานในองค์กรนั้น และ การปฏิบัติการทางการตลาด โดยมีรายละเอียดดังนี้

การจัดองค์กรทางการตลาด

การจัดองค์กรทางการตลาด ( Marketing Organization ) หมายถึง การกำหนดภาระหน้าที่และโครงสร้างทางการตลาดขององค์กร โดยถือเกณฑ์การตลาด เป็นวิธีการการจัดองค์กรตลาดที่ใช้กันแพร่หลายมาก ตำแหน่งที่สูงสุดด้านการตลาด คือรองประธานด้านการตลาด และกำหนดหน้าที่ให้กับผู้จัดการฝ่ายต่างๆ ตามหน้าที่ ประกอบด้วย ผู้จัดการฝ่ายโฆษณา ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมการขาย ผู้จัดการฝ่ายวิจัยการตลาด ผู้จัดการฝ่ายการขาย ผู้จัดการฝ่ายกระจายตัวสินค้า ผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมการตลาดอื่นๆ ผู้จัดการแต่ละฝ่ายจะควบคุมงานแต่ละฝ่าย เช่น ผู้จัดการฝ่ายการขายจะควบคุมแต่ละหน่วยงานการขายภาคสนาม เป็นต้น

การจัดองค์กรตลาดตามภูมิศาสตร์ ( Geographical Organization ) เป็นการกำหนดภาระหน้าที่และโครงสร้างขององค์กรการตลาดตามอาณาเขตทางภูมิศาสตร์ ตำแหน่งสูงสุดคือ ผู้บริหารการตลาดระดับสูง จะควบคุมผู้จัดการฝ่ายต่างๆ ซึ่งมีการแบ่งองค์กรการตลาดตามหน้าที่ก่อน ในส่วนที่เป็นฝ่ายการขายทั่วไป จะแยกงานความรับผิดชอบตามเขตภูมิศาสตร์ ตัวอย่างเช่น ผู้จัดการภาคเหนือ ผู้จัดการภาคใต้ ผู้จัดการภาคตะวันออก ผู้จัดการภาคตะวันตก ผู้จัดการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้จัดการภาคก็จะควบคุมดูแลพนักงานขายประจำภาคของตน

การจัดองค์กรการตลาดตามผลิตภัณฑ์หรือตรายี่ห้อ (Product or Brand Organization ) เป็นการกำหนดภาระหน้าที่และโครงสร้างขององค์กรการตลาด โดยแยกประเภทตามลักษณะผลิตภัณฑ์หรือตรายี่ห้อ ถือว่ามีการจัดโครงสร้างองค์กรตามผลิตภัณฑ์ กล่าวคือ ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ ก ข ค อยู่ภายใต้ผู้จัดการฝ่ายขายทั่วไป หรือแยกเป็นผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ขึ้นตรงต่อผู้บริหารการตลาดระดับสูงก็ได้

การจัดองค์กรการตลาดตามประเภทลูกค้า ( Customer Organization ) เป็นการกำหนดภาระหน้าที่และโครงสร้างขององค์กรการตลาด โดยแยกตามกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน ตัวอย่างผู้จัดการฝ่ายขายทั่วไปสำหรับรถกระบะจะแยกภาระความรับผิดชอบตามประเภทลูกค้า เช่น ผู้จัดการขายสำหรับผู้บริโภค ผู้จัดการขายสำหรับกลุ่มเกษตรกร ผู้จัดการขายสำหรับกลุ่มธุรกิจ ผู้จัดการขายสำหรับกลุ่มข้าราชการ เป็นต้น

การจัดโครงสร้างการตลาดโดยอาศัยหลักเกณฑ์หลายวิธีร่วมกัน ( Combination Organization Bases ) มักจะใช้ในธุรกิจขนาดกลางและใหญ่ โครงสร้างขององค์กรการตลาดซึ่งแยกตามหน้าที่ร่วมกับผลิตภัณฑ์ เป็นต้น

การจัดหาบุคคลเข้าทำงาน

การจัดหาบุคคลเข้าทำงาน ( Staff ) ประกอบด้วย การสรรหา ( Recruitment ) และคัดเลือกบุคคลเข้าทำงาน ( Seiect) ในองค์กร ในกระบวนการคัดเลือกบุคคลเป็นสิ่งสำคัญมากโดยเฉพาะหน่วยงานขายเพราะหน่วยนี้เป็นหน่วยที่สร้างรายได้และกำไร โดยเหตุนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องมีโปรแกรมการคัดเลือกหน่วยงานขายที่ดีเนื่องจาก

พนักงานที่ดียากที่จะสรรหาและทำให้เกิดความลำบากในการคัดเลือกด้วย

การที่ได้พนักงานที่ไม่มีคุณภาพเมื่อเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการก็จะกลายเป็นผู้จัดการไม่มีคุณภาพ

การคัดเลือกที่ดีจะทำให้งานการบริหารง่ายขึ้น พนักงานที่ได้รับการคัดเลือกที่ดีจะง่ายต่อการฝึกอบรม ควบคุมและจูงใจ

การคัดเลือกที่ดี โดยทั่วไปจะลดอัตราการออกจากงานและลดต้นทุนในการสรรหา การคัดเลือก และฝึกอบรมด้วย และ

พนักงานขายที่ได้รับการฝึกอบรมที่ดีจะสามารถทำงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ได้

Free Stock Photo of Social Media and Social Marketing - Illustration |  Download Free Images and Free Illustrations

การปฏิบัติการทางการตลาด
การปฏิบัติการทางการตลาด (Marketing Operating) ในขั้นนี้จะเกี่ยวข้องกับการสั่งการและการปฏิบัติการทางการตลาดตามโปรแกรมที่วางไว้ งานที่เกี่ยวข้องในขั้นนี้จะประกอบด้วย การมอบหมายงาน การประสานงาน การจูงใจและติดต่อสื่อสาร ดังนี้
การมอบหมายงาน (Delegation) ในขั้นนี้ผู้บริหารจะมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ความสามารถของผู้บริหารอาจจะวัดจาความสามารถของตัวเขา หรือวัดจากความสามารถในการมอบหมายงานก็ได้
การประสานงาน (Coordination) หมายถึงการจัดให้กลุ่มบุคคลระหว่างฝ่ายต่างๆ สามารถทำงานร่วมกันได้โดยบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้

การจูงใจ (Motivation) หมายถึงการชักนำ หรือโน้มน้าวคนให้มีทัศนคติและพฤติกรรมไปในทางที่ผู้จูงใจต้องการ การที่จะจูงใจพนักงานได้สำเร็จนั้นต้องขึ้นอยู่กับเทคนิคของผู้บริหารที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ผู้จูงใจของพนักงานให้เป็นไปในทิศทางขององค์กร

การติดต่อสื่อสาร (Communication) หมายถึง “การถ่ายทอดข่าวสารจากผู้ส่งไปยังผู้รับ โดยที่ผู้ส่งข่าวสารและผู้รับข่าวสารต่างก็มีความเข้าใจในข่าวสารนั้น” การติดต่อสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการปฏิบัติการทางการตลาด เพราะทำให้เกิดความเข้าใจตรงกัน รับทำ marketing

การประเมินผลการทำงานทางการตลาด

การประเมินผลการทำงานทางการตลาด (Performance Evaluation) หมายถึง การตรวจสอบหรือวัดผลการปฏิบัติงานทางการตลาดและแก้ไขปัญหาข้อผิดพลาดเกี่ยวกับการปฏิบัติงานที่ผ่านมา เพื่อให้งานเป็นไปตามแผนการตลาดที่วางไว้ การประเมินผลเป็นงานขั้นสุดท้าย ในการบริหารการตลาด

กระบวนการประเมินผลการทำงานทางการตลาดมีดังนี้

การเปรียบเทียบผลการทำงานกับแผนการตลาด เพื่อดูว่าผลการทำงานเป็นอย่างไร (What happened?) เสร็จแล้วก็นำผลการทำงานนั้นไปเปรียบเทียบกับเป้าหมาย กลยุทธ์หรือยุทธวิธีหรือโปรแกรมการตลาดที่กำหนดไว้ ในขั้นนี้คือการวางแผนการตลาด เช่น วัดผลยอดขายจริงได้ 8 ล้านบาทจะนำไปเปรียบเทียบกับยอดขายที่กำหนดไว้ 10 ล้านบาท

วิเคราะห์สาเหตุที่เกิดผลในการทำงานนั้น (Why? it happened?) เป็นการค้นหาถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นจากผลการทำงานที่แตกต่างจากแผนที่กำหนดไว้ เช่นวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ยอดขายต่ำกว่าเป้าหมาย อาจเนื่องมาจากผลิตภัณฑ์ล้าสมัย

การแก้ไขปรับปรุง เป็นการพิจารณาว่าจะทำอะไรกับปัญหาที่เกิดขึ้น (What to do?) แนวทางการแก้ไขปรับปรุงจะนำมาใช้ในการวางแผนการตลาดต่อไปในอนาคต เช่น ถ้าทราบว่าสาเหตุที่ยอดขายลดเนื่องจากผลิตภัณฑ์ล้าสมัย บริษัทจะต้องค้นหาความต้องการของลูกค้าเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมทั้งวางแผนโปรแกรมการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ต่อไป

รูปแบบของการประเมินผลการทำงานทางการตลาด

รูปแบบของการประเมินผลการทำงานทางการตลาดที่ใช้กันมาก คือการวิเคราะห์ยอดขาย การวิเคราะห์ส่วนครองตลาด โดยมีรายละเอียดดังนี้

การวิเคราะห์ยอดขาย (Analysis of Sales Volume) หมายถึง การเปรียบเทียบระหว่างยอดขายจริงกับยอดขายตามเป้าหมายในรูปแบบของจำนวนหน่วย หรือจำนวนเงิน (รายได้จากการขาย) การวิเคราะห์ยอดขายอาจจะถือเกณฑ์วิเคราะห์ยอดขายรวม ยอดขายสำหรับสายผลิตภัณฑ์หรือแต่ละผลิตภัณฑ์หรือแต่ละตรายี่ห้อ ยอดขายตามอาณาเขตต่างๆ และยอดขายตามกลุ่มลูกค้า เมื่อวัดยอดขายจริงได้แล้วจะนำมาเปรียบเทียบกับยอดขายตามเป้าหมายแล้ววิเคราะห์ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นและสาเหตุของปัญหารวมทั้งเสนอแนะวิธีแก้ไขปรับปรุงปัญหานั้นต่อไป

การวิเคราะห์ส่วนครองตลาด (Market share Analysis) คำว่าส่วนครองตลาดหมายถึงอัตรายอดขายของบริษัทต่อยอดขายทั้งสิ้นของอุตสาหกรรม หรือยอดขายของคู่แข่งขัน ในการวิเคราะห์ส่วนครองตลาดบริษัทจะหาส่วนครองตลาดที่เกิดขึ้นแล้วนำไปเปรียบเทียบกับอัตราส่วนครองตลาดที่ได้กำหนดไว้ แล้ววิเคราะห์ถึงผลต่างที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากสาเหตุอะไรแล้วจึงหาวิธีแก้ไขปรับปรุงต่อไป

ในการทำธุรกิจต่างก็จำเป็นต้องมีแผนการตลาด เพื่อที่จะหาทางนำธุรกิจเข้าไปหากลุ่มลูกค้าให้ได้มากที่สุด โดยการทำการตลาดที่ดี ก็ต้องมาจากการวางแผนการตลาดที่ดี ใส่ใจในทุกรายละเอียดตั้งแต่ต้นจนจบ

ในบทความนี้ เราจะมาดูกันว่าการวางแผนการตลาดที่ดีควรมีอะไรบ้าง แล้วถ้าจะเขียนแผนการตลาดให้รัดกุม ใช้ควบคุมการทำงานการตลาดให้สร้างผลลัพธ์ได้จริงจะต้องรู้อะไรบ้าง มาค่อยๆ ทำความเข้าใจไปพร้อมกัน เลย

แผนการตลาดคืออะไร? แผนการตลาดที่ดีมีหน้าตาแบบไหน?
แผนการตลาด คือ แผนการที่บอกภาพรวมการทำการตลาด และกลยุทธ์การตลาดที่ธุรกิจจะใช้ทั้งหมด ซึ่งจะช่วยทำให้ทีมงานหรือทั้งบริษัทเข้าใจว่า จะต้องทำอะไรบ้าง ทำเมื่อไหร่ และมีวัตถุประสงค์อะไรบ้าง

โดยองค์ประกอบหลักๆ ของแผนการตลาดจะประกอบไปด้วย

ภาพรวมเป้าหมายของการทำการตลาดของธุรกิจ
รายงานสถานการณ์ของธุรกิจในปัจจุบัน
กำหนดการ (Timeline) ของกลยุทธ์การตลาดที่จะใช้
KPIs หรือตัวชี้วัดที่จะติดตาม
ข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าและตลาดที่ธุรกิจมุ่งทำการตลาดด้วย
แผนการตลาดที่ดีควรตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้
แผนการตลาดที่ดี จะล้อกับองค์ประกอบทั้ง 5 ข้อนี้ ว่าแผนสามารถให้คำตอบในทุกเรื่องได้ดีแค่ไหน ซึ่งเวลาธุรกิจจะเขียนแผนการตลาด จึงควรถามตัวเองเสมอว่าได้ตอบคำถามเหล่านี้หรือไม่

ธุรกิจกำลังอยู่จุดไหน กำลังจะทำอะไร หรือต้องการขายอะไร (What)
ธุรกิจต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายแบบไหน (Who)
ธุรกิจจะเข้าหากลุ่มเป้าหมายได้ที่ไหน (Where)
ธุรกิจจะทำอย่างไรให้เพื่อกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายลงมือทำอะไรบางอย่าง หรือตัดสินใจซื้อ (How)
ธุรกิจจะรู้ได้อย่างไรว่าแผนการประสบความสำเร็จ (How measure)
10 เทคนิคการเขียนแผนการตลาด มีอะไรบ้างที่ต้องตอบให้ได้?
1. ตั้งเป้าหมายทางการตลาด
ก่อนที่จะสร้างแผนการตลาดขึ้นมาได้ เราต้องตั้งเป้าหมายทางการตลาดขึ้นมาก่อน เพื่อให้ธุรกิจรู้ว่าเราต้องการอะไร และจะได้นำเป้าหมายมาแตกรายละเอียด ว่าต้องทำอะไรบ้างเพื่อการดำเนินแผนการไปจนจบได้

โดยในขั้นตอนนี้ แนะนำให้คุณลิสต์เป้าหมายต่างๆ ที่นึกออกมาก่อน เช่น ยอดขายที่ต้องการ ขนาดธุรกิจที่ขยายใหญ่ขึ้น จำนวนลูกค้า ฯลฯ จากนั้นจึงค่อยมาเลือกโฟกัสว่า ธุรกิจต้องการเป้าหมายไหนกันแน่ แล้วจากทรัพยากรที่มีอยู่ทั้ง Time, Cost, People สามารถทำได้ตามเป้าหรือไม่

Sharing - Sharing On Social Media - Modern Communications - Free Stock  Photo by Jack Moreh on Stockvault.net

สำหรับ Guideline ในการวางแผนการตลาดยอดนิยม ก็คือการวางแผนด้วย SMART
S – Specific มีความเฉพาะเจาะจง เช่น ได้ Lead หรือคนที่มีโอกาสเป็นลูกค้ามากขึ้น
M – Measurable สามารถวัดผลลัพธ์ได้ หมายถึงมีตัวเลขกำกับชัดเจนว่าต้องทำอะไรเท่าไหร่
A – Attainable สามารถทำได้จริง หมายถึงสิ่งที่ตั้งเป้าหมายไว้ ตามทรัพยากรของเราแล้วสามารถทำได้
R- Realistic เป็นจริงได้ ไม่ใช่การตั้งเป้าหมายที่ไม่อยู่บนฐานความเป็นไปได้ เช่น ต้องการเติบโต 1,000% ในข้ามคืน (แต่บางธุรกิจก็อาจจะเป็นไปได้ ในโลกที่ธุรกิจผันผวนสูง)
T – Time-bound หมายถึงมีระยะเวลา มีกำหนดการกำกับ ว่าสิ่งที่จะทำหรือเป้าหมายควรสำเร็จหรือจะวัดผลเมื่อไร
ในขั้นตอนนี้ หลายคนอาจสับสนระหว่าง “เป้าหมาย” กับ “KPIs” ซึ่งไม่ใช่สิ่งเดียวกัน KPIs (Ket Performance Indicators) หมายถึง “ตัวชี้วัดประสิทธิภาพ”

สิ่งที่ธุรกิจควรให้ความสำคัญ คือ การมีเป้าหมายที่ชัดเจน มองเห็นภาพที่อยากจะเป็นชัดๆ แล้วเรามาต่อกันที่ข้อต่อไป

2. ทำ Landscape Research รู้จักตัวเองและรู้จักตลาด
เพื่อที่เราจะวางแผนได้อย่างครอบคลุม รัดกุม และเลือกใช้กลยุทธ์การตลาดได้ได้เหมาะสม เราจะต้องรู้จักตัวเองและตลาดให้ดีก่อน

1) ทำความรู้จักตัวเอง
หากเป็นธุรกิจใหม่ที่เพิ่งมีสินค้า/บริการออกมา ธุรกิจควรกำหนดและนิยามจุดอ่อน-จุดแข็ง ควรวิเคราะห์โอกาสและอุปสรรคของตัวเองให้ออก โดยอาจพึ่งพาเครื่องมือธุรกิจและการตลาดอย่าง SWOT Analysis หรือ 4P และ 4C จะช่วยให้คุณเห็นภาพและรู้ว่าธุรกิจกำลังอยู่ในจุดไหน เพื่อที่จะได้เลือกวิธีทำการตลาดเพื่อผลักดันธุรกิจให้ไปถึงเป้าหมายได้
2) ทำความรู้จักตลาด
เมื่อรู้จักตัวเองแล้ว ก็ต้องรู้จักตลาด ซึ่งในการใช้ SWOT จะมีการวิเคราะห์ปัจจัยภายนอกอย่าง O-Opportunities และ T-Threats ไว้แล้ว แต่ก็เพียงแตะๆ

เมื่อเรารู้ว่าเราต้องการขายอะไร เราก็ควรศึกษาเพิ่มเติมว่า สิ่งที่เรากำลังจะขายนั้นมีอุปสงค์ (Demand) ในตลาดมากแค่ไหน แล้วคู่แข่งหรืออุปทานในตลาดมีมากแค่ไหน (Supply) นอกจากนี้ ยังควรวิเคราะห์คู่แข่งให้แตก และพยายามหาจุดสร้างความแตกต่าง (Diffirentiate) ให้ธุรกิจ เพื่อนำมาพัฒนาเป็นจุดขายของแบรนด์ต่อไป

3. กำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน (Target Customer)
สำคัญที่สุดว่า “ธุรกิจจะต้องรู้จักลูกค้าของตัวเอง” ในขั้นตอนนี้ เราจะต้องรู้แล้วว่า “ใครคือลูกค้า” และ “ลูกค้าของเราเป็นคนแบบไหน”

หลังจากที่เราทำ Landscape Research ตลาดมาแล้ว ธุรกิจจะมีภาพรางๆ ว่าลูกค้าในตลาดเป็นคนกลุ่มไหน แต่เท่านั้นยังไม่พอ ธุรกิจควรจะเจาะจงลงไปให้ชัดถึงลักษณะของลูกค้าที่ธุรกิจต้องการขายพวกเขา เขาชอบอะไร เสพสื่อผ่านช่องทางไหน แล้วธุรกิจของเราจะเข้าหาเข้าไปหาได้อย่างไรบ้าง

โดยเครื่องมือที่เป็นประโยชน์มากๆ สำหรับขั้นตอนนี้ เรียกว่า “Buyer Persona” หรือ ภาพตัวแทนลูกค้าในอุดมคติ

ตัวอย่าง Buyer Persona
ตัวอย่าง Buyer Personaโดย productmarketingalliance.com
รายละเอียดใน Buyer Persona ที่ควรมี ได้แก่

ข้อมูลพื้นฐานของลูกค้า เช่น เพศ อายุ ที่อยู่
เป้าหมาย ปัญหา ความสนใจ (ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรา)
พฤติกรรมและช่องทางในการเข้าถึงสิ่งที่สนใจ
สิ่งที่พวกเขาให้ความสนใจหรือกังวล
ข้อมูลเหล่านี้ จะช่วยให้เราวางแผนการตลาดได้ฉลาดและแม่นยำขึ้น เพื่อเลือกกลยุทธ์, Message, จุดขาย, เลือกใช้สื่อ/ช่องที่ตอบโจทย์ปัญหา หรือคลายความต้องการของเขาได้

4. เข้าใจ Sales Funnel และ Customer Journey
“Sales Funnel” จริงๆ แล้วเป็นเพียงหนึ่งใน Marketing Framework ยอดนิยมเท่านั้น แต่เป็น Framework ที่เข้าใจง่าย เหมาะกับการนำมาใช้วางแผนการตลาดอย่างยิ่ง

โดยแผน Sales Funnel นั้น มีรูปร่างเป็นกรวยที่เสมือนทำหน้าที่เป็นชั้นกรอง (ด้านซ้าย) กรองผู้คนออกมาเป็นลูกค้าในที่สุด โดยล้อกันไปกับ Customer Journey หรือขั้นตอนการตัดสินใจของลูกค้า (ด้านขวา)

Sales Funnel & Customer Journey
Sales Funnel & Customer Journey by everydaymarketing.co
Top of the funnel เป็นช่วงที่ผู้คนรับรู้ปัญหาหรือรู้จักสินค้า/บริการ แต่ยังไม่ได้สนใจ
Middle of the funnel เป็นช่วงที่คนเกิดความสนใจเกี่ยวกับสินค้า/บริการ น่าซื้อ น่าใช้ ไปจนถึงมีแนวโน้มที่อยากจะตัดสินใจใช้
Bottom of the funnel คือ ช่วงสำคัญที่ลูกค้าจะลงมือซื้อ/ใช้บริการ ซึ่งก็คือ ช่วงที่ธุรกิจได้ลูกค้าจริงๆ
เราอาจใช้ความรู้เรื่อง Sales Funnel นี้ มาเป็นกรอบหรือ Framework ในการวางแผนได้ และแบ่งกลุ่มเป้าหมายออกเป็น 4 ขั้นตอนการตัดสินใจ (ด้านขวา) เพื่อที่จะได้เลือกกลยุทธ์และ Message ได้เหมาะกับลูกค้าในช่วงการตัดสินใจแต่ละช่วง

5. เลือกใช้กลยุทธ์ทางการตลาด
ขั้นตอนที่ผ่านมา เหมือนว่าเราได้ทำความเข้าใจสนามและเรียนรู้กฎกติกาต่างๆ แล้ว ในขั้นตอนนี้ เราก็จะมาเลือกอาวุธหรือกลยุทธ์การตลาดที่จะใช้ในแผนกัน

กลยุทธ์การตลาดนั้นก็มีอยู่มากมายหลากหลาย เพียงแค่เลือกใช้ให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายของคุณและเลือกใช้ให้ถูกจังหวะ (ขั้นตอนการตัดสินใจของลูกค้า) ที่เหลือก็ขึ้นอยู่ความคิดสร้างสรรค์และการพลิกแพลงของคุณ

ตัวอย่างกลยุทธ์การตลาดที่น่าทำ
ทำโปรโมชั่น ลด/แลก/แจก/แถม ทำแพ็กเกจ
ทำ Upsell / Downsell
ใช้การตลาดแบบปากต่อปาก
ใช้บัตรสะสมแต้ม ทำ Customer Point
ทำแคมเปญร่วมกับ Influencer
จ้างรีวิว
ทำ Content Marketing
ทำ Partnership จับมือกับธุรกิจอื่น
สร้าง Blog content เรียกคนเข้าเว็บไซต์ ทำ Search Marketing
ทำโฆษณาบนสื่อออนไลน์
ทำโฆษณาแบบ Retargeting
ทำระบบใช้ก่อนจ่ายทีหลัง (Free Trial)
และอีกมากมาย

6. เลือกสื่อหรือช่องทางในการทำการตลาด
ประโยชน์จากการทำ Buyer Persona ในขั้นตอนข้อที่ 2 จะถูกนำมาใช้ในข้อนี้ คือ การที่เรารู้ว่าผู้บริโภคหรือกลุ่มเป้าหมายของเราอยู่ที่ไหน เราก็เพียงตามไปหาเขาที่นั่น ซึ่งก็คือการเลือกใช้สื่อของเราสื่อสารออกไป โดยช่องทางนั้นก็มีหลากหลายช่องทางมาก และผู้บริโภคเองก็อยู่กระจัดกระจายกันออกไป

ยกตัวอย่างการเลือกใช้สื่อ
หากคุณเป็นร้านค้าสินค้าแฟชั่น ที่ที่ลูกค้าของคุณอยู่น่าจะเป็น Instagram หรือ Pinterest
หากคุณทำธุรกิจคลินิคความงาน ลูกค้าของคุณน่าจะอยู่บน Facebook หรือมักจะค้นคว้าบน Google คุณก็เลือกช่องทางการทำการตลาดหลักเป็น Facebook และ Search Engine (ทำเว็บไซต์)
หากคุณทำธุรกิจโรงงาน ทำอุตสาหกรรม ก็อาจใช้เซลส์เข้าไปขายโดยตรง ทำ Email Marketing หรือใช้วิธีฟูมฟักให้กลายเป็นลูกค้าด้วยการทำ CRM หรือทำ Search Marketing เพราะลูกค้ามักจะต้องค้นคว้าข้อมูลและทำความเข้าใจบริการก่อน
ทั้งนี้ ลูกค้าหนึ่งคนอาจจะมี Customer Journey ในการตัดสินใจ 1 ครั้ง ผ่านแพลตฟอร์มหลายช่องทางด้วยกัน เช่น เสิร์ชหาข้อมูลผ่าน Google, เห็นรีวิวของเพื่อนใน Social Media, เห็นโฆษณากระตุ้นใน YouTube เป็นต้น

ธุรกิจจึงต้องเดาใจลูกค้าให้ออก และพยายามออกแบบเส้นทางการตัดสินใจของลูกค้าให้เขาอยู่ในเส้นทางที่มาสู่ธุรกิจของเรา

7. แผนการเงินและงบประมาณ
แน่นอนว่าการทำการตลาดไม่ว่าจะเป็นกลยุทธ์ไหนก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งใช้โฆษณาจะต้องมีค่าใช้จ่าย ดังนั้นธุรกิจควรวางแผน และกำหนดงบประมาณการตลาดไว้ในแต่ละปี แต่ละไตรมาส หรือในแต่ละเดือน จากนั้นให้จัดสรรงบประมาณไว้สำหรับกลยุทธ์การตลาดต่างๆ ที่ปรับเปลี่ยนตามเป้าหมายในแต่ละช่วง

สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับการตั้ง และจัดสรรงบประมาณก็คือ
ธุรกิจมีงบประมาณเท่าไหร่ที่สามารถใช้กับการตลาดได้ โดยที่ธุรกิจยังคงสภาพคล่อง
ธุรกิจควรคาดการณ์ได้ว่า งบประมาณเท่าไร จะสร้างผลลัพธ์ให้ได้มากเท่าไหร่ ยกตัวอย่างสิ่งที่ควรคำนวณ เช่น ROI (Return on Investment ผลตอบแทนจากการลงทุน) CPA (Cost Per Acquisition ค่าใช้จ่ายต่อ 1 Action ของลูกค้า หรือค่าจ่ายจ่ายเฉลี่ยต่อการได้ลูกค้า 1 ราย)
นอกจากนี้ การที่เราทำแผนการใช้งบประมาณ จะช่วยให้ในทุกๆ ไตรมาส หรือเมื่อสิ้นปี ธุรกิจมีข้อมูลอ้างอิง รู้ว่าเงินถูกลงทุนไปกับเรื่องอะไรบ้าง แล้วผลตอบแทนจากการลงทุนในแต่ละเรื่องเป็นอย่างไร

8. กำหนดตัวชี้วัดประสิทธิภาพหรือ KPIs
หลายคนที่สับสนระหว่างเป้าหมายกับ KPIs คงแปลกใจว่าทำไมการกำหนด KPIs ถึงมาอยู่ขั้นตอนท้ายๆ ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่า การทำหนด KPIs คือ การกำหนดทั้งสิ่งที่เราจะทำและสิ่งที่เราจะต้องได้มา เพื่อให้รู้ว่า เราได้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้แล้วหรือยัง

ตั้งแต่ข้อ 1 จนถึงข้อ 7 เรารู้แล้วว่า ธุรกิจจะต้องทำอะไรบ้าง เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย อาจจะเป็น

เซลส์นัดคุยกับลูกค้าได้เดือนละ 10 เจ้า
เผยแพร่บล็อกเดือนละ 4 บทความ
มีลูกค้าวางบิลรวม 500,000 บาท ต่อไตรมาส
โดย KPIs ที่เราจะกำหนดต้องเป็นสิ่งที่ทำแล้วสามารถทำให้ธุรกิจเข้าใกล้เป้าหมายที่ตั้งไว้แต่ต้นได้ และ KPIs ยังอาจแบ่งออกเป็นมุมต่างๆ ได้อีก เช่น แบ่ง KPIs ตาม Sales Funnel, มี KPIs ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทีม (อาจจะไม่ได้ตอบเป้าหมายการตลาดโดยตรง แต่ช่วยให้ทีมเก่งขึ้น) เป็นต้น

9. สร้างแผนดำเนินงาน (Timeline & Calendar)
ตัวอย่างแผนการดำเนินงาน (Timeline) teamgantt.com
มาถึงขั้นตอนนี้ เราก็มีทุกอย่างพร้อมในมือแล้ว ซึ่งแผนการตลาดจะสำเร็จไม่ได้ หากทีมงานไม่รู้ว่าต้องทำอะไร เมื่อไหร่ เราจึงต้องสร้างแผนการดำเนินงานขึ้นมา ซึ่งระบุสิ่งที่ต้องทำ ทีมงานที่รับผิดชอบ และกำหนดระยะเวลาอย่างชัดเจนว่าในแต่ละสัปดาห์ แต่ละเดือนจะต้องมีอะไรปล่อยออกมาบ้าง

ยกตัวอย่างเช่น KPIs ของคุณคือต้องนัดลูกค้าให้ได้ไตรมาสและ 30 เจ้า ในแต่ละเดือนเซลส์ก็ทำนัดหมายให้ได้อย่างน้อยเดือนละ 10 เจ้า เป็นต้น

ส่วนวิธีสร้างแผนดำเนินการ นอกจากจะใช้ Excel หรือ Google Sheet ตามที่หลายๆ ธุรกิจและโรงงานใช้แล้ว ยังสามารถใช้เครื่องมืออื่นๆ มาควบคุมการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพได้มากขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็น Project Management Software หรือถ้าเป็นอุตสาหกรรมก็อาจใช้ร่วมกับ ERP (Enterprise Resource Planning) ที่ใช้ควบคุมได้ทั้งไทม์ไลน์การผลิตและทรัพยากรต่างๆ ได้ด้วย

ทั้งนี้ระหว่างดำเนินงาน แผนต่างๆ สามารถเปลี่ยนแปลงปรับปรุงระหว่างทางได้เสมอ บางทีดำเนินงานไปแล้ว 1 เดือน แต่เห็นท่าทีว่า สิ่งที่ทำอยู่ไม่น่าสร้างผลลัพธ์ได้ตามเป้าหมาย ก็ควรเปลี่ยนวิธีการและปรับแผนดำเนินงานใหม่ แต่สิ่งที่ไม่ควรเปลี่ยนแปลง คือ เป้าหมาย

ดังนั้นแล้ว ในการทำธุรกิจจึงควรตั้งเป้าหมายอย่างรอบคอบ และยึดมั่นกับเป้าหมายให้เป็นเสาหลักในการดำเนินงานจนสำเร็จ

10. วัดผลลัพธ์และปรับปรุงอยู่เสมอ
เมื่อวางแผนแล้ว ลงมือทำแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ การวัดผลลัพธ์เพื่อที่ธุรกิจจะได้รู้ว่า อะไรที่ควรปรับปรุง อะไรที่ควรทำต่อ และงบประมาณควรนำไปลงทุนกับเรื่องใด

“เพราะแผนการตลาดที่สมบูรณ์ไม่มีอยู่จริง”

การทำธุรกิจจะเจออุปสรรคและการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดยเฉพาะในยุคที่โลกหมุนเร็ว ครึ่งปีให้หลังแผนการตลาดที่เคยวางไว้อาจใช้ไม่ได้ผล หรือหากแผนเป็นไปตามเป้า ธุรกิจก็อาจจะเติบโตขึ้น ซึ่งก็จำเป็นที่จะต้องหาเสื้อไซส์ใหม่ หาแผนการตลาดที่เหมาะสมกับสถานการณ์ในตอนนั้นที่สุด ซึ่งคุณอาจจะต้องเริ่มใช้ 10 เทคนิคในบทความนี้ใหม่อีกรอบตั้งแต่ข้อแรกใหม่อีกครั้งก็ได้

ส่งท้ายบทความ
ในการวางแผนการตลาดให้ออกมาดีได้นั้น สิ่งที่คุณจะต้องคิดเอาไว้อยู่เสมอในขณะที่เขียนแผนออกมาเป็นข้อๆ นั่นคือ “มีสิ่งที่เราทำได้ดี แล้วทำให้ดีขึ้นได้อีก?” หรือ “ถ้าเกิดว่าผลลัพธ์ไม่น่าพอใจ เราจะปรับปรุงอะไรได้บ้าง?” เพื่อให้แผนการตลาดของคุณมีแผนสำรองที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

รีวิวหนังเรื่อง Where We Belong ที่ตรงนั้น มีฉันหรือเปล่า มาดูกันเลย

รีวิวหนังเรื่อง Where We Belong ที่ตรงนั้น มีฉันหรือเปล่า มาดูกันเลย

Where We Belong : สถานที่ ตัวตน และนิทานเปรียบเทียบของมนุษย์วัยกลางคน |  คนมองหนัง - มติชนสุดสัปดาห์

รีวิวหนังเรื่อง Where We Belong

เรื่องย่อ ‘เบล’ ตัวแทนของเพื่อน ที่เป็นมากกว่าเพื่อนสนิท แต่ก็ไม่เคยเป็นเกินเพื่อน ‘เบล’ เพื่อนที่เราเลือกจะบอกบางเรื่องกับมันแค่คนเดียว ‘เบล’ เพื่อนที่ทำให้เรารู้สึกโชคดี ที่มีคนแบบมันสักคนในชีวิต และถ้าวันนึง

การกลับมาแบบเต็มตัวของผู้กำกับ คงเดช จาตุรันต์รัศมี นับจากหนังเรื่องหลังสุดอย่าง Snap (2558) เข้าฉาย ก็เกือบ 4 ปีเต็ม ๆ แล้วที่เขาห่างหายไปในฐานะผู้กำกับหนัง โดยความพิเศษครั้งนี้ยังเป็นการจับมือกับ BNK 48 Films โดยได้นำ เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ จับคู่กับ มิวสิค แพรวา สุธรรมพงษ์ มาแสดงนำ โดยยังได้ แพนด้า จิดาภา แช่มช้อย, นํ้าหนึ่ง มิลิน ดอกเทียน, ปูเป้ จิรดาภา อินทจักร, ฝ้าย สุมิตรา ดวงแก้ว และ ตาหวาน อิสราภา ธวัชภักดี มาสมทบด้วย ถ้าจะไม่นับหนังสารคดี (อย่าง Girl Don’t Cry) นี่จึงจะเป็นหนังโรงเรื่องแรกที่มีสาว ๆ BNK48 ร่วมแสดงมากที่สุดด้วย โดยรับบทแสดงนำถึง 2 คนเลยทีเดียว

เมื่อมองเช่นนี้ ก็อาจมองได้ว่า นี่เป็นหนังของ BNK48 ส่วนหนึ่ง และหนังคงเดชอีกส่วนหนึ่ง แม้ทั้ง 2 ส่วนนี้จะกลมกลืนอย่างลงตัวอย่างแยกได้ยาก ทว่าการให้คุณค่าของหนังเรื่องนี้อย่างยุติธรรม อย่างไรเสียก็ต้องมองแยกใน 2 ส่วนนี้แยกกัน

ความเป็นหนังของสาว ๆ BNK48
ต้องสยบยอมโดยดุษฎีว่า เจนนิษฐ์ เป็นนักแสดงที่สามารถดึงผู้ชมให้เข้าไปอินกับตัวละคร ซู ได้อย่างยอดเยี่ยม จริง ๆ โดยเนื้อแท้ตัวละครนี้มันเหมือนถ่ายทอดง่ายนะ กับเด็กวัยรุ่นที่เพิ่งจบ ม.6 และยังสับสนล่องลอยกับอนาคตของตัวเอง ไม่รู้ว่าทางข้างหน้าที่อยากเดินคืออะไร รู้แต่เพียงรอยย่ำเท้าจากอดีตที่นำพาเธอมาถึงปัจจุบันนั้น เป็นส่งที่เธอไม่พึงใจ และอยากก้าวหนีออกไปโดยไว และการชิงทุนไปฟินแลนด์ โดยไม่รู้อะไรเกี่ยวกับประเทศปลายทางเลยนั้นก็คือคำตอบทั้งหมดแล้ว ตัวละครนี้จึงอยู่ในสภาวะพร้อมออกวิ่งแต่ก็เหม่อลอยเหมือนครุ่นคิดและซ่อนตัวถีบตัวเองออกจากปัจจุบันอยู่ตลอดเวลา บางคนอาจมองว่าการลอย ๆ เช่นนี้เป็นกริยาที่ไม่ได้ซับซ้อน และถ่ายทอดออกแบบทื่อ ๆ ก็เพียงพอประคองตัวไปกับแนวหนังของผู้กำกับแล้ว แต่เจนนิษฐ์ก็ทำให้เราตระหนักว่านี่ไม่ใช่บทที่ง่าย เพราะหนังความยาวเกือบ 2 ชั่วโมง ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะใช้แค่ความสวยน่ามองแล้วเล่นพอประคองไปได้จนจบโดยคนไม่เบื่อหน่าย เจนนิษฐ์สามารถถ่ายทอดแง่ลึกของตัวละครผ่านการมอง การยิ้ม การพูดที่เว้นจังหวะคิดหลายครั้ง และในฉากที่เปิดโอกาสให้เธอระเบิดด้านดิ่งลึกของตัวละครออกมา เธอก็เก็บโอกาสนั้นไว้ได้อย่างน่าจดจำ

สำหรับ มิวสิค ในบท เบล เธอรับบทที่สนับสนุนให้ตัวเอกอย่าง ซู อย่างชัดแจ้ง มันจึงต้องพอดิบพอดีอย่างลงตัวทั้งสัดส่วนบทและการแสดง แม้ว่าพื้นที่ในหนังเบลจะไม่ได้ด้อยกว่าซูเท่าใดเลย แต่มิวสิคก็จับจุดในการเล่นไม่ล้ำหน้าตัวละครนำได้อย่างดี สิ่งที่ต้องชื่นชมมาก ๆ คงเป็นความเป็นธรรมชาติของตัวละคร ไม่ใช่ว่ามิวสิคเอาความเป็นตัวเองลงไปเล่นอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ความยากของสิ่งนี้คือการที่เธอต้องเป็นละครที่ภูมิหลังหรืออาจอุปนิสัยบางอย่างที่เหมือนอยู่อีกโลกกับเธอ แต่กลับทำให้เรารุู้สึกได้ว่า เบล ดูเป็นธรรมชาติมาก ๆ ราวกับเป็นคนจริง ๆ ที่อาจจับต้องได้ แน่นอนแม้บทเธอจะเกิดมาส่งเสริมซูเป็นหลัก แต่เอาเข้าจริงแล้ว บทนี้ก็มีความน่าค้นหามาก ยิ่งบางอย่างมากกว่าตัวนำเสียอีก เช่นว่าเรื่องราวที่เธอต้องเลี้ยงย่า หรือความสัมพันธ์กับแม่ที่แปลกแปร่ง ตลอดจนว่าทำไมเธอถึงทุ่มเทให้ซูมากขนาดนี้ มันแทบไม่เคยมีคำตอบใด ๆ ในเรื่องเลย แม้จนจบเรื่องปมของซูจะได้รับการเปิดเผยมากมาย แต่กับเบลเราแทบจะไม่ได้รู้ใจจริงของเธอเท่าใดเลย ถ้าเจนนิษฐ์คู่ควรเข้าชิงบทนำหญิงยอดเยี่ยมไม่ว่าเวทีใด มิวสิคก็ควรคู่กับการเดินเคียงข้างในรางวัลสายสมทบหญิงยอดเยี่ยมเช่นกัน

ต้องยอมรับว่าหากขาดตัวละคร เบล รวมถึงการแสดงของมิวสิคไป ตัวละครที่ต้องจืดจางล่องลอย ทั้งที่เล่นนำอย่างซูนั้น จะต้องแบกหนังอย่างยากลำบากมากทีเดียว คงไม่มีอะไรเหมาะกับคำว่า สมทบยอดเยี่ยม ได้เท่านี้อีกแล้ว (โดยเฉพาะที่ฝรั่งใช้ศัพท์ได้ตรงกว่าว่า Supporting คือไม่ได้แค่มาแจม แต่ต้องเกื้อหนุนตัวละครหลักให้ยิ่งใหญ่ด้วย)

ความเป็นธรรมชาตินี้ ยังเหมือนไวรัสที่แพร่กระจายในความหมายที่ดีสู่ตัวละครต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องให้เราอิน และเชื่อในตัวหนังได้มากขึ้น ๆ ในส่วนของน้อง BNK48 ที่เหลือที่มารับเชิญ ก็ซ่อนประกายความโดดเด่นลดแสงลงทำตัวแบบเด็กต่างจังหวัดบ้าน ๆ ได้อย่างสมจริง ซึ่งต้องชมทุกคนเลยนะ ที่ทำให้เราเชื่อได้มากขนาดนี้ว่าเรากำลังดูชีวิตของเด็กกลุ่มหนึ่งในเมืองอันเปลี่ยวเหงาต่างจังหวัด ไม่ใช่สาว ๆ ที่มีแฟน ๆ คอยแห่แหนห้อมล้อมตลอดเวลาอย่างที่พวกเธอถูกตราภาพจำไว้

การเป็นหนัง BNK48 ได้เผยภาพของเหล่าเด็กหญิงทั่วไปที่เราพบเจอได้ ได้เข้าไปลงลึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนแก๊งผู้หญิง มีความหยาบคาย จริงใจ มีความไม่เข้าใจหลายอย่างในโลก และอารมณ์ครุ่นแค้นที่เหลือพอพุ่งใส่ใครรอบตัวได้ไม่เลือกหน้า เช่นเดียวกับวัยรุ่นวัยที่สับสนและทดลองทางเดินของตนเอง เป็นพัฒนาการการนำเสนอที่น่าสนใจของ BNK48 ไม่ว่าจะภาพที่เราได้เห็นพวกเธอสบถ เหี้ย หรือมึงมาพาโวย คือเราได้รับการร้องขอให้พิจารณาพวกเธอในฐานะ อาร์ติสต์ มากกว่า ไอดอล ผ่านงานหนังเรื่องนี้ด้วย ก็แล้วแต่คนดูแต่ละคนจะตัดสิน แต่ส่วนตัวผมว่าพวกเธอเก่งทั้งสองอย่าง เก่งทั้งด้านศิลปะในการแสดงได้สมจริง และเก่งในด้านสกิลไอดอลที่ช่วยสร้างเสน่ห์ขึ้นในตัวละครที่บ้าน ๆ เช่นนี้ได้ จนความยาวหนังไม่ใช่ปัญหาใหญ่ที่ทรมานคนดูอย่างที่แนวหนังนี้มักเป็น

ความเป็นหนังของผู้ชายชื่อ คงเดช
ว่ากันตามตรง แฟนหนังของคงเดช น่าจะชินกับการเป็นหนังที่สอดแทรกประเด็นการเมืองอย่างอ้อมค้อมแต่คมคายมาอยู่แล้ว ไม่ว่าจะการเดินทางของชายสามแขนใน กอด หรือ เด็กหนุ่มในวงสงครามกลางเมือง ใน ตั้งวง ที่ล้วนแต่สะท้อนถึงอะไรบางอย่าง ซึ่งชี้ประเด็นในสังคมไทยในห้วงเวลาหนึ่งอยู่เสมอ และกับเรื่อง Where We Belong นี้ แม้จะแจมด้วยสาว ๆ ใส ๆ อย่าง BNK48 แต่เอกลักษณ์ด้านประเด็นของคงเดชก็ไม่ได้เบาลงเลย แต่กลับยิ่งใช้ข้อได้เปรียบนี้สร้างความขัดแย้ง ให้ส่งพลังสั่นสะเทือนไปยังผู้ชมอีก ไม่ว่าจะตลกร้ายกับใบหน้าใส ๆ ที่พูดกันแบบชิล ๆ นิ่ง ๆ ทั้งที่ถ้อยคำนั้นอาจหยาบ และร้ายจนน่าขบขันก็ตาม หรือการให้นักแสดงหน้าตาดีต้องเปลือยใบหน้าตัวเองจนสดดิบ และให้เหล่าตัวละครหน้าตาดี ๆ ต่างต้องเจอจุดที่เลวร้าย โชคชะตาที่ไม่ชวนโรแมนติกให้ร่ายคำคมปรัชญาชีวิตเก๋ ๆ ได้สักนิด

เรื่องย่อ ที่ตรงนั้น มีฉันหรือเปล่า Where We Belong

รีวิวหนังเรื่อง Where We Belong สำหรับเรื่องนี้เชื่อว่าใครได้ดู คงต่างเห็นชัดว่า ประเด็นที่ถูกนำมาอภิปรายนั้นชัดเจนว่าคือวาทกรรมเรื่องเมืองไทยและเมืองนอกที่ถูกยกระดับมาสู่วงถกเถียงในสื่อออนไลน์ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ กำเนิดทั้งคำไล่ที่ผลิตซ้ำอย่าง พวกชังชาติ หรือวลี ไม่พอใจก็ไปอยู่ที่อื่น หรือในมุมกลับกันก็คือวลีอย่าง อยากขอลี้ภัยไปอยู่เมืองนอก หรืออยากให้ลูกได้สัญชาติประเทศที่เขาเจริญทางความคิดแล้วมากกว่า เป็นต้น

ต้องใช้คำว่า ถูกยกมาอภิปราย เพราะหนังไม่ได้เพียงชูประเด็นว่าจงคิดตรองหัวข้อนี้กัน แต่ค่อย ๆ ป้อนเหตุและผลสนับสนุนความเชื่อของแต่ละฝั่ง ซึ่งต้องยอมรับว่าฟังขึ้น และไม่ได้เป็นเรื่องของอารมณ์ล้วนจนไร้สาระ มันเชื้อเชิญให้เราเข้าใจฟากฝั่งต่าง ๆ และดีไม่ดีอาจเป็นจุดเริ่มให้คนต่างวัยต่างความคิดลองมองกันอย่างเข้าใจหาวิธีอยู่ร่วมกันได้ด้วย หนังอินดี้หลายเรื่องเลือกจะซ่อนสารสังคมการเมืองอย่างซับซ้อนจนดูไม่รู้เรื่อง แต่กับเรื่องนี้คงเดชฉลาดพอที่จะไม่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ปกปิด แต่ก็ไม่ไร้มารยาท ไม่ไร้กาลเทศะในการนำเสนอ และลีลาการเสนอประเด็นในสไตล์คงเดชที่เคยทำคน 3 แขนมาแล้วย่อมไม่ธรรมดา บางมุกเราต้องกราบว่าพี่แกคิดได้ไง อย่างเรื่องราวของย่าเบล หรือเรื่องราวของครูภาษาชาวเยอรมันที่บอกว่า ผมไม่อยากกลับไปบ้าน และอีกมากมายที่สนุกมาก ๆ

แต่ขึ้นชื่อว่าหนังคงเดชมันไม่ได้ง่าย ย่อยสบายอย่างนั้นแน่นอน หนังได้สร้างฉากไคลแม็กซ์ที่ตัวละครซูต้องตัดสินใจเรื่องไปเมืองนอกหรืออยู่เมืองไทยได้อย่างอัศจรรย์ ประหลาด และก็ทรงพลังมาก ๆ แบบที่ไม่คิดมาก่อน และเมื่อคิดว่าหนังน่าจะคลี่คลายลงจบแล้ว หนังกลับเราพาเดินไปอีกหน่อยและทำให้เราตระหนักว่าบางที ประเด็นแท้จริงอาจเพิ่งเริ่มต้นเสียด้วยซ้ำ และนับตั้งแต่ที่เสียงหัวเราะค่อย ๆ น้อยลงนี่ล่ะ หนังก็ป้อนคำถามสุดท้ายมาอย่างต่อเนื่อง ใครไม่ชินก็คงคิดว่าหนังดูยากในฉับพลัน เป็นยารสขมสำหรับคนที่ไม่ได้ตั้งใจมาคิด แต่คือยาที่ทำให้วุฒิภาวะในฐานะคนไทยเติบโตขึ้นด้วย จัดว่าขมแต่ดี

โดยสุดท้ายด้วยการผสมผสาน อาหารตา ผ่านน้อง ๆ BNK48 ที่อัปเลเวลศิลปินจนท่วมท้น กับอาหารสมองผ่านสัญญะและนัยยะต่าง ๆ แบบคงเดช นี่จึงกลายเป็นหนังที่ส่วนตัว ชอบมากที่สุดของทั้งฝั่งหนัง BNK48 และหนังของคงเดช ไปโดยปริยาย ชื่นชมมาก ๆ

จุดเด่น

ดีกว่าตัวอย่างหนังไปเยอะ เกินคาดมาก ๆ
แสดงกันได้สุดยอดมาก น่าจดจำทุกคน
มุกตลก และตลกร้าย ทำงานดีมาก สนุกทั้งเรื่อง

จุดสังเกต

จังหวะการเล่าแบบหนังอินดี้อาจหนืดไปสำหรับบางคน
สาระทางสังคมที่ซ่อนไว้ ทำให้ฉากหลัง ๆ ดูยากขึ้น คิดเยอะขึ้น
มีฉายเฉพาะเครือ SF Cinema นะ แถมถูกขนาบด้วยหนังใหญ่หน้าหลัง ต้องไปอุดหนุนกันเยอะ ๆ หน่อย ดูหนังออนไลน์ฟรี

ไอศกรีมแคนตาลูปซอร์เบต สูตรนี้ใส่แคนตาลูปสีเขียวปั่นกับน้ำเชื่อม หอมอร่อย

ไอศกรีมแคนตาลูปซอร์เบต สูตรนี้ใส่แคนตาลูปสีเขียวปั่นกับน้ำเชื่อม หอมอร่อย

ไอศกรีมแคนตาลูปซอร์เบท

ไอศกรีม เป็นธุรกิจสร้างเงินสร้างอาชีพที่มั่นคงได้อย่างน่าทึ่งทีเดียว รักหุ่นสวย ลองเปลี่ยนมาทำไอศกรีมผลไม้ แคลอรีต่ำกันดีไหม ทำง่าย แล้วแต่ผลไม้ตามฤดูกาล แถมสุขภาพดีอีกด้วย เราขอนำเสนอวิธีทำไอศกรีมซอร์เบตผลไม้ เช่น ราสป์เบอร์รีซอร์เบต ใบบัวบกซอร์เบต สับปะรดซอร์เบต ไปหาซื้อผลไม้ให้พร้อมลุยเลยดีกว่าค่ะ

ส่วนผสม ไอศกรีมแคนตาลูปซอร์เบต
• เนื้อแคนตาลูปเขียว ประมาณ 4 ถ้วย
• น้ำเปล่า 1 ถ้วย
• น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
• น้ำเลมอน 1 ลูก (เราใช้มะนาวเขียว 2 ลูก)
• เกลือป่น

 

วิธีทำ ไอศกรีมแคนตาลูปซอร์เบต
1. ทำน้ำเชื่อมโดยการต้มน้ำเปล่ากับน้ำตาลทรายให้ละลาย ยกลงจากเตา พักไว้ให้เย็นก่อนแล้วค่อยเอาไปแช่ตู้เย็นให้เย็นจัด ๆ (เราแช่ในช่องฟรีซให้เป็นเกล็ดน้ำแข็ง)
2. ปอกเปลือกแคนตาลูป หั่นเป็นชิ้น ๆ แล้วน้ำไปแช่เย็นไว้ให้เย็นจัด ๆ หรือเอาเข้าช่องฟรีซก็ได้
3. หลังจากแช่เย็นทั้งน้ำเชื่อมและแคนตาลูปได้ที่แล้วก็เอาออกมาปั่นให้ละเอียด ใส่ลงในเครื่องปั่นน้ำผลไม้ เติมน้ำมะนาวกับเกลือป่นลงไปปั่นจนเนียน
4. เทใส่กล่องปิดฝาหรือปิดหน้าด้วยพลาสติกถนอมอาหาร นำเข้าแช่ในช่องฟรีซให้เป็นเกล็ดน้ำแข็งแล้วก็เอาออกมาปั่นอีกรอบ (ทั้งหมดปั่นอยู่ประมาณ 2-3 รอบ) ก็จะได้เนื้อซอร์เบตที่เนียนสวย ก่อนแช่ฟรีซชิมรสชาติตามใจ ตักใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ

ข้าวเหนียวสังขยา ด้วยไมโครเวฟได้ด้วย มาพร้อมวิธีทำข้าวเหนียวนึ่ง

ข้าวเหนียวสังขยา ด้วยไมโครเวฟได้ด้วย มาพร้อมวิธีทำข้าวเหนียวนึ่ง

ข้าวเหนียวสังขยา

ช่วงนี้ถ้าออกจากหอพักหรือคอนโดไปซื้อขนมก็แอบหวั่น ๆ COVID-19 ครั้นจะทำขนมด้วยเตาอบก็อุปกรณ์ไม่พร้อม แต่ถ้าใครมีไมโครเวฟหายห่วงเลยค่ะ มาทำเมนูไมโครเวฟกันเถอะ เราขอนำเสนอวิธีทำขนมจากไมโครเวฟ

ส่วนผสม ข้าวเหนียวมูน

  • ข้าวเหนียวขาว 500 กรัม
  • น้ำ สำหรับแช่ข้าวเหนียว
  • กะทิ 300 มิลลิลิตร
  • น้ำตาลทราย 200 กรัม
  • เกลือป่น 2 ช้อนชา

ส่วนผสม สังขยาไข่

  • ไข่ไก่ 10 ฟอง
  • น้ำตาลปี๊บ 100 กรัม
  • กะทิ 1 ถ้วย

วิธีทำ ข้าวเหนียวสังขยา

     1. ซาวข้าวเหนียวจนสะอาด ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ เตรียมไว้
2. ต้มน้ำให้เดือด แล้วเทน้ำร้อนใส่ลงในข้าวเหนียว แช่ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จนข้าวเป็นเม็ดใส จากนั้นเทน้ำออก ตักใส่กล่องพลาสติก หรือภาชนะสำหรับเข้าไมโครเวฟ
3. นำเข้าไมโครเวฟ ใช้ไฟปานกลาง ประมาณ 5 นาที นำออกมาพลิกกลับด้านข้าวเหนียว แล้วนำเข้าไปนึ่งต่อประมาณ 5 นาที (ให้สังเกตเม็ดข้าวว่าใสหรือยัง) นึ่งจนข้าวเหนียวสุก นำออกจากเตา เตรียมไว้
4. ทำกะทิโดยคนผสมกะทิกับน้ำตาลทราย และเกลือป่นให้เข้ากันในถ้วยกระเบื้อง นำเข้าไมโครเวฟ ใช้ไฟแรงปานกลาง ประมาณ 3-5 นาที นำออกจากเตาแล้วเทใส่ข้าวเหนียวที่นึ่งสุก คนผสมจนเข้ากัน พักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จนข้าวเหนียวระอุ เตรียมไว้
5. ทำสังขยาโดยขยำไข่ไก่ น้ำตาลปี๊บ และหัวกะทิให้เข้ากัน แล้วนำไปกรองผ่านตะแกรง เทใส่ชามกระเบื้อง ปิดด้วยพลาสติกถนอมอาหาร นำเข้าไมโครเวฟ ใช้ไฟแรงปานกลาง นึ่งนานประมาณ 8-10 นาที ยกออกจากเตา ตัดเป็นชิ้น ๆ เสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียวมูน

แสงกระสือ: เกินความคาดหวัง นี่คือหนังไทยแห่งปี ที่สนุกเนื้อหาดี

แสงกระสือ: เกินความคาดหวัง นี่คือหนังไทยแห่งปี ที่สนุกเนื้อหาดี

แสงกระสือ - ดูหนังออนไลน์

จำ “จูบแรก” ของคุณได้ไหม? เด็กสาวแรกรุ่นในหมู่บ้านอันห่างไกล ค้นพบว่าแท้จริงแล้วเธอไม่ใช่มนุษย์เหมือนคนอื่น เกินความคาดหวัง แต่สืบเชื้อสายมาจากเผ่าพันธุ์เก่าแก่ในตำนานที่ถ่ายทอดกันผ่านทางน้ำลาย มีเพียงเด็กหนุ่มคนเดียวในหมู่บ้านที่รู้ความจริง และพยายามปกป้องเธอจากการไล่ล่าของชาวบ้านที่หวาดกลัวผีกระสือ ความใกล้ชิดของทั้งสองเริ่มก่อตัวขึ้นเป็นความรัก ขณะที่อสูรกายอีกสายพันธุ์หนึ่งก็ต้องการหัวใจของเธอเพื่อความเป็นอมตะ หนทางที่เธอจะอยู่รอดคือหนีออกจากหมู่บ้าน หรือการเผชิญหน้ากับศัตรูที่ตามล่า… แล้วเขาจะปกป้องเธอได้หรือไม่

แสงกระสือ หนังไทยแนวแฟนตาซีเฮอร์เรอร์ที่โปรดักชั่นน่าดูมากถึงมากที่สุดเรื่องหนึ่งของปีนี้เลย สำหรับหนังผีกระสือ ผีโบราณที่แปลกแหวกความรู้สึกคนยุคใหม่ แต่ก็ทำออกมาได้รสชาติสากลแต่มีความขลังในแบบไทยสูงมาก ใครเด็กยุค 90 น่าจะจำละครช่อง 7 ที่มีกระสือยายสายและเนื้อเพลง “กระสือกลางวันมันเป็นหญิง มีทุกสิ่งธรรมด๊า ธรรมดา” ได้เป็นอย่างดี เรียกว่าเป็นอีกผีที่คู่ขวัญชาวไทยมาตลอดเช่นกัน

สนับสนุนข้อมูลโดย Major Cineplex
จำ “จูบแรก” ของคุณได้ไหม? เด็กสาวแรกรุ่นในหมู่บ้านอันห่างไกล ค้นพบว่าแท้จริงแล้วเธอไม่ใช่มนุษย์เหมือนคนอื่น แต่สืบเชื้อสายมาจากเผ่าพันธุ์เก่าแก่ในตำนานที่ถ่ายทอดกันผ่านทางน้ำลาย มีเพียงเด็กหนุ่มคนเดียวในหมู่บ้านที่รู้ความจริง และพยายามปกป้องเธอจากการไล่ล่าของชาวบ้านที่หวาดกลัวผีกระสือ ความใกล้ชิดของทั้งสองเริ่มก่อตัวขึ้นเป็นความรัก ขณะที่อสูรกายอีกสายพันธุ์หนึ่งก็ต้องการหัวใจของเธอเพื่อความเป็นอมตะ หนทางที่เธอจะอยู่รอดคือหนีออกจากหมู่บ้าน หรือการเผชิญหน้ากับศัตรูที่ตามล่า… แล้วเขาจะปกป้องเธอได้หรือไม่

หนังไทยแนวแฟนตาซีเฮอร์เรอร์ที่โปรดักชั่นน่าดูมากถึงมากที่สุดเรื่องหนึ่งของปีนี้เลย สำหรับหนังผีกระสือ ผีโบราณที่แปลกแหวกความรู้สึกคนยุคใหม่ แต่ก็ทำออกมาได้รสชาติสากลแต่มีความขลังในแบบไทยสูงมาก ใครเด็กยุค 90 น่าจะจำละครช่อง 7 ที่มีกระสือยายสายและเนื้อเพลง “กระสือกลางวันมันเป็นหญิง มีทุกสิ่งธรรมด๊า ธรรมดา” ได้เป็นอย่างดี เรียกว่าเป็นอีกผีที่คู่ขวัญชาวไทยมาตลอดเช่นกัน

รอบนี้ค่าย ทรานสฟอร์เมชั่น ได้นำผู้กำกับ โดม-สิทธิศิริ มงคลศิริ ผู้กำกับ Last Summer ฤดูร้อนนั้น ฉันตาย มาถ่ายทอดจินตนาการเหนือจริง พร้อมด้วยดารานักแสดงรุ่นใหม่ในบทนำทั้ง โอบ-โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์, มินนี่-ภัณฑิรา พิพิธยากร และ เกรท-สพล อัศวมั่นคง และยังเป็นการคืนจออีกครั้งของดารารุ่นใหญ่อย่าง เอ็ม-สุรศักดิ์ วงษ์ไทย ด้วย เรียกว่าทั้งโปรดักชั่น ซีจี ดารา น่าตื่นตาตื่นใจไปหมดทีเดียวเชียว

สิ่งที่ต้องชื่นชมอย่างมากคือความพิถีพิถันระดับงานคราฟต์ ของผู้สร้างหนัง คือ การถ่ายภาพ ไลท์ติ้ง โลเกชั่น อาร์ตไดฯ คอสตูม แต่งหน้า เทคนิคพิเศษ รวมถึงซีจี คือเนี้ยบมาก ทำดีต้องชมครับ ความตั้งใจนี่ถ่ายทอดมาให้เห็นในทุกเม็ดทุกดอกของหนังเลย และส่วนที่สำคัญมากคือ รสนิยมดี ดีตั้งแต่เริ่มคิดโปรเจ็กต์ พูดถึงกระสือเราก็ติดภาพเก่า ๆ แต่ผู้กำกับโดมกลับมองต่างออกไป ผีกระสือไม่ใช่ความแหวะ แต่มันคือความงดงามในแบบหนึ่ง แสงของกระสือคือแสงแห่งความยวนใจ ไม่ใช่ความสยอง

ผู้กำกับชี้ให้เห็นความต่างของเวอร์ชั่นนี้กับที่ผ่านมาว่า “ในฐานะคนดูหนังพอนึกถึงกระสือเรามักจะยึดติดกับผีสาวที่มีหัวกับไส้และกินอาจม แต่ทางทรานส์ฟอร์เมชั่นพูดขึ้นมาว่า แล้วทำไมเราไม่ทำออกมาให้มันดีล่ะ คำนี้ท้าทายผมมาก โจทย์ในหัวของผมก็คือจะทำยังไงให้ออกมาเป็นกระสือสวยงาม”

คำว่าสวยงามนี้สำคัญมากเหมือนเป็นคีย์ของโปรดักชั่นโดยรวมเลยทีเดียว และก็ตอบโจทย์การผสานงานอาร์ตกับงานบันเทิงที่ลงตัว นี่น่าจะเป็นปัจจัยความสำเร็จของหนังในตลาดเมืองนอกแน่ ๆ

สิ่งที่ต้องชมต่อมาคือ การแสดง คือเราต้องไม่ลืมว่า บทนำ 3 คนนั้น มีถึง 2 คนที่จัดได้ว่าหน้าใหม่เลย และอีก 1 คนอย่างโอบ-นิธิ ก็ยังอยู่ในช่วงของการพิสูจน์ตัวเอง ทว่าการแสดงของทั้งสาม คือเอาอยู่ ไม่ใช่เอาอยู่ธรรมดามันรีดเร้นพลังตั้งแต่หัวใจมาถึงสายตาในการแสดงทีเดียว ต้องยอมรับว่า เราไม่ค่อยเห็นหนังไทยที่ดึงพลังการแสดงด้วยสายตามากนัก ในขณะที่หนังต่างชาติเขาทำเป็นเรื่องปกติ การที่หนังเรื่องนี้ทั้งให้จังหวะเวลาที่พอดี ให้การกำกับการแสดงที่ถูกต้อง และได้การแสดงที่ตรงโจทย์สื่อความอย่างสร้างสรรค์ จึงเป็นพลังด้านการแสดงที่ทำให้เราตราตรึงมากเช่นกัน นี่ยังไม่นับมาตรฐานการแสดงของดารารุ่นเก่าทั้งหลายที่มาช่วยขับเคลื่อนเรื่องซึ่งดีเป็นทุนแล้ว และการแสดงของตัวประกอบที่ชัดเจนว่าไม่ได้คัดมาแบบขอไปที แต่ตัวประกอบทุกตัวมีเรื่องราวมีการแสดงที่ส่งหนังได้อย่างน่าสะพรึง

ในด้านเนื้อหา หนังได้มะเดี่ยว-ชูเกียรติ มาเขียนบท ซึ่งเป็นผู้กำกับที่มีวิสัยทัศน์ดีในฐานะคนเขียนบทด้วย และแน่นอนเมื่อหนังขับมาทางความรักสามเส้า ความคิดจิตใจแบบมนุษย์ที่มิติซับซ้อน รวมถึงความเป็นดราม่าแบบย้อนยุค ก็เรียกว่าลงตัว ดึงศักยภาพของมะเดี่ยวออกมาได้เต็มที่ สิ่งหนึ่งที่บทของมะเดี่ยวทำได้ดีมากคือการไม่ทำให้ผู้ชมเบื่อแม้กราฟหนังจะเล่าไปแบบไม่มีจุดลุ้นนัก เพราะบทจะสอดแทรกจุดหักมุมมากให้ช็อกคนดูอยู่ทุกระยะอย่างชำนาญมือ

แล้วผู้กำกับหนังก็ไม่พลาดที่จะใช้บทที่ดีในการสร้างหนังที่ดี นี่จึงคือความสมบูรณ์ที่เราบอกได้ว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ดีและดูสนุก ไม่ได้สนุกในแบบหนังบันเทิงจ๋า แต่มันคือความสนุกของการดื่มด่ำไปกับรสทางอารมณ์ทั้งสุขเศร้า รักหวานซึ้ง การเสียสละ ความรันทดใจ อย่างยิ่งยวด ซึ่งคู่ควรกับคำว่า คลาสสิก จริง ๆ

ในอีกด้านเราอาจมองได้ว่านี่คือหนังแนวก้าวพ้นวัยในรูปแบบหนึ่ง เด็กสาวที่วันหนึ่งเธอต้องพบว่าชีวิตเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือจะรับมืออย่างไร หากเปรียบเปรยการเป็นกระสือก็อาจเหมือนการเติบโตด้านร่างกาย มีประจำเดือน ร่างกายเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดความเขินอายต้องหลบซ่อน แต่สุดท้ายเรื่องราวของกระสือก็เป็นการสอนว่าเราไม่อาจต่อต้านธรรมชาติของการเติบโตได้ ไม่ว่าทั้งด้านดีหรือด้านร้าย แค่ต้องเรียนรู้และยอมรับ ทั้งการเปลี่ยนแปลงของตนเอง และผู้อื่น ความรู้และการเปิดใจกว้างคือหนทางชนะสิ่งที่ไม่รู้และความกลัว หนังเรื่องนี้จึงให้คุณค่าในหลายระดับ ทั้งความงาม ปัญญา และอารมณ์

เราไม่ได้เสพสื่อที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ “กระสือ” มานานหลายปีแล้ว แต่ “กระสือ” ใน perception ของเรา จากหนังเก่า ละครเก่า และการ์ตูนขายหัวเราะ-มหาสนุก เราจะมองว่า “กระสือ” เป็นผีพื้นบ้าน (คลาสเดียวกับผีปอบผีเปรต) ผู้หญิงสาวใหญ่จนถึงสาวแก่ ที่ถอดหัวถอดไส้ ทิ้งร่าง และออกไปหากินในตอนกลางคืน

พอได้เห็นว่า ปีนี้จะมีหนังไทยเกี่ยวกับกระสือเข้าฉาย ในแว้บแรก… เราก็คิดว่า นี่ยังจะเอากระสือมารีเมคกันอีกหรือ แต่พอได้ดูตัวหนัง แสงกระสือ ผลงานการกำกับของ สิทธิศิริ มงคลศิริ (ผู้กำกับร่วม Last Summer: ฤดูร้อนนั้น ฉันตาย) และการเขียนบทของ มะเดี่ยว-ชูเกียรติ (ผู้กำกับและเขียนบท รักแห่งสยาม,13 เกมสยอง, ฯลฯ) มันออกมาผิดคาด…. มันดีเหนือความคาดหมายของเรามาก… ขนาดเข้าไปดูด้วยความคาดหวัง ก็ยังไม่ผิดหวังเลย

จากที่ตอนแรกคิดว่า หนังกระสือมันน่าจะเชยหรือล้าสมัยไปเสียแล้วสำหรับปี 2019 กลับกลายเป็นว่า นี่เป็นหนังกระสือที่มีระดับ เป็นหนังไทยที่ดูทันสมัย ดูอินเตอร์ บทก็มีการตีความใหม่ให้ดูร่วมสมัยมากขึ้นพร้อมกับการผสมผสานกับความเชื่อเกี่ยวกับกระสือดั้งเดิมอย่างลงตัว ในส่วนของซีจีและงานโปรดักชั่นด้านต่าง ๆ เขาก็ทำได้ดีมาก ยกระดับมาตรฐานหนังไทยไปอีกขั้น เป็นหนังผีไทยที่ส่งออกสู่สากลได้อย่างไม่อายใคร

ถ้าไม่นับที่ต้องทนเห็นตับไตไส้พุงและเลือดสด ๆ หนังไม่ได้หลอน ไม่ได้น่ากลัว คือมันไม่ใช่หนังผี (ในหนังก็จะบอกแหละว่า กระสือเองก็ไม่ใช่ผี แต่เราแค่เคยได้ยินคนเรียกรวม ๆ ว่า ผีกระสือ) หรือต่อให้เรียกว่ากระสือเป็นผี…เป็นสัตว์ประหลาด… กระสือก็ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในเรื่องนี้อยู่ดี เพราะกระสือสายเป็นเด็กหญิงจิตใจดี ในทางกลับกัน จิตใจของมนุษย์… ความกลัวและความอาฆาตแค้นต่างหาก… ที่น่ากลัวที่สุด เพราะนำไปสู่ความขัดแย้งและความรุนแรงในสังคมไม่รู้จบ

รอมคอมแอดมิน on Twitter: "#แสงกระสือ ว้าวมาก ... เป็นโศกนาฏกรรมรักสามเศร้าที่สวยงาม เป็นการเล่าแง่มุมอมนุษย์อย่างกระสือแบบใหม่ บทดี สเปเชี่ยลเอฟเอฟก็งามไม่ขัดตา และ มินนี่ เกรท โอบ เด็กๆ นักแสดงเซ็ทนี้ในเรื่องนึ้เล่นดีมากค่ะ ไปดูกันเถิด #movietwit ...

จากที่ตอนแรกคิดว่า หนังกระสือมันน่าจะเชยหรือล้าสมัยไปเสียแล้วสำหรับปี 2019 กลับกลายเป็นว่า นี่เป็นหนังกระสือที่มีระดับ เป็นหนังไทยที่ดูทันสมัย ดูอินเตอร์ บทก็มีการตีความใหม่ให้ดูร่วมสมัยมากขึ้นพร้อมกับการผสมผสานกับความเชื่อเกี่ยวกับกระสือดั้งเดิมอย่างลงตัว ในส่วนของซีจีและงานโปรดักชั่นด้านต่าง ๆ เขาก็ทำได้ดีมาก ยกระดับมาตรฐานหนังไทยไปอีกขั้น เป็นหนังผีไทยที่ส่งออกสู่สากลได้อย่างไม่อายใคร

ถ้าไม่นับที่ต้องทนเห็นตับไตไส้พุงและเลือดสด ๆ หนังไม่ได้หลอน ไม่ได้น่ากลัว คือมันไม่ใช่หนังผี (ในหนังก็จะบอกแหละว่า กระสือเองก็ไม่ใช่ผี แต่เราแค่เคยได้ยินคนเรียกรวม ๆ ว่า ผีกระสือ) หรือต่อให้เรียกว่ากระสือเป็นผี…เป็นสัตว์ประหลาด… กระสือก็ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในเรื่องนี้อยู่ดี เพราะกระสือสายเป็นเด็กหญิงจิตใจดี ในทางกลับกัน จิตใจของมนุษย์… ความกลัวและความอาฆาตแค้นต่างหาก… ที่น่ากลัวที่สุด เพราะนำไปสู่ความขัดแย้งและความรุนแรงในสังคมไม่รู้จบ

นอกจากนี้หนังไม่ได้มุ่งเน้นไปที่ความเชื่อโบราณของชาวบ้านหรือขบวนการล่าแม่มดเป็นหลักเหมือนอย่างเรื่องนาคีด้วย แต่หนังเน้นฟีลลิ่งการเป็นคนนอกของกระสือ และเรื่องรักสามเส้าของหนุ่มสาวสามคน ซึ่งเป็นการเน้นย้ำว่า สัตว์ประหลาดก็มีหัวใจ… เอาจริง มันก็คือหนังรักโรแมนติกเรื่องหนึ่ง อารมณ์เหมือน The Shape of Water

ในช่วงองก์แรก ตอนที่สายยังไม่รู้ตัวว่าเป็นกระสือ (เลือดเปรอะที่นอน ก็คิดว่าตัวเองเมนส์มา อมยิ้มลัลล้า เหมือนดีใจที่หนูเป็นสาวแล้ว) หนังพาเราไปรู้จักเด็กหนุ่มและเด็กสาว ที่เป็นชาวบ้านตาดำ ๆ จิตใจดี และมีความฝันเหมือนเด็กธรรมดาทั่วไป เช่น สาย (มินนี่-ภัณฑิรา) อยากเป็นพยาบาล, น้อย (โอบ-โอบนิธิ) อยากเป็นหมอ และเจิด (เกรท-สพล) อยากเป็นทหาร/ตำรวจ (ตรงนี้แอบสะท้อนเรื่องเพศในสังคมไทยสมัยก่อนบาง ๆ ด้วย กล่าวคือ สายมีความคิดอยากรักษาคน แต่กลับฝันแค่อยากเป็นพยาบาล ไม่ได้ฝันจะเป็นหมอ) ชีวิตของพวกเขาดูปกติดี จนกระทั่งเกิดสงครามที่พระนครและหมู่บ้านก็มีกระสือออกมาหากิน ฆ่าเป็ด ไก่ วัว ควายของชาวบ้านตายทุกคืน ๆ

ในช่วงองก์สอง หนังเริ่มมีความโรแมนติกขึ้น เมื่อน้อยบังเอิญได้รู้ความจริงว่าสายเป็นกระสือ จากที่ตอนแรกไม่เชื่อเรื่องภูติผีปิศาจ (ด้วยความหัวสายวิทย์ เรียนหมงเรียนหมอ) ต้องมาเป็นคนเดียวที่ล่วงรู้และช่วยปกปิดความลับของสาย พร้อมกับช่วยคิดหาทางรักษา ซึ่งตรงนี้ เราได้เห็นว่า จริง ๆ แล้วกระสือไม่ได้ร้าย เขาแค่ต้องหากินเพื่อความอยู่รอดเฉกเช่นมนุษย์ปุถุชน และสามารถอยู่ร่วมกับมนุษย์ในสังคมได้ ในขณะเดียวกัน เจิด ซึ่งไปร่วมกับกระบวนการล่ากระสือ ก็ค่อย ๆ กลายเป็นคนไกลออกไป ความเฟรนด์โซนของเจิด เราก็อินและสงสารเสียยิ่งกว่าความเฟรนด์โซนของปาล์มกับกิ๊งในหนังเรื่อง Friend Zone ดูหนังพากไทย

องก์สุดท้ายนี่คือตัวพีค นอกจากหนังจะนำเสนอตำนานของกระสือ-กระหังให้เรารู้จักมากขึ้นแล้ว หนังยังกล้าฉีก ทะเยอทะยาน และเล่นใหญ่ไปเลย มีครบรสทั้งบู๊ทั้งซึ้ง สนุกแบบกราฟขึ้นปรู๊ดปร๊าด ถ้าใครเคยดู นาคี 2 คงพอนึกฟีลลิ่งออก แต่อย่างไรก็ตาม แสงกระสือ ทำได้ดีกว่า พีคกว่า และทรงพลังกว่านั้นเยอะ คือช่วงท้ายนี่ เราแอบปรบมือให้ในโรงอยู่หลายซีน แต่พูดมากไม่ได้ เพราะเสี่ยงต่อการหลุดสปอยล์

ผัดกะเพราปลาดอรี่ จับปลาผัดกับเครื่องกะเพราจนหอมฉุย ทำง่ายไม่ยาก

ผัดกะเพราปลาดอรี่ จับปลาผัดกับเครื่องกะเพราจนหอมฉุย ทำง่ายไม่ยาก

สูตร ปลาดอลลี่ทอด คลุกซอสกระเพรา โดย oOnaomiOo - Cookpad

ประโยชน์ของการทานปลาเป็นประจำ

ปลา นับว่าเป็นอาหารที่มีความเหมาะสมต่อร่างกายของคนเรา เพราะมีโปรตีน และแร่ธาตุในปริมาณสูง เราจึงใช้ปลาเป็นแหล่งอาหารโปรตีน เพราะโปรตีนที่ได้จากปลา จะมีกรดอะมิโนที่จำเป็นครบถ้วน และมีประสิทธิภาพการใช้ของโปรตีน และการใช้ให้เป็นประโยชน์ในร่างกายได้ผลดีรองจากไข่ และนม ปลานั้นมีคุณค่าทางโภชนาการอย่างดียิ่ง ดังนี้

การทานปลาเป็นประจำ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ เพราะในปลาอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า3 (Omega-3 Fatty Acids) ที่จะลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดที่เป็นต้นเหตุของโรคหัวใจ เพราะโอเมก้า3 จะมีหน้าที่ควบคุมการแข็งตัว และการหดตัวของหัวใจ และหลอดเลือด นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยลดอาการซึมเศร้าในผู้สูงอายุอีกด้วย
การทานปลา เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก เพราะปลามีไขมันน้อย และเต็มไปด้วยโปรตีน, วิตามิน และแร่ธาตุ ซึ่งเป็นสิ่งที่ร่างกายของเราต้องการ ไม่ว่าจะเป็นวิตามินดี และวิตามินบี2 ที่มีส่วนช่วยให้การดูดซึมแคลเซียม และช่วยให้ร่างกายเผาผลาญน้ำตาลได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นวิตามินที่มีประโยชน์สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์อีกด้วย อีกทั้งการทานปลาเป็นประจำ จะช่วยความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด, ความเครียด, อัลไซเมอร์ และภาวะเรื้อรังอื่น ๆ
แร่ธาตุ และคอลลาเจนในปลา จะช่วยให้ผิวของคุณดูสุขภาพดี และช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้าได้อีกด้วย
ปลาเป็นแหล่งโปรตีน ที่สำคัญรองลงมาจากเนื้อสัตว์ และไข่
ปลาทะเลทุกชนิด มีแร่ธาตุไอโอดีน ซึ่งเป็นแร่ธาตุ ที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต
ปลามีแร่ธาตุแคลเซียมต่ำ ยกเว้นในกรณีที่เราสามารถกินได้ทั้งตัว
ปลามีปริมาณพิวรีน สูงเหมือนในเนื้อต่างๆ ที่มีสีแดง ดังนั้น คนที่เป็นโรคเกาต์ ควรหลีกเลี่ยงเช่นเดียวกัน
ปลาน้ำจืดเป็นแหล่งสะสมพยาธิ ดังนั้น ถ้าจะกินควรกินสุก ไม่ใช่สุกดิบ ๆ หรือกินปลาดิบ ๆ ทั้งนี้เพราะปลามีตัวอ่อนของพยาธิใบไม้ตับ เมื่อเรากนปลาที่สุกๆ ดิบๆ เราก็จได้ตัวอ่อนของพยาธิตัวนี้ ซึ่งก่อให้เกิดโรคได้

ส่วนผสม ผัดกะเพราปลาดอรี่

     • พริกขี้หนู
• กระเทียม
• สเปรย์น้ำมันมะกอก
• เนื้อปลาดอรี่หั่นเป็นชิ้น
• น้ำปลา (สูตรโซเดียมต่ำ)
• ซอสหอยนางรม (สูตรโซเดียมต่ำ)
• น้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ
• ใบกะเพราแดง
• ข้าวกล้อง

วิธีทำ ผัดกะเพราปลาดอรี่

     1. โขลกพริกขี้หนูกับกระเทียมพอแหลกแล้วนำไปผัดให้หอม ฉีดสเปรย์น้ำมันลงไป 1 ครั้ง
2. ใส่เนื้อปลาดอรี่ลงไป ปรุงรสด้วยน้ำปลา ซีอิ๊วขาว และซอสหอยนางรม เติมน้ำเปล่าลงไป ใส่ใบกะเพราแดง ผัดพอเข้ากัน ตักราดบนข้าวกล้อง

น้ำกระชายใบเตยน้ำผึ้ง จับน้ำกระชายหัวเชื้อผสมกับน้ำใบเตย เติมน้ำผึ้งจะได้ดื่มง่าย

น้ำกระชายใบเตยน้ำผึ้ง จับน้ำกระชายหัวเชื้อผสมกับน้ำใบเตย เติมน้ำผึ้งจะได้ดื่มง่าย

เมนูกระชาย

สรรพคุณของกระชาย
1. กระชายมีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ
2. ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย (ใบ)
3. กระชายเหลืองมีสรรพคุณช่วยแก้ลมวิงเวียน แน่นหน้าอก
4. ช่วยบำรุงกำลัง เสริมสมรรถภาพทางเพศ บำบัดโรคนกเขาไม่ขันหรือโรคอีดี (Erectile Dysfunctional หรือ ED) (เหง้าใต้ดิน)
5. ช่วยบำรุงหัวใจ ด้วยการใช้เหง้าและรากของกระชายนำมาปอกเปลือก ล้างน้ำให้สะอาด นำมาหั่นตากแห้งแล้วบดจนเป็นผง และให้ใช้ผงแห้งที่เตรียมไว้ประมาณ 1 ช้อนชา นำมาชงกับน้ำร้อนครึ่ง ถ้วยชา แล้วรับประทานเพียงครั้งเดียว (เหง้า, ราก)
6. ช่วยแก้อาการท้องร่วง ท้องเดิน ด้วยการใช้เหง้าสด 1-2 เหง้า ใช้เหง้าที่ปิ้งไฟแล้วนำมาฝนหรือตำผสมกับน้ำปูนใส หรือจะคั้นให้ข้น ๆ แล้วนำมารับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนชาก็ได้ (เหง้า, ราก)
7. ช่วยบำรุงกระดูก ช่วยทำให้กระดูกไม่เปราะบาง
8. ช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนต่าง ๆ ในร่างกาย
9. ช่วยบำรุงกำหนัด แก้อาการกามตายด้าน (เหง้าใต้ดิน)
10. ช่วยบำรุงสมอง เพราะช่วยทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองส่วนกลางได้ดีมากขึ้น
11. ช่วยปรับสมดุลของความดันโลหิตในร่างกาย ช่วยลดความดันโลหิตเมื่อความดันโลหิตสูง แต่เมื่อความดันโลหิตต่ำก็จะช่วยทำให้ความดันเพิ่มขึ้นจนเป็นปกติ
12. สรรพคุณกระชายช่วยแก้โลหิตเป็นพิษ (ใบ)
13. กระชายมีสรรพคุณทางยาช่วยแก้โรคในปากและคอ เช่น ปากเปื่อย ปากแห้ง ปากเป็นแผล (ใบ, เหง้า)
14. ช่วยแก้ฝ้าขาวในปาก ด้วยการใช้กระชายที่ล้างสะอาดนำมาบดแบบไม่ต้องปอกเปลือก แล้วใส่ในโถปั่นพอหยาบ แล้วนำมาใส่ขวดปิดฝาแช่ไว้ในตู้เย็น แล้วนำมากินก่อนอาหารครั้งละ 1 ช้อนชาเล็ก 15. กินวันละ 3 มื้อก่อนอาหารประมาณ 15 นาที ประมาณ 1 อาทิตย์ (ราก)
16. เหง้าใต้ดินมีรสเผ็ดร้อนและขม มีสรรพคุณช่วยแก้อาการปวดท้อง มวนในท้อง อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ด้วยการใช้เหง้าและรากประมาณครึ่งกำมือ ถ้าสดให้ใช้ประมาณ 5-10 กรัม แต่ถ้าเป็นแห้งให้ใช้ประมาณ 3-5 กรัม แล้วนำมาต้มเอาน้ำดื่มแก้อาการ หรือจะนำมาใช้ปรุงเป็นอาหารไว้รับประทานก็ได้เช่นกัน (เหง้าใต้ดิน)
17. ช่วยแก้บิด โดยใช้เหง้าสดประมาณ 2 เหง้า นำมาบดจนละเอียดแล้วเติมน้ำปูนใส คั้นเอาแต่น้ำมาดื่ม (เหง้าสด)
18. ช่วยรักษาอาการท้องเดินในเด็ก (เหง้า, ราก)
19. รากกระชายมีสรรพคุณช่วยแก้โรคกระเพาะ (ราก)
20. ช่วยแก้อาการบิดมูกเลือด (เหง้า, ราก)
ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ แก้อาการปัสสาวะพิการ (เหง้า, ราก)

ส่วนผสม น้ำกระชายใบเตยน้ำผึ้ง

  • น้ำ 250 มิลลิลิตร
  • กระชายสด 1 กรัม
  • น้ำ 1.5 ลิตร
  • ใบเตย 5-10 ใบ
  • น้ำผึ้งตามชอบ

วิธีทำ น้ำกระชายใบเตยน้ำผึ้ง

     1. นำกระชายมาล้างทำความสะอาด แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ลงในเครื่องปั่น

2. ใส่น้ำ 1 แก้ว 250 มิลลิลิตร ลงไปแล้วปั่น หรือตำให้ละเอียด

3. นำมากรอง 3 รอบเพื่อให้ได้หัวเชื้อกระชายที่หอมละมุน ไม่มีฟองหรือเศษกระชาย (เพราะจะทำให้มีรสขม)

4. นำใบเตยไปต้มกับน้ำ 1.5 ลิตร ประมาณ 10 นาที จนเดือดมีกลิ่นหอม รอให้น้ำใบเตยเย็น ค่อยนำน้ำกระชายมาผสม เติมน้ำผึ้งลงไป ชิมรสตามชอบ

บ้านไม้ที่สวยงาม การตกแต่งภายนอกที่หรูหรา ดูแรงบรรดาลใจได้ที่นี่เลย

บ้านไม้ที่สวยงาม การตกแต่งภายนอกที่หรูหรา ดูแรงบรรดาลใจได้ที่นี่เลย

บ้านไม้ฟินแลนด์

บ้านไม้ที่สวยงาม กล่องไม้ธรรมดามีความซับซ้อนด้วยความหลากหลายของนามสกุลเพื่อให้ในที่สุดบ้านไม้ที่สวยงามถูกสร้างขึ้น มองไปที่ภาพวาดของเด็กสามารถจินตนาการได้ว่าบ้านของป่า – นี้เป็นกล่องที่พบกับสี่กำแพงที่แบ่งแยกออกจากกันภายในห้องพัก เมื่อมองไปที่บ้านชานเมืองส่วนใหญ่คุณสามารถเข้าใจได้ว่าสิ่งเหล่านี้คืออะไรในความเป็นจริง อย่างไรก็ตามเรื่องนี้คุณสามารถแสดงจินตนาการให้บ้านที่สวยงามมีลักษณะเดิมและนี้สามารถช่วยให้เราชุดใหญ่ของการออกแบบบ้าน

เมื่อสร้างบ้านจากกรอบไม่จำเป็นต้อง จำกัด ตัวเอง กระท่อมไม้ซุง – วัสดุที่ทนทานที่เปิดโอกาสใหม่สำหรับโฮสต์ ด้วยการต่อเติมสถาปัตยกรรมคุณสามารถสร้างบ้านดั้งเดิมด้วยภายนอกที่สวยงาม

บ้านที่สะดวกสบายพร้อมแสงด้านหน้า

หน้าต่าง
ตอนนี้หน้าต่างเบย์ในบ้านไม้กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ หน้าต่างเบย์ – ส่วนหนึ่งของห้องที่ยื่นออกไปนอกอาคารและแนวระนาบ มันไม่สามารถเรียกว่าเป็นส่วนเพราะมันเป็นเพียงส่วนขยายของบ้านที่ตั้งอยู่ในห้องอุ่น Erker ทำให้ลักษณะสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจมากขึ้นและพื้นที่ทั้งหมดสำหรับคู่ของสี่เหลี่ยมมากขึ้น

Erker สามารถมีรูปร่างที่ง่ายๆเช่นตารางหรือสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือเหลี่ยมซับซ้อน หน้าต่างเบย์มีจำนวนมากของมุมทำลายเวสที่ทำให้ภายนอกของบ้านเดิมและผิดปกติที่ โครงสร้างอ่าวสามารถทำหน้าที่เป็นมุมของบ้านไม้และตามแนวผนัง ด้วยการใช้เทคนิคสถาปัตยกรรมนี้คุณสามารถเพิ่มพื้นที่ของบ้านสร้างรูปลักษณ์ดั้งเดิมและเปิดไฟที่เป็นธรรมชาติมากขึ้นในบ้านเพราะมันมักจะเคลือบให้มากที่สุด หน้าต่างเบย์อาจจะอยู่ไม่เพียง แต่ในชั้นแรกของบ้าน แต่ยังไปขึ้นไปบนหลังคาซึ่งจะสร้างรูปลักษณ์ที่งดงามของคอลัมน์ขนาดเล็กหรือหอ

ในบ้านหลังหนึ่งที่คุณสามารถใช้หลายประเภทของหน้าต่าง ในส่วนหนึ่งของบ้านมันอาจเป็นหน้าต่างแบบเบย์คู่ในทางกลับกันเป็นชั้นเดียวที่มีหลายแง่มุมและอื่น ๆ โดยทั่วไปแล้วการปรากฏตัวของหน้าต่างเบย์สามารถกระจายด้านนอกของบ้านไม้นำคลื่นสดไปและทำให้ความคิดเดิมของเจ้าของ

ระเบียงและระเบียง
ระเบียงหรือพันธุ์เล็ก ๆ คือปีกซึ่งมีทั้งฟังก์ชั่นการใช้งานและรูปลักษณ์ที่ทันสมัย ระเบียง – พื้นที่เปิดโล่งที่มีผนังด้านเดียวซึ่งเป็นส่วนเสริมหรือเสา ด้านบนของระเบียงถูกปกคลุมด้วยหลังคาในการร่วมกันกับชนิดของบ้านหรือสร้างแยกต่างหาก ระเบียงเป็นที่นิยมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคทางใต้ของประเทศเนื่องจากมันมักจะมีความอบอุ่นและเว็บไซต์นี้มีการใช้งานปกติ ที่นี่คุณสามารถมีช่วงเวลาที่ดีกับเพื่อนหรือญาตินั่งที่โต๊ะรับประทานอาหารในอากาศบริสุทธิ์ไม่ว่าจะเป็นแดดหรือเมฆครึ้ม
ตอนนี้ระเบียงกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ มันสามารถใช้ได้ทั้งสองด้านของบ้านและบริเวณรอบ ๆ ดังนั้นเธอจึงไม่เพียง แต่เปลี่ยนรูปลักษณ์ของบ้านไม้เท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอีกด้วย

บ้านพร้อมระเบียงที่เป็นที่นิยมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเย็นมีการสร้างกำแพงมากขึ้นการจัดพื้นที่จัดขึ้นด้วยความเป็นไปได้ของการใช้ระบบทำความร้อน อย่าสับสนระเบียงและระเบียงเป็นระเบียงที่เปิดอยู่และมีความเหมาะสมเฉพาะสำหรับฤดูร้อน แต่ระเบียงเป็นพื้นที่ปิดที่มีการปรากฏตัวของผนังและหน้าต่าง วัตถุประสงค์ของเธอแตกต่างกันเกินไปตั้งแต่ในครั้งแรกที่ห้องพักเพื่อปกป้องทางเข้าบ้านที่จาก “แปรเปลี่ยน” ของสภาพอากาศ

บ้านในชนบทสุดเก๋

ระเบียงและระเบียง
หากบ้านไม้ไม่ประกอบด้วยชั้นเดียวคุณควรคิดว่าคุณจะสามารถเปลี่ยนลักษณะของอาคารด้วยสิ่งปลูกสร้างดั้งเดิมได้อย่างไร ในฐานะที่เป็นองค์ประกอบสถาปัตยกรรมเพิ่มเติมสามารถใช้เป็นระเบียงหรือชาน

ระเบียงเป็นชนิดย่อยของระเบียงที่ไม่ได้อยู่ชั้นล่างส่วนขยายดังกล่าวมักจะเปิดอยู่ หากคุณใช้ระเบียงในบ้านไม้หรือกระท่อมแบบชนบทก็ไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบการตกแต่งภายนอก แต่ยังเป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนในอากาศบริสุทธิ์

ในเมืองที่วุ่นวาย ระเบียง ของอพาร์ทเมนท์ มักจะมีจุดประสงค์ ทางเทคนิค ทำหน้าที่ เป็นครัวสำหรับ สิ่งต่าง ๆ ในกรณี ของบ้านในชนบท หรือกระท่อม ไม่จำเป็น ต้องมีความยุ่งเหยิง กับถังขยะ มันจะดีกว่า ที่จะใช้ มันเพื่อจุดประสงค์ ที่ตั้งใจ ไว้คือการพักผ่อน อย่างสงบ มันจะดี เสมอ ที่จะออกไป ที่ระเบียง รับอากาศ บริสุทธิ์ หรือเพียงแค่เพลิดเพลิน กับทัศนียภาพ ของสภาพแวดล้อม ด้วยกาแฟร้อน สักถ้วย ระเบียง อาจมีขนาดเล็ก โดยมีทางออก จากห้องหนึ่ง หรือทั่วทั้งผนัง มีทางออกหลาย ทางทั้งจากห้องนอน และ จากห้อง ส่วนกลาง

Loggia เป็นระเบียงกระจกชนิดหนึ่งที่เหมาะสำหรับบ้านหรืออยู่ภายใน ความแตกต่างทั้งหมดระหว่างระเบียงและระเบียงคือระเบียงเปิดจากทุกด้าน แต่ระเบียงปิดจากสองหรือสามด้าน

โครงสร้างระเบียงและชานสามารถใช้เป็นความต่อเนื่องของระเบียงหน้าต่างเบย์หรือระเบียงชั้นแรก ด้วยข้อตกลงนี้ระเบียงมีการเพิ่มเติมและเสริมการประกันในรูปแบบของการขยายที่ต่ำกว่า

โครงการดั้งเดิมของบ้านไม้

Belvedere
The Belvedere เป็นส่วนขยายดั้งเดิมที่จะทำให้งานศิลปะมีสไตล์ออกจากบ้านไม้ธรรมดา หากคุณมองเข้าไปในพจนานุกรมแนวคิดนั้นแปลมาจากภาษาอิตาลีว่า “มุมมองที่สวยงาม” นี่คือสิ่งที่รับประกันว่าส่วนขยายประเภทนี้จะแสดงถึงประเภทของหอคอยที่อยู่เหนือชั้นบน พูดง่าย ๆ นี่คือศาลาที่วางอยู่บนหลังคาของบ้านไม้

ในความเป็นจริง belvedere เป็นส่วนขยาย ดั้งเดิมบนหลังคาของบ้านส่วนตัวมีรูปร่างที่แปลกประหลาดและรูปลักษณ์ทันสมัย ในสหพันธรัฐรัสเซียจะดีกว่าที่จะใช้รุ่นเคลือบเพื่อปกป้องจากธรรมชาติในรูปแบบของหิมะหรือฝน ส่วนขยายประเภทนี้มีความซับซ้อนในการก่อสร้างและจะเสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างเพนนีอย่างไรก็ตามรูปลักษณ์ที่สวยงามและสถานที่ที่สะดวกสบายในการพักผ่อนคุ้มค่า

โดยทั่วไปแล้วฉันอยากจะบอกว่าบ้านไม้ไม่จำเป็นต้องเป็นกล่องไม้ธรรมดาหรือท่อนซุง ด้วยความพยายามเพียงเล็กน้อยคุณสามารถสร้างบ้านเก๋ ๆ ที่คุณต้องการใช้เวลามากขึ้นและเพื่อนบ้านและแขกผู้เข้าพักจะต้องประหลาดใจด้วยรสชาติที่น่าอัศจรรย์ของเจ้าของประเมินความคิดและการใช้งานในเชิงบวก ออกแบบบริเวณบ้าน

วิจารณ์หนัง รักสามเศร้า การแอบรักใครซักคน มักจะเจ็บปวดเสมอ

วิจารณ์หนัง รักสามเศร้า การแอบรักใครซักคน มักจะเจ็บปวดเสมอ

วิจารณ์หนัง  รักสามเศร้า ของค่ายหนัง อย่าง GTH ไปซะแล้ว หลังจากไปดูรอบแรกมาไม่นานกับความมีอารมณ์ร่วมกับหนัง รักสามเศร้า ทำให้ผมถึงกับตีตั๋วรอบสองไปดูอีกครั้ง 2 รอบครับพี่น้อง 2 รอบ ที่ไปดูเพราะไม่ได้ชอบนักแสดงหรืออะไรเป็นพิเศษ แต่ชอบ วาทศิลป์ในการใช้ในบทสนทนา

ซะมากกว่ามันลึกซึ้งตรึงหัวใจวัยรุ่นยิ่งนัก หนังรักสามเศร้า จากชื่อเรื่อง ก็คงรู้กัน ว่าเรื่องนี้ต้องเน้นไปที่อารมณ์เศร้า โดยเริ่มเรื่อง หนังปูตัวละครคร่าวๆ ถึงบุคลิกของฟ้า พายุ และน้ำ รวมทั้งเรื่องโรคร้ายของฟ้า เรื่องที่ยุ แอบรักฟ้า และน้ำก็แอบชอบยุ ซึ่งถือว่าไม่ได้เศร้าที่หวังไว้เท่าไหร่

แต่หลังจากเข้าสู่ช่วงกลาง เนื้อหาของเรื่องก็เริ่มเข้มข้นขึ้น ซึ่งบทหลังจากนี้ ถือว่าร้อยเรียงออกมาได้ดีทะลุหัวอก วัยรุ่นไปหลายรายเลยทีเดียว ซึ่งถ่ายทอดอารมณ์ที่เราแอบชอบใครสักคนจนนำไป สู่ความทุกข์ บนความรัก ได้ดี และ สถานการณ์ต่างๆ ก็ค่อยๆบีบคั้น อารมณ์ ผู้ชมมากขึ้น

ไม่ว่าจะเป็น โรคร้าย ที่ไม่มีทาง รักษา ของฟ้า ( ซึ่งตอนนี้ ผมยังไม่รู้เลยว่าตายเพราะเหตุอันใด โรคร้าย โรคนี้หมอรักษาไม่ได้ อีกต่างหาก หรือว่าผู้กำกับกำลังเล่นแง่ที่ว่าว่า แพทย์ไทย ยังไม่มีความสามารถ เพียงพอ หรือป่าว ถ้าใครรู้ว่ามีเฉลยบอกผมที ) หรือลูกในท้องของน้ำ การตัดสินใจ หาทางออก ที่ทำร้ายตัวเอง เหล่านี้ ล้วนถูกใส่มาอย่างดี ทำให้ช่วงหลังนี่ เรียกได้ว่าผู้ชม ทั่วไป คงถูกบท ของรักสามเศร้า เล่นงานจน น้ำตาคลอ กันหลายฉาก หรือหลายคนอาจมองว่า โอเว่อร์ ไปเหลือเกิน ก็แล้วแต่นานา จิตตัง คนมองคนล่ะมุม หนังรู้จักหยิบจับสิ่งเล็กๆต่างๆมาใช้ในเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งช่วยในการถ่ายทอด อารมณ์และเนื้อเรื่อง ได้ดีในอีกทางนึง ไม่ว่าจะเป็นอักษรบนเสื้อของทั้งสาม ชื่อตัวละคร

ที่สื่อสัมพันธ์กัน และมีความเป็นธรรมชาติ และ บางอย่าง ยังมี ผลต่อเนื้อเรื่อง ช่วยในการปิดเรื่อง ของหนัง ด้วย ไม่ว่าจะเป็นซีดีเพลงที่น้ำให้ยุตั้งแต่ช่วงแรก ซึ่งนำมาเล่นเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ในช่วงสุดท้ายของเรื่องได้ดีมาก และจุดเด่นของหนัง รักสามเศร้า คือ บทสนทนาของผู้แต่งถ่ายทอดมุมมองของตัวละครต่างๆได้อย่างมีมิติ และมีบทพูดที่แทงอกแทงใจหลายประโยค ซึ่งผมชอบมาก แต่หลายคนกับวิจารณ์ มองว่าหยาบคายใช้ กู มึง เยอะมากๆ แต่ผมมองว่ามันเป็นความเป็นจริงที่กลุ่มเพื่อนเราใช้พูดกัน ไม่มีกลุ่มเพื่อนสนิทกลุ่มไหนหรอกครับจะมา เอ้อระเหยเรียกคุณ ผม ท่าน เธอ มันออกแนวจริตแตกไม่เหมาะหรอกครับ ซึ่งให้ผมพูดคงต้องให้พูดว่า

เป็นความถ่อย แต่ความถ่อยนั้นมันเป็นแบบมีศิลปะ ไม่ใช่มาด่ามั่วซั่ว เหมือนกับหนังหลายเรื่องที่ผ่านมาจน จดจำไปใช้แบบเสียมนุษย์ พูดถึงโดยรวมตัวนักแสดงหลัก ต้องยอมรับ ก้อย รัชวิน ที่พึ่งเล่นหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก ก็โดนบท ดราม่า ใส่โครมแบบเต็มๆทั้งความกดดันของเรื่องหลายๆอย่าง จนทำให้เธอดูเป็นตัวละครที่น่าสงสารที่สุดในความคิดของผม ส่วน พีค ภัทรศยา นั้นแค่มีโรครุมเร้าแล้วใกล้ตายแต่ถ้ามาดูชีวิตจริงแล้ว คนเราเกิดมาก็ต้องตาย

แต่ การตาย ทั้งเป็น กับบทเรียนที่แสนโหดร้ายของก้อยนั้น มันน่าสงสารมากกว่าในส่วนตัวผม ตบมือให้คุณ ต้อม ยุทธเลิศ ที่ตีบทสังคมของคนไทยวัยรุ่นที่แตกกระเจิง อีกทั้งได้ความตลกผ่อนคลาย จากมุขเหล่าเพื่อนฝูงของเหล่านักแสดงหลักได้อีก ทำให้ มีการผ่อนคลายและน่าติดตามต่อ แต่ถึงกระนั้นแล้ว รักสามเศร้าที่คงความเป็นดราม่ามาตลอด แต่แล้วต้องสะดุด ที่ตอนสุดท้าย ผู้กำกับอาจจะใส่ความดราม่าให้เศร้าสุดซึ้งกินใจ ที่ต้องให้ พีคตายที่โขดหินกับมุมมองท้องฟ้าที่ตะวันลับไป

จุดนี้เป็นการยัดเยียดความเศร้าเกินไปจนทำให้ผมว่าเป็นฉากที่เฉยๆ ไม่สุดใจเท่าไหร่ เป็นการเดาออกล่วงหน้าเหมือนเลียนแบบ หนังประเทศเพื่อนบ้านทำให้เหมือนขาดเอกลักษณ์ตัวเองไป ไม่ค่อยประทับใจกับส่วนตรงนี้ สรุป หนังรักสามเศร้า อาจจะไม่ได้เป็นหนังที่ทุกคนหวังว่าเศร้าน้ำตาไหล แต่มันทำให้เราซึ้งกินใจกับบทคำพูดที่ คัดสรรค์กลั่นกรองจากผู้สร้าง ที่ทำให้โดนใจกันไปทั่วหน้า เนื้อเรื่องการดำเนินเรื่องอาจจะไม่ได้ทำให้คุณมีความสุขนัก แต่ผมบอกได้เลยว่าหนังเรื่องนี้คุณดูแล้วมันไม่ทำให้คุณมีความทุกข์เพิ่มขึ้นแน่

ผมก็คนไทย ชอบเพลงไทยดูหนังไทย แล้วพวกเราล่ะ อุดหนุนหนังไทยดีๆแบบนี้แล้วหรือยัง สำหรับรักสามเศร้าเรื่องนี้ 4 ดาวเหนาะๆ วัยรุ่นควรดู..!! ” บทวิจารณ์ภาพยนตร์เป็นเพียงความเห็นส่วนบุคคล กรุณาตัดสินจากการชมภาพยนตร์ด้วยตัวเอง ” วิจารณ์ภาพยนตร์

PANTIP.COM : A7046816 +++ ใครที่ซื้อ รัก สาม เศร้า DVD box set  อยากทราบลาดระเอียด เกี่ยวกับ uncut version +++ [ภาพยนตร์]

วิจารณ์ภาพยนตร์ ” การแอบรักใครซักคน มักจะเจ็บปวดเสมอ ”
( 7.5/10 )
* รีวิว * ( หนังเก่าไปหน่อยไหม 555 )
– แอดมิน ชอบหนังเรื่องนี้ พอสมควร ครับ คือ ผู้กำกับอย่างคุณต้อม ยุทธเลิศ ได้นำเสนอเรื่องราวของความรักในแง่มุมของเขามาถ่ายทอดในหนังเรื่องนี้ ซึ่งโอเคอยู่ในระดับนึงครับ หนังทำออกมาได้แบบโอเคระดับนึง แต่สิ่งที่แอดมินชอบมากที่สุดคือ การแสดงของคุณก้อย รัชวิน ครับ คือเธอแสดงออกทางแววตาได้เป็นอย่างดี แววตาของเธอในเรื่องสื่อถึงอารมณ์ในแต่ละเหตุการณ์ ทั้งแอบรัก ทั้งดีใจ ทั้งสงสารเพื่อน ลูกเพจลองสังเกตุดูนะครับ ว่าคุณก้อยแสดงได้อย่างสุดยอดครับ

– ส่วนดารานำอีกสองท่าน อย่างคุณเป้ อารักษ์ และ คุณพีค ภัทรศยา ก็ถือว่าแสดงได้โอเคในระดับนึงครับ แต่เสียดายที่บทบาทของคุณพีค นั้นน่าจะมีอะไรให้เล่นได้เยอะกว่านี้อีกครับ

– อย่างที่แอดมินได้เกริ่น มาข้างต้น คือ การที่เราได้แอบรักใครซักคนมักจะเจ็บปวดเสมอ ซึ่งแน่นอนหนังเรื่องนี้ก็ได้นำเสนอในมุมมองแบบนั้นครับ คือ การที่เรารักใครคนนึงมาก ๆ แล้ว แล้วเขาไม่สนใจหรือไม่รักเราด้วย หรือแม้แต่ไม่กล้าที่จะบอกรักเขาคนนั้น มันเป็นความรู้สึกในแบบที่ทรมานครับ แล้วยิ่งเป็นความสัมพันธ์ในแบบที่เริ่มต้นจากการเป็นเพื่อนกันมาก่อน จะยิ่งทรมานมากกว่าเดิมครับ คือ เราจะรู้ว่าตัวเรารักเขา

แต่จะกลัวเมื่อได้บอกรักแล้วจะเสียความสัมพันธ์ในแบบเพื่อนไป ซึ่งแอดมินเข้าใจในจุดนี้ครับ เลยชอบในหนังเรื่องนี้เป็นอย่างดี แล้วอีกอย่างที่แอดมินชอบตรงที่หนังได้เล่นถึงชื่อของตัวละครเอกแต่ละคนอย่าง ฟ้า,น้ำ และ พายุ ซึ่งถ้าสังเกตดีๆ

จะรู้ว่าคนเขียนบทและกำกับด้วยอย่างคุณต้อม ยุทธเลิศ ตั้งใจตั้งชื่อของตัวละครเอกนี้อยู่แล้ว เพราะความเป็นจริงสามสิ่งนี้จะเกี่ยวข้องกันในหลักธรรมชาติครับ และที่สำคัญจะบ่งบอกถึงอารมณ์ของตัวละครตามชื่อได้เป็นอย่างดี อย่างน้ำ ( ก้อย รัชวิน )

ก็จะดูนิ่งๆ เก็บความรู้สึกได้ดีสมชื่อ แต่ตามหลักความเป็นจริง น้ำต้องมีคลื่น มีกระแสน้ำไหลเชี่ยวบ้าง ซึ่งก็เหมือนอารมณ์ของตัวละครอย่างน้ำ ที่ต้องหวั่นไหวบ้างที่ได้รู้กับความเป็นจริง ถึงแม้จะเก็บความรู้สึกได้ดีแค่ไหนก็ตาม ส่วนฟ้า ( พีค ภัทรสยา ) ก็เหมือนฟ้าที่สวยงาม เธอทั้งสวยทั้งงาม

เป็นที่หมายปองของหนุ่มๆ สมกับชื่อของเธอ แต่แน่นอนท้องฟ้าย่อมมีเปลี่ยนสี จากท้องฟ้าที่สดใส ก็อาจจะมืดครึ้ม เหมือนกับสภาพจิตใจของตัวละครอย่างฟ้าเช่นกัน เธอเลือกตัดสินใจรักคนที่เธอรัก แต่สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจผิด และคนรักของเธอได้ทรยศต่อตัวเธอเอง เลยทำให้สภาพจิตใจของเธอนั้นไม่เต็มร้อยเลย ซึ่งตัวละครของเธอนั้นคือตัวละครที่น่าสงสารมากที่สุดแล้วครับ ส่วนพายุ ( เป้ อารักษ์ ) ก็สมชื่ออีกเหมือนกัน คือ อาจจะมีบุคลิกที่ดุดันเหมือนกับชื่อ แต่ก็เป็นคนตรงไปตรงมา  ดูหนังออนไลน์ฟรี

รักใครรักจริง และก็ยึดมั้นในเรื่องของความรักของตนเองได้เป็นอย่างดี
– อย่าคาดหวังว่านี้ คือ หนังรักโรแมนติก นี่คือหนังดราม่าในแบบเพื่อนแอบรักเพื่อน ซึ่งแน่นอนทำออกมาได้ดี และตอนจบที่แม้จะเจ็บปวดแต่คนดูอย่างเราๆ ก็ยอมรับได้ในจุดนั้น
– เพลงประกอบหนังเรื่องนี้เพราะทุกเพลงครับ และนำมาเล่าได้เข้ากับเหตุการณ์ของหนังในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างลงตัว
– การแสดงของสามดารานำ ทำให้คนดูเชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทกันมากๆ เพราะนี้คือจุดเด่นที่สุดเลยในหนังเรื่องนี้ จากเริ่มต้นในแบบเพื่อน แล้วสุดท้ายจบลงด้วยการแอบรัก ทำให้คนดูอย่างเราๆ รู้เลยว่า การแอบรักมันทรมานมากแค่ไหนครับ
– สุดท้ายแล้ว เพื่อนๆและลูกเพจของแอดมินเด็กน้อยทุกท่าน เคยรับประทานฉี่ของตนเองไหมครับ ถ้าอยากรู้คำตอบต้องหาหนังเรื่องนี้มาดูนะครับผม ^^
( ขออนุญาตไม่เล่าเรื่องราวย่อในหนังนะครับ เพราะแอดมิน อยากให้ทุกท่านได้หามาดูกันเองมากกว่าครับ )

พุดดิ้งขนมปังโฮลวีท ขนมปังใส่ถ้วยแล้วราดด้วยนมผสมไข่

พุดดิ้งขนมปังโฮลวีท ขนมปังใส่ถ้วยแล้วราดด้วยนมผสมไข่

 7 เมนูขนมปังถ้วย

ประโยชน์ของอาหารเช้า

ช่วยให้ความจำดี
มีการวิจัยพบว่า การรับประทานอาหารเช้ามีส่วนเพิ่มประสิทธิภาพการเรียน การทำงาน ทำให้ระบบความจำ ทักษะการเรียนรู้ และอารมณ์ดีขึ้นด้วยค่ะ แต่หากใครไม่ทานอาหารเช้าจะมีสมาธิน้อยลงและสมองก็ทำงานได้ไม่เต็มที่

ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานได้
โดยคนที่รับประทานอาหารเช้าจะมีภาวะผิดปกติของฮอร์โมนอินซูลิน หรือที่เรียกว่าภาวะดื้อต่ออินซูลินซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเบาหวานนั้นลดลงถึง 35-50% เลยทีเดียวค่ะ

ช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้

อาหารเช้าช่วยควบคุมโรคอ้วนและน้ำหนักได้เป็นอย่างดีค่ะ นั่นเพราะจากมื้อดึกจนถึงเช้าวันใหม่เราอดอาหารมานานเกือบ 12 ชั่วโมง และหากเรายิ่งไม่ทานอาหารเช้าเข้าไปอีกจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลง จนไปเพิ่มแนวโน้มการรับประทานอาหารที่มีพลังงานและไขมันสูงในมื้อเที่ยงมากขึ้นและนี่ก็เป็นสาเหตุให้มีน้ำหนักเกินและโรคอ้วนได้อย่างไม่รู้ตัวอีกด้วยค่ะ

ลดความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดโรคหัวใจ
ผลการวิจัยจากสมาคมแพทย์โรคหัวใจในอเมริกาเมื่อปี 2003 พบว่า การรับประทานอาหารเช้าอย่างสม่ำเสมออาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเส้นเลือดสมองและโรคหัวใจได้ด้วย เพราะในตอนเช้าเลือดของเรามีความเข้มข้นสูงและทำให้เส้นเลือดที่ส่งไปเลี้ยงสมอง หรือหัวใจอุดตันได้ แต่ถ้ารับประทานอาหารเช้าเข้าไปจะช่วยให้ระดับความเข้มข้นในเลือดเจือจางลงด้วยค่ะ

ส่วนผสม พุดดิ้งขนมปังโฮลวีท

• ขนมปังโฮลวีท
• ไข่ไก่
• นมสด สูตรไขมันต่ำ หรือนมถั่วเหลือง สูตรไขมันต่ำ
• น้ำผึ้ง
• กลิ่นวานิลลา
• ผลไม้ตามชอบ

วิธีทำ พุดดิ้งขนมปังโฮลวีท

1. วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้
2. ผสมนมสด ไข่ไก่ น้ำผึ้ง และกลิ่นวานิลลาให้เข้ากัน เทราดลงบนขนมปัง เอาเข้าเตาอบประมาณ 10-15 นาทีหรือจนขนมปังเริ่มเหลือง เสิร์ฟคู่กับผลไม้ โยเกิร์ต และน้ำผึ้ง

Scroll To Top